ปชป.วางแผนยุบปุ๊บขอตั้งใหม่ปั๊บ "วาสนา" ขึ้นศาลแฉคุยลับ "สุเทพ"


ปชป.วางแผนยุบปุ๊บขอตั้งใหม่ปั๊บ "วาสนา" ขึ้นศาลแฉคุยลับ "สุเทพ"

         "วาสนา"ขึ้นศาล ปูดคุยลับ"สุเทพ"กล่อมให้ส่งผู้สมัครแต่ไม่เป็นผล อ้างต้องทนไม่ลาออกเพราะมีจิตสำนึก ปชป.ปลุกสมาชิกแจงชาวบ้านอ้างไม่ผิด วางแผนสำรองโดนยุบปุ๊บยื่นขอตั้งใหม่ปั๊บ ดักคอทรัพย์สินยังอยู่ เนื่องจากทำในรูปมูลนิธิ

          "วาสนา"ขึ้นศาลเผยแอบคุยลับ"สุเทพ"

          เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลย คดีที่นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ประธานและกรรมการ กกต.ประกอบด้วย นายปริญญา นาคฉัตรีย์ นายวีระชัย แนวบุญเนียร กกต. เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต และกระทำความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ 42 กรณีที่ กกต.ร่วมกันจัดการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตรอบใหม่ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2549 โดยไม่มีอำนาจ และการออกหนังสือเวียนถึง ผอ.กต.เขต ให้รับผู้สมัครรายเดิมเวียนเทียนสมัครใหม่

          การนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกนี้ มีขึ้นห้องพิจารณาคดี 803 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.วาสนาขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลยเพียงปากเดียว โดยยืนยันว่า กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป 2 เมษายน 2549 หลังจากมีการยุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์เพียง 37 วัน ตามหลักการรัฐธรรมนูญมาตรา 116 ที่ให้อำนาจ กกต.ไว้

          ประธาน กกต. ยังเบิกความถึงเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน ประกาศไม่ส่งผู้สมัคร ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไปในวันที่ 2 เมษายน ว่าได้พยายามแก้ไขเสนอเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป ด้วยการร้องขอให้พรรคการเมืองร่วมลงสมัครเลือกตั้ง โดยนายปริญญาเป็นตัวแทนประสานกับพรรคชาติไทย และนายวีระชัยประสานกับพรรคมหาชน แต่สองพรรคยืนยัน ไม่ส่งผู้สมัครเหมือนเดิม ส่วนตัวเองนั้นไปพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ณ สถานที่แห่งหนึ่งตั้งแต่เวลา 24.00-04.00 น. แต่ปรากฏว่านายสุเทพปฏิเสธส่งผู้สมัครเช่นกัน โดยให้เหตุผลไว้ 3 ประการ ประการหนึ่งบอกว่าต้องการล้มระบอบทักษิณให้ได้ จึงถามว่าระบอบทักษิณคืออะไร นายสุเทพบอกว่า คือการใช้อำนาจรัฐและอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่พยานได้บอกกับนายสุเทพว่าการเลือกตั้งประชาชนเป็นใหญ่

          อ้างต้องทนไม่ลาออกเพราะมีจิตสำนึก

          พล.ต.อ.วาสนายังเบิกความเล่าถึงการร้องเรียนพรรคไทยรักไทยว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครเพื่อเลี่ยงเกณฑ์ผู้สมัครพรรคเดียว ได้คะแนนเสียงไม่ถึงร้อยละ 20 และกรณีที่พรรคชาธิปัตย์ จ้างพรรคเล็กใส่ร้ายพรรคไทยรักไทย โดยสรุปว่า ขณะนี้ได้สรุปเรื่องร้องเรียนทั้งสองพรรค เสนอต่ออัยการการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนยุบพรรคแล้ว เรื่องที่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ กกต.ร่วมกระทำผิดด้วยก็ได้ดำเนินคดีอาญา และสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้วเช่นกัน โดยโทษวินัยนั้นพยานยืนยันได้ล่วงหน้าเลยว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน เพราะพยานหลักฐานอยู่ในมือของพยานแล้ว

          "การจัดเลือกตั้งเป็นอำนาจของ กกต. โดยที่เจ้าหน้าที่ กกต.ไม่มีอำนาจจัดการเลือกตั้งแทนได้ และหาก กกต. 3 คน ลาออกวันนี้ จะมีปัญหาเกิดขึ้นตามทันที ทั้งเรื่องจัดเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.ของ กทม. ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องการรอประกาศรับรองผล ส.ว.อีกกว่า 30 ราย การสรรหา กกต. ชุดพยาน ใช้เวลาสรรหานานถึง 5 เดือนเศษ ดังนั้น ถ้าใช้เวลาเช่นวุฒิสภาเคยปฏิบัติมา ต้องกระทบต่อการเลือกตั้งที่ ครม.มีมติจะให้จัดเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ และเหตุผลอีกประการหนึ่ง คือ ในการจัดเลือกตั้งที่มีไปแล้วกฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้สมัคร ยื่นร้องเรียนผลการเลือกตั้งเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ภายใน 1 ปีนั้นพบว่ามีกรณีร้องเรียนกว่า 1,000 รายที่จะครบวาระแล้ว ที่ต้องทนนั่งในตำแหน่ง เนื่องจากมีจิตสำนึกที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง" ประธาน กกต.เบิกความถึงเรื่องที่ยังไม่ลาออก

          ยกกม.เลือกตั้งสู้-ปชป.ไม่ใช่ผู้เสียหาย

          ในช่วงบ่าย พล.ต.อ.วาสนาขึ้นเบิกความต่อ โดยปฏิเสธไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง และอธิบายเหตุผลที่จัดเลือกตั้งใหม่ ส.ส.แบบแบ่งเขต รอบใหม่โดยอนุญาตให้เวียนเทียนผู้สมัครรายเดิม พิจารณาบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 106-109 แล้วเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติใดห้าม จึงมีมติอนุญาตให้ผู้สมัครรายเดิม เปลี่ยนเขตเลือกตั้งในการลงสมัครรอบใหม่ได้ และได้ออกหนังสือเวียนส่งไปยัง ผอ.กต.ประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดต่างๆ ที่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตรอบใหม่ โดยการออกหนังสือเวียนดังกล่าวเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเลือกตั้ง และให้เกิดการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน และการจัดเลือกเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต รอบใหม่ก็ได้ดำเนินการตามกฎหมายทุกประการ

          พล.ต.อ.วาสนาเบิกความด้วยว่า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. พ.ศ.2541 มาตรา 114 บัญญัติไว้ว่าผู้เสียหายคือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นพรรคการเมืองที่ส่งสมาชิกพรรครับเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคของโจทก์ไม่ได้ส่งสมาชิกสมัคร จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่จะยื่นฟ้องคดีต่อ กกต.ได้

          ภายหลัง พล.ต.อ.วาสนาตอบการซักค้านของทนายโจทก์ในประเด็นข้อกฎหมาย อำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตรอบใหม่ เสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดสืบพยานจำเลยต่อไปในวันที่ 5 กรกฎาคม โดยนายวีระชัย และนายปริญญา จำเลยร่วม จะขึ้นเบิกความต่อไป

          ปชป.ปลุกสมาชิกแจงชาวบ้านอ้างไม่ผิด

          ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมคณะกรรมการบริหาร คณะผู้บริหารพรรค และอดีต ส.ส.พรรคปี 2544 และปี 2548 ขึ้นเมื่อเวลา 10.00น. ณ ที่ทำการพรรคถนนเศรษฐศิริ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน การประชุมเริ่มขึ้นโดยนายสุเทพ ลำดับขั้นตอนก่อนที่จะถูกเสนอยุบพรรคให้สมาชิกได้รับทราบ พร้อมกับแจกแจกเอกสารลำดับเหตุการณ์ประกอบให้กับสมาชิกพรรค เพื่อให้นำไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จากนั้นคณะกรรมการบริหาร และอดีต ส.ส.ทั้งหมดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกันที่บริเวณหน้าตึกควง อภัยวงศ์ ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนการประชุมอดีต ส.ส.ในภาคบ่าย

          นายอภิสิทธิ์แถลงผลการประชุมว่า มีการนำเอาเหตุการณ์และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่อัยการสูงสุดส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมือง 5 พรรค มาเรียงลำดับให้กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคได้เข้าใจข้อมูลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และประชาชนทั่วประเทศ ให้เกิดความกระจ่าง เพราะพรรคเชื่อว่าหากข้อเท็จจริงทั้งหลายปรากฏไปมาก ก็จะยิ่งชัดเจนและเป็นการยืนยันว่าพรรคไม่ได้กระทำฝ่าฝืนกฎหมาย และทุกเรื่องที่พรรคดำเนินการก็เพื่อตรวจสอบความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง ส่วนเรื่องการขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยหรือกระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ขอยืนยันว่าไม่มี

          วางแผนสำรองยุบปุ๊บยื่นขอตั้งใหม่ปั๊บ

          รายงานข่าวแจ้งว่า แม้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์จะมั่นใจว่าชี้แจง หักล้างข้อกล่าวหาได้ในขั้นตอนการพิจารณาสั่งยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อมั่นว่าพรรคจะไม่ถูกยุบก็ตาม แต่ก็ได้หารือถึงแนวทางเบื้องต้นไว้แก้ปัญหาไว้เช่นกัน ทั้งนี้ มีการเสนอให้พรรคเตรียมการจดทะเบียนชื่อพรรคประชาธิปัตย์ทันทีหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษายุบพรรคในวันเดียวกัน

          โดยจะได้ส่งทีมกฎหมายเข้าไปจดทะเบียนชื่อพรรคที่สำนักงาน กกต. เพื่อป้องกันผู้อื่นมาจดทะเบียนชื่อพรรคไว้ก่อน สำหรับทรัพย์สิน และเงินสนับสนุนพรรคนั้นจะไม่มีปัญหา เนื่องจากได้มีการบริหารจัดการทรัพย์สินของพรรคทั้งหมดไว้ในรูปแบบมูลนิธิควง อภัยวงศ์ และเป็นไปตามข้อบังคับพรรคหมวด 13 ข้อ 121(2) ที่ระบุว่าการเลิกพรรคให้ทรัพย์สิน และหนี้สินตกเป็นของมูลนิธิควง อภัยวงศ์ ดังนั้น หากมีการยุบพรรคจริง ที่ทำการพรรค และเงินสนับสนุนจะไม่ต้องถูกยึดเป็นของแผ่นดิน ตามที่ระบุเอาไว้ในมาตรา 68 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541

          ข่าวแจ้งว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการจดทะเบียนที่ทำการพรรคให้มูลนิธิควง อภัยวงศ์ ดูแลตั้งแต่ปี 2528 เนื่องจากในอดีตการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อยครั้ง โดยเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารแต่ละครั้งทำให้พรรคการเมืองต้องถูกยุบตามการเมืองที่เปลี่ยนแปลง และที่ทำการพรรค และทรัพย์สินต่างๆ ได้ถูกยึดเป็นของแผ่นดิน กระทั่งเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งที่ทำการพรรคถาวรขึ้นที่ ถนนเศรษฐศิริ จึงจดทะเบียนในรูปแบบมูลนิธิควง อภัยวงศ์ เพื่อให้การบริหารจัดการสะดวกขึ้น

          นักวิชาการชี้ยุบปชป.-ตึกไม่ถูกยึด

          นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การขอจดทะเบียนตั้งชื่อพรรคเดิมที่เคยถูกยุบนั้นในอดีตก็เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ความแตกต่างจะเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการบริหารเป็นคนละชุด นโยบาย และโลโก้ ก็ได้ปรับเปลี่ยนไม่ให้เหมือนเดิม ส่วนที่ทำการพรรคนั้นถ้าเป็นกรณีทั่วไป เมื่อพรรคถูกยุบที่ทำการพรรคต้องตกเป็นของแผ่นดิน เช่น กรณีบ้านมนังคศิลา เดิมก็เป็นที่ทำการพรรคเสรีมนังคศิลา เมื่อต้องยุบไปในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม บ้านมนังคศิลาจึงตกเป็นของแผ่นดินไปด้วย ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์เมื่อใช้รูปแบบมูลนิธิถือว่าเป็นการวางแนวทางไว้ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับพรรคไทยรักไทยที่เวลานี้ที่ทำการพรรคไทยรักไทยมีการเช่าจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย หากมีการยุบพรรค ทรัพย์สินที่เป็นอาคารก็จะไม่มีปัญหา

          อนึ่ง ตามมาตรา 68 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบุว่า ในกรณีที่พรรคการเมืองเลิกหรือยุบตามมาตรา 65 นอกจากกรณีตามมาตรา 65(3)ให้หัวหน้าพรรคการเมืองส่งบัญชีและงบดุลรวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงินของพรรคต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่พรรคเลิกหรือยุบ และให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าชำระบัญชีไม่เสร็จให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 6 เดือน

          ในการชำระบัญชี เมื่อได้หักหนี้สินและค่าใช้จ่ายแล้วยังมีทรัพย์สินเหบลืออยู่เท่าใด ให้โอนให้แก่องค์การสาธารณกุศล ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับพรรคการเมือง ถ้าข้อบังคับพรรคไม่ได้ระบุไว้ให้ทรัพย์สินที่เหลือนั้นตกเป็นของกองทุน

          "ทักษิณ"พร้อมต่อสู้ให้มี"เลือกตั้ง"

          พรรคไทยรักไทยจัดประชุมสัมมนาพรรคขึ้นเช่นกัน ณ ที่ทำการพรรค ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงานในหัวข้อ "สร้างสรรค์ สมานฉันท์ ยึดมั่นประชาธิปไตย" ในเวลา 15.15 น. ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก อดีต ส.ส.ของพรรคทุกคนจะได้รับเอกสารแจกหลังจากลงชื่อหน้าห้องประชุมชั้น 7 ประกอบด้วย เอกสารถอดเทปคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในโอกาสเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานในช่วงรัฐบาลรักษาการ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา และสำเนาพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องคุณธรรม 4 ประการ ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา

          นายภิมุข สิมะโรจน์ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย แถลงหลังการสัมมนาว่า พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวในที่ประชุมพรรคในหัวข้อ "สร้างสรรค์ สมานฉันท์ ยึดมั่นประชาธิปไตย" ว่า การทำงานของรัฐบาลปัจจุบันอยู่ในรอยต่อการปรับโครงสร้างของประเทศในหลายเรื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใดๆ มักมีแรงต้าน ซึ่งครั้งนี้เป็นวิกฤตการเมืองช่วงหนึ่งของประเทศ จึงขอให้สมาชิกอดทนและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หากฝ่าวิกฤตไปได้ ประชาธิปไตยของประเทศก็จะเข้มแข็งขึ้นอีกระดับหนึ่ง

          อย่างไรก็ตาม วันนี้เข้าใจว่าทุกคนกังวลว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่ขอให้ยึดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 15 ตุลาคมไว้ก่อน ถ้าจะเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะหากมีความจำเป็นที่เกิดความเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลควบคุมไม่ได้ เช่น หากระบบติดขัดที่ กกต.ตัดสินใจลาออกก็ไม่มีผู้จัดการเลือกตั้ง ทำให้เกิดปัญหาติดขัดในระบบ ดังนั้นในช่วงเดือนสิงหาคมจะรู้เรื่องว่ามีการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะเป็นช่วงที่รัฐบาลทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง โดยพร้อมต่อสู้ให้มีการเลือกตั้ง เพราะยึดระบอบประชาธิปไตย ซึ่งถ้าไม่มีอะไรก็อยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

          แบ่งโซน1รมต.คุม10-15เขตเลือกตั้ง

          รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวในที่ประชุมด้วยว่า ในฐานะรัฐบาลรักษาการจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และในฐานะพรรคการเมืองก็อยากให้ทำงานการเมืองต่อไป ไม่อยากให้หยุดนิ่ง โดยให้อดีต ส.ส.ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และประสานงานกับรัฐบาลทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจและความยากจน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณจะขับเคลื่อนพรรคไปด้วย

          โดยจะมีการแบ่งโซนการดูแลพื้นที่เพื่อให้รัฐมนตรี 1 คน ดูแลเขตเลือกตั้งละ 10-15 เขต เพื่อเป็นช่องทางให้อดีต ส.ส.ได้ประสานงานกับรัฐมนตรี และต่อไปทุกวันอังคาร จะเปลี่ยนจากที่ประชุมพรรคไทยรักไทยเป็นสภา โดยแบ่งให้สมาชิกพรรคทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการในแต่ละด้านเพื่อเสนอเรื่องให้กับรัฐมนตรีจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง

          ศาลรธน.ไล่วันรอคำร้องยุบ5พรรค

          นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะส่งสำนวนการเสนอให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กรวม 5 พรรค มาวันไหนเวลาใด โดยถ้าจะส่งมาในวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคมนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าแค่นำเรื่องแจ้งให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทราบว่าสำนวนมาถึงสำนักงานแล้ว พร้อมกับแจกจ่ายสำนวนให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคนได้นำไปศึกษาก่อนที่จะพิจารณาในที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยในวันดังกล่าว คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานจะไปทำบุญเลี้ยงพระ ถวายเทียนเข้าพรรษาที่วัดบพิตรพิมุข หลังการประชุมคณะตุลาการ

          "ในวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักงานจะไปทำบุญวันเข้าพรรษา ถ้าเรื่องมาถึงศาลวันนั้นก็คงแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้น ส่วนอาทิตย์หน้านั้น การประชุมวันอังคารที่ 11 กรกฎาคม ก็งดเนื่องจากเป็นวันหยุดเข้าพรรษา จะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 13 กรกฎาคม โดยในระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปศึกษาสำนวนที่อัยการสูงสุดส่งมา และสรุปประเด็นเพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" นายไพบูลย์กล่าว และว่า ตามขั้นตอนนั้นเมื่อเรื่องเข้าสู่ศาล จะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมภายใน 10 วัน เพื่อให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะรับเรื่องไว้วินิจฉัยหรือไม่ เรื่องนี้ศาลคำนึงถึงระยะเวลาอยู่แล้ว

          "ศักดิ์"ไม่สะดวก-โยนกรมที่ดินแจง

          ส่วนเรื่องที่นายไทกร พลสุวรรณ ผู้ประสานงานกลุ่มขบวนการอีสานกู้ชาติ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องนายศักดิ์ เตชาชาญ ลาออกจากการเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยยกเรื่องการซื้อขายที่ดินใน จ.เชียงใหม่ ทำให้คุณสมบัติหมิ่นเหม่นั้น นายศักดิ์ไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ โดยช่วงเช้าเก็บตัวเงียบที่ห้องทำงาน อาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สื่อมวลชนจึงทำหนังสือขอสัมภาษณ์นายศักดิ์ ผ่านทางเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมาเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า หลังจากอ่านจดหมาย นายศักดิ์ได้กล่าวว่า "ผมไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจง เรื่องนี้เป็นเรื่องของกรมที่ดินและกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ต้องตามข้อสงสัยเรื่องนี้"

          ทั้งนี้ระหว่างการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันเดียวกัน นายศักดิ์ชี้แจงต่อที่ประชุม โดยปฏิเสธในเรื่องที่ถูกกล่าวหา และบอกด้วยว่า อยู่ระหว่างการเตรียมที่จะพิจารณาดำเนินการยื่นฟ้องกับกลุ่มบุคคลที่ออกมาให้ข่าวดังกล่าวทั้งหมด ทั้งนี้เมื่อนายศักดิ์ชี้แจงเสร็จ ตุลาการบางคนเสนอว่า หากมีการยื่นคำร้องให้นายศักดิ์ขอถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะพิจารณาเรื่องการยุบพรรค นายศักดิ์ไม่ควรที่จะถอนตัว เพราะเรื่องที่นายไทกรออกมาเปิดเผยนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคการเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ส่วนการพิจารณาคำร้องยุบ 5 พรรคนั้น มีความเป็นไปได้ว่าคณะตุลาการจะพิจารณาคำร้องเรื่องนี้ให้เป็นการพิจารณาอย่างต่อเนื่อง และน่าจะเสร็จก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ตุลาคม

          มท.1สั่งกรมที่ดินแจงภายใน7วัน

          ทางด้านนายชุมพล สังข์ทอง ทนายความของกลุ่มขบวนการอีสานกู้ชาติ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงเมื่อเวลา 14.00 น. เพื่อขอทราบผลการดำเนินคดีและการเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์การซื้อ-ขายที่ดิน ของนายศักดิ์ในปี พ.ศ.2526 โดยขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยจะให้เวลาภายใน 7 วัน เพื่อนำข้อเท็จจริงไปชี้แจงให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดจะกล่าวโทษรัฐบาลต่อไป

          พล.อ.อ.คงศักดิ์กล่าวว่า ได้รับทราบหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และจะให้กรมที่ดินชี้แจงให้สาธารณชนทราบก่อน 7 วัน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวมีการพิจารณาจากศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีรายละเอียดที่สามารถชี้แจงได้ แต่หากจะให้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง อาจไม่สมควร เพราะจะล่วงละเมิดคำสั่งศาล

ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ปชป.วางแผนยุบปุ๊บขอตั้งใหม่ปั๊บ "วาสนา" ขึ้นศาลแฉคุยลับ "สุเทพ" โพสต์เมื่อ 5 กรกฎาคม 2549 เวลา 00:00:00 1,574 อ่าน
TOP
x close