









แม้โลกทุกวันนี้จะเต็มไปด้วยความจริง อัน "น่ากลัว" แต่อย่างน้อยก็ยังมี "เรื่องมหัศจรรย์" อันสุดเหลือเชื่อที่คอยเติมศรัทธาให้ผู้คนอยู่บ้าง และพอมีเรื่องดีๆ อย่างนี้เกิดขึ้นมาสักเรื่อง เราว่ามันทำให้หลายคนมีกำลังใจขึ้นมาเยอะเลย โดยเฉพาะคนที่กำลังทุ่มเทตั้งใจทำดีเพื่อใครสักคนอยู่ตอนนี้
เหมือนที่เช่นที่ นางเกอร์ทรูด้า กอร์เซ็บสก้า หญิงโปแลนด์วัย 63 ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเฝ้าดูแล สามีวัย 65 พนักงานรถไฟ ซึ่งประสบอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นนอน "โคม่า" กระดุกกระดิกตัวไม่ได้ พูดไม่ได้อยู่นานถึง 19 ปี ด้วยความรักและอดทนอย่างยิ่งยวด
กระทั่งแรงศรัทธาและเอาใจใส่ดูแลของเธอนี่เอง ที่ได้สร้างปาฎิหารย์ให้ นายแจน กอร์เซ็บสก้า กลับฟื้นจากโคม่าขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ แถมยังพูดได้เป็นเรื่องเป็นราว ดังที่เป็นข่าวมาได้เกือบเดือนแล้ว ท่ามกลางความดีใจของภรรยาผู้เข้มแข็ง ที่บอกกับนักข่าวว่า
"นี่คือรางวัลอันล้ำค่า สำหรับความรักความศรัทธา และทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ฉันได้ทำไป" นางเกอร์ทรูด้าเล่า ก่อนจะบอกต่อว่า "ฉันจะรู้สึกโกรธเป็นไฟทุกครั้ง เมื่อได้ยินใครมาพูดว่า คนป่วยอย่างนี้น่าจะปล่อยให้เขาตายไปเลยดีกว่า เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องมาทนทรมาน แต่ฉันมีความเชื่อมั่นตลอดมาว่า สามีฉันจะต้องฟื้นขึ้นมาได้"

นายแจน ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บอย่างแรงที่ศีรษะเมื่อปี 2531 ตั้งแต่โปแลนด์ ยังอยู่ภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ ระหว่างรักษา หมอยังพบว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็งที่สมองด้วย และลงความเห็นว่าไม่มีทางรอดแน่ นางเกอร์ทรูด้า จึงพาสามีกลับบ้านไปดูแลเอง ในสภาพที่เธอเล่าว่า "ตลอด 19 ปี เขาได้แต่นอนนิ่ง และพูดไม่ได้เลย บางทีเขาก็พยายามจะบอกอะไรกับเรา แต่มันก็เป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง บางครั้งเราก็ต้องแกล้งทำเป็นว่าเข้าใจ"
"แต่ตอนนี้เขาสามารถนั่งรถเข็น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็เข็นรถพาเขาออกไปนั่งรถเล่นนอกบ้าน เขายังรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสภาพถนน หนทางร้านค้าที่เต็มไปด้วยสีสัน และยังบอกว่าโลกดูน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยตอนนี้ ดีกว่ายุคที่โปแลนด์อยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์" ภรรยาหัวใจเพชร ซึ่งตลอดเวลาที่สามีนอนป่วยอยู่บนเตียง เธอคือคนที่คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ คอยหมั่นจับเขาพลิกตัว เพื่อที่ตามร่างกายจะได้ไม่เกิดแผลกดทับ เล่าอย่างมีความสุข
ขณะที่คนป่วยซึ่งเหมือนได้เกิดใหม่ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีวีเอ็นทเว็นตี้ โฟร์ด้วยเสียงแผ่วๆเหมือนคนไม่ค่อยมีแรงพูด แต่ทว่าพูดได้ชัดว่า "จากที่ผมขยับตัวก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ แต่ตอนนี้อาการผมดีขึ้นมากเลย ผมจะตื่นประมาณ 7 โมงเช้าแล้วก็ดูทีวี "
อย่างไรก็ตามแม้ภรรยาจะเป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่หมอคือ ผู้ที่สังเกตเห็น สัญญาณหลายอย่างที่บ่งบอกว่า ผู้ป่วยโคม่ารายนี้เริ่มมีอาการฟื้นตัว หลังจากนายแจน มีอาการปอดบวมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล
"เขาเริ่มขยับตัวเคลื่อนไหวร่างกายได้ และเขาก็พูดได้ชัดขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีฉันคนเดียวที่เข้าใจคำพูดของเขา" นางเกอร์ทรูด้าเล่า ทั้งยังว่าสามีเธอสามารถจดจำเรื่องราวเก่าๆ ได้มากมาย
"เขาพูดเล่าให้ฉันฟัง และยังจำวันแต่งงานของลูกๆเราได้ด้วย เพราะพอใกล้วันแต่งงานของลูกๆทีไร เขาเป็นต้องเป็นไข้ ไม่สบายขึ้นมาทุกที มันทำให้เขารู้ว่าจะต้องมีงานใหญ่เกิดขึ้น "
หลังจากฟื้น ตอนนี้นายแจนก็มีทั้งนักกายภาพบำบัดช่วยดูแล รวมทั้งทีมแพทย์ และนักกายภาพบำบัดที่มีความหวังว่า นายแจนน่าจะมีอาการดีขึ้นได้อีก ถึงขนาดอาจจะกลับมา "เดิน" ได้อีกครั้ง
"จากตอนแรกที่เขาพูดได้ไม่ชัด ก็พัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ผมจึงคิดว่า เขาน่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง และมั่นใจด้วยว่า ถ้าหากไม่มีภรรยาที่เสียสละขนาดนี้ ผู้ป่วยไม่มีทางที่จะก้าวมาถึงจุดนี้อย่างแน่นอน"
ข้อมูลจาก
โดย raikorn@hotmail.com









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|