









คอลัมน์ มุมนักสู้
ห้วงเวลานี้วงการลูกหนังเอเชียคึกคักสุดขีด ศึกเอเชี่ยนคัพ ที่มี 4 ประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมถือว่าหวือหวา ฟู่ฟ่าพอตัว ที่สำคัญเชื่อว่าการขับเคี่ยวน่าจะเข้มข้นพอตัว เพราะฟอร์มการเล่นของทีมเต็ง 1 อย่าง "จิงโจ้" ออสเตรเลีย ก็ไม่ถือว่าโดดเด่นไปกว่าทีมจากเอเชียทีมอื่นเท่าใดนัก
และยังมีเกมเซอร์ไพรส์ให้เห็นอีกต่างหาก เมื่อเวียดนามทีมฟุตบอลละแวกเพื่อนบ้านของไทยเปิดหัวด้วยการพลิกล็อกเอาชนะทีมแชมป์กัลฟ์ คัพ อย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2-0
เป็นชัยชนะในเอเชี่ยน คัพ เป็นนัดแรกในรอบ 47 ปีของเวียดนามเสียด้วย และฟอร์มการเล่นเท่าที่เห็นก็มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความดีความชอบส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ อัลเฟร็ด รีเดิ้ล
กุนซือชาวออสเตเรียน วัย 57 บอกหลังจบเกมการแข่งขันว่า ไม่ถึงกับประหลาดใจเสียทีเดียว ชัยชนะของทีมเวียดนามเพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างเป็นส่วนประกอบ การเล่นในบ้านท่ามกลางกองเชียร์ที่แห่แหนเข้ามาให้กำลังใจเต็มสนามก็มีส่วนช่วยอย่างมาก "และผมก็คิดว่าเรามีโชคช่วยอยู่บ้างเล็กน้อย" รีเดิ้ลกล่าว
ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือนักเตะทีมเวียดนามชุดนี้ครึ่งหนึ่งเป็นนักเตะที่มาจากทีมชุดอายุต่ำกว่า 23 ปี ซึ่งว่ากันตามประสบการณ์เป็นรองทีมยูเออีอยู่พอสมควร
แต่ว่ากันตามฟอร์มก็ไม่ถือว่าหนีห่างกันมากนัก ยิ่งเมื่อมองจากผลงานที่ทีมเวียดนามชุดเล็กกรุยทางเข้าไปเล่นในรอบสองของศึกปรีโอลิมปิก โซนเอเชียได้ก่อนหน้านี้ เป็นสถานการณ์ที่ทีมชาติไทยต้องจับตาอย่างหนัก
ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาสมาคมฟุตบอลเวียดนามเอาจริงเอาจังกับการทำงานมาก และฟุตบอลวีลีก-ฟุตบอลอาชีพเวียดนามก็มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดตลอดเวลา ส่วนรีเดิ้ลก็เคยผ่านการคุมทีมมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซาอุดีอาระเบีย,โมร็อกโก และอียิปต์
แม้แต่บรูโน่ เม็ตซู โค้ชของยูเออี ก็ยังยอมรับว่า เวียดนามทีมนี้มีอนาคตที่น่าจับตา เป็นเสียอย่างนี้แล้ว "พี่ใหญ่" ในละแวกคงอยู่เฉยไม่ได้ ซีเกมส์ปลายปีนี้ที่โคราชต้องทำงานหนักหน่อย เอเชี่ยนคัพล้มแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ซีเกมส์พลาดขึ้นมาถึงขั้นล้มกระดานกันเอาได้ง่ายๆ
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |








|