คลายกฎถือครองดอลลาร์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. เวลา 17.15 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยคาดว่านายกรัฐมนตรี จะหารือเรื่องค่าเงินบาท โดยกล่าวก่อนประชุมว่า ขณะนี้ได้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาทขึ้น รัฐบาลจึงอยากรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้ติดตามได้อย่างใกล้ชิด และพยายามปรับแก้ให้สอดคล้องกัน ซึ่งอยากให้คิดวิธีการแก้ปัญหาล่วงหน้าไว้

          สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนางภัทรียา เบญจพลชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ผู้จัดการ ธ.ก.ส. รวมทั้ง นายสันติ  วิลาศศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.) และนายธวัชชัย  ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น โดยไม่มี ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

          หลังจากนั้นนายกฯออกมาแถลงเมื่อเวลา 18.35 น. เปิดเผยว่าเนื้อหาในที่ประชุมส่วนใหญ่ได้พูดถึงโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จะใช้มาตรการทางการเงินมาเสริมมาตรการคลังเพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน โดยธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 4 แห่งได้รายงานให้นายกฯทราบเตรียมแผนที่จะปล่อยกู้เศรษฐกิจฐานรากเป็นวงเงินรวม 116,200 ล้านบาทในช่วงไม่เกิน 6 เดือนนับจากนี้ ส่วนเรื่อง ค่าเงินบาทไม่ได้หารือกันมากนัก ตนอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของส่วนต่างๆให้มากที่สุด เพื่อจะได้รับมือผลกระทบจากค่าเงินบาทให้ได้และฝากให้ภาคเอกชนมาเสนอว่ารัฐต้องทำอะไรบ้าง มองว่าเป็นเรื่อง ธปท.ต้องดูแล ที่ผ่านมาเห็นว่าธปท. ได้พยายามเต็มที่บนแนวทางที่ไม่ให้เกิดความผันผวนมากนัก และยืนยันว่าจะไม่มีมาตรการออกมาช็อกตลาด ส่วนจะมีมาตรการอะไรออกมาจะคุยกับกระทรวงการคลังเพื่อนำเข้า ครม.ก่อน

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า นายสันติกล่าวว่านายกฯได้เป็นห่วงกลัวกองทุนเก็งกำไรจากต่างชาติเข้ามาเก็งกำไร ซึ่งภาคเอกชนก็รู้สึกเป็นห่วงเช่นกัน

อดใจแพ็กเกจคลอด 1-2 วันนี้

          ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่าธปท.ทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้วในการดูแลค่าเงินบาทและที่ผ่านมาก็เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอของทุกฝ่ายมาตลอด ธปท.มีการรับฟังข้อเสนอตลอดและสถานการณ์ค่าเงินบาทล่าสุดขณะนี้ก็ไม่ได้ผิดปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้ส่งหนังสือมายังกระทรวงการคลัง เพื่อให้ รมว.คลังอนุมัติแพ็กเกจการดูแลค่าเงินบาทและการส่งเสริมให้นักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งในแพ็กเกจที่ ธปท.เสนอ มีเรื่องของการอนุมัติให้ประชาชนที่มีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปฝากเงินในต่างประเทศได้ด้วยคาดว่าจะออกมาชัดเจน 1-2 วันนี้ ส่วนการบริหารค่าเงินบาทแบบวันต่อวันนั้น ขณะนี้ก็ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งสังเกตได้จากเงินทุนไหลเข้าในช่วงต้นเดือน ก.ค.เพียง 10-11 วัน เท่ากับเงินทุนไหลเข้าของเดือน มิ.ย.ทั้งเดือนเป็นต้น และขอยืนยันว่า ธปท. ไม่มีการใช้ Fully Hedge สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

          นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวถึงข้อเสนอของนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้กลับไปใช้ระบบตะกร้าเงินว่าเป็นการย้อนยุค เพราะทุกประเทศขณะนี้ใช้ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวด้วยการบริหารจัดการ รวมทั้งไม่ควรกำหนดช่วงห่างการเคลื่อน ไหวของค่าเงิน และมองว่า ข้อเสนอการให้คนไทยฝากเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ของ กกร.ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี

กกร.กดดันชง 11 มาตรการ

          สำหรับข้อเสนอของ กกร.นั้น นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธาน กกร. กล่าวว่า กกร.ได้ประเมินผลกระทบค่าเงินบาท เพื่อหาแนวทางเสนอภาครัฐให้ช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ภาครัฐไม่รู้สึกว่าเอกชนลำบากจากสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยอุตสาหกรรมไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม อาหารขนาดเล็กขาดคำสั่งซื้อ และทยอยปิดโรงงาน ขณะที่โรงงานใหญ่ต้องยอมรับภาระขาดทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด กกร.จึงเสนอแนวทาง  มีทั้งระยะสั้น ระยะยาว

          มาตรการระยะสั้นที่ทำได้ทันที คือ 1. ให้ผู้นำเข้าและส่งออกถือครองเงินตราต่างประเทศแบบไม่มีกำหนดเวลา จากเดิมไม่เกิน 14 วัน 2. เปิดให้บุคคลธรรมดาถือครองดอลลาร์สหรัฐฯได้มากกว่า 200,000 เหรียญ 3. ผู้ส่งออกและนำเข้าชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ 4.ภาครัฐเร่งคืนภาษีนำเข้าให้กับผู้ส่งออก 5.ให้รัฐวิสาหกิจเร่งคืนหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ 6.ภาครัฐนำเข้าน้ำมันและสินค้าทุนสะสมไว้ล่วงหน้า และ 7. ตั้งกองทุนดูแลเอสเอ็มอี ระยะกลาง-ยาว 1. ตั้งกองทุนบริหารเงินบาท 2. ส่งเสริมให้คนไทยลงทุนในต่างประเทศ 3.ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันเพิ่มประสิทธิภาพให้กับภาคอุตสาหกรรมแข่งขันกับตลาดโลกได้ 4.เร่งให้รัฐก่อสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศ

          ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทยกล่าวว่า มาตรการระยะสั้นที่รัฐดำเนินการได้ทันที เช่น การให้ถือครองเงินตราต่างประเทศแบบไม่มีกำหนด หรืออย่างน้อย 3-6 เดือน และให้ผู้ส่งออก-นำเข้าชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ หากรัฐดำเนินการได้เร็ว ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงทันที ส่วนเรื่องการตั้งกองทุนแก้ปัญหาเอสเอ็มอีนั้น รัฐต้องเป็นผู้ริเริ่มแม้จะเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐขาดดุลงบประมาณ แต่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เอสเอ็มอีล้มหายตายจากไป เพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

          อย่างไรก็ดี วันนี้ (17 ก.ค.) ส.อ.ท.จะจัดประชุมกลุ่ม 35 กลุ่มอุตสาหกรรมและประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อหารือระดมความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ค่าเงินบาทเพื่อที่จะประเมินทิศทางเพื่อเสนอต่อภาครัฐ หลังจากนั้นจะหารือกับนายโฆสิตวันที่ 19 ก.ค.นี้ สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ อยู่ที่ 33.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และปิดตลาดที่ 33.23-33.26 บาท.

10 ข้อเสนอแก้วิกฤติค่าเงินบาท

          1. ตั้งเป้าหมายเงินบาทแข็งค่าได้เท่าไหร่ เช่นที่ธนาคารกลางจีน และมาเลเซียตั้งเป้าให้เงินหยวน และริงกิตแข็งค่าได้ไม่เกิน 5% ต่อปี โดย ธปท.จะต้องรู้ และติดตามปริมาณเงินทุนไหลเข้าออกอย่างใกล้ชิด

          2. ออกบาทบอนด์ระดมเงินจากประชาชนไปซื้อดอลลาร์สรอ.แล้วให้ ธปท.ส่งออกเงินดอลลาร์ไปฝากธนาคารในนิวยอร์ก ซึ่งก็จะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แทนที่จะขาดทุนจากค่าเงิน ก็กลายเป็นเท่าทุนหรือมีกำไร

          3. ให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยลง 0.25-0.50%

          4. ให้ภาคเอกชนและรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เร่งคืนหนี้เงินกู้ต่างประเทศก่อนกำหนด หรือรีไฟแนนซ์ หนี้สกุลเงินดอลลาร์ สรอ.เป็นบาท ถ้ามีปัญหาต้นทุนแพง ให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยลงอีก การชำระหนี้ก่อนกำหนด แม้จะถูกปรับ 2% แต่ถ้าปล่อยให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 8.38% ในครึ่งแรกของปีและ 19% ในปีก่อนก็ถือว่าคุ้ม

          5. อนุญาตให้ประชาชน และผู้ประกอบการมีบัญชีเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ สรอ. หรือถือเงินดอลลาร์ได้มากกว่า 200,000 เหรียญ

          6. อนุญาตให้ผู้ส่งออก-นำเข้าถือครองเงินตราได้โดยไม่กำหนดเวลาและชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินดอลลาร์ สรอ.ได้

          7. เร่งคืนภาษีผู้ส่งออก ลดต้นทุน และตั้งกองทุนช่วย เหลือก่อนเป็นเอ็นพีแอล

          8. เร่งลงทุนเมกะโปรเจกต์ นำเข้าน้ำมัน และสินค้าทุนล่วงหน้าเพื่อลดปริมาณดอลลาร์

          9. ตั้งกองทุนบริหารจัดการเงินตราส่วนเกิน

          10. ปรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นคงที่

ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
คลายกฎถือครองดอลลาร์ โพสต์เมื่อ 17 กรกฎาคม 2550 เวลา 00:00:00 1,367 อ่าน
TOP
x close