
เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
เมื่อ 5 ปีก่อนผมจำได้ว่าได้ลองใช้กล้องคอมแพคโปรซูเมอร์จากนิคอนรุ่นหนึ่งเป็นกล้องที่ทันสมัยมากในช่วงนั้น คือ COOLPIX 5000 มันเป็นกล้องที่มีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แต่มีราคาขายสี่หมื่นกว่าบาท
ที่ต้องกล่าวถึงก็เพราะ COOLPIX P5000 ใหม่ ออกแบบในสไตล์เดียวกัน เพียงแต่ระยะเวลา 5 ปี ทำให้กล้องรุ่นนี้มีราคาขายต่ำกว่าเดิม 3 เท่าตัว ใช้จอ LCD ขนาดใหญ่กว่ามาก ความละเอียดก็สูงกว่ากันเท่าตัวคือ 10 ล้านพิกเซล มันเป็นกล้องที่อยู่ในกลุ่มโปรซูเมอร์ซึ่งเหลืออยู่ไม่กี่รุ่นในปัจจจุบัน โดยมีระบบการทำงานเพียบพร้อม ระบบบันทึกภาพมีครบทั้ง P, A, S, M ระบบ White Balance ครบ และสามารถใช้ร่วมกับแฟลชภายนอกในซีรี่ส์ SB ของนิคอนได้และมีโครงสร้างแน่นหนาแข็งแรง
การออกแบบภายนอกยังคงสไตล์ของกล้องโปรซูเมอร์จากนิคอนที่เคยผลิตออกมาหลายรุ่นในช่วง 3-4 ปีก่อน ด้วยบอดี้ทรงกล่องสีดำด้าน ออกแบบกริปขนาดใหญ่หุ้มยาง จับถือได้ถนัดมือกว่ากล้องคอมแพคดิจิตอลส่วนใหญ่ ด้านหลังตัวกล้องทำเป็นสันนูนหุ้มยางวางนิ้วโป้งได้พอดีๆ โดยสามารถปรับแป้นควบคุมได้ถนัด

ด้านบนตัวกล้องจัดวางได้ดีโดยซ้ายสุดเป็นฮอทชูเสียบแฟลชภายนอก ตรงกลางเป็นแป้นปรับโหมดสวิทซ์เปิดปิดวางไว้ด้านหลังปุ่มลั่นชัตเตอร์ใช้สวิทช์แบบก้านโยกวางครอบปุ่มลั่นชัตเตอร์
จอ LCD ของ COOLPIX P5000 มีขนาด 2.5 นิ้ว ให้สภาพสว่าง คมชัด และให้สีสันดี กล้องรุ่นนี้ยังมีช่องมองภาพระดับตาด้วย ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากแล้วในปัจจุบัน
จุดเด่นของ COOLPIX P5000 คือให้ความละเอียดสูงถึง 10.0 ล้านพิกเซล โดยใช้ CCD ขนาด 1/1.8 นิ้ว ปรับเลือกความละเอียดของภาพได้ถึง 9 ระดับ บันทึกด้วยไฟล์ JPEG แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟล์ RAW ระบบบันทึกภาพมีครบทั้ง P, A, S และ M รวมทั้งโปรแกรมสำเร็จรูป
COOLPIX P5000 มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว (VR) ซึ่งผู้ใช้ที่เคยใช้เลนส์ VR ของนิคอนมาก่อนคงทราบดีถึงประสิทธิภาพในการลดความสั่นไหว กล้องรุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีจากเลนส์สำหรับกล้อง DSLR มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสั่นไหว กล้องจะสั่งงานให้ชุดเลนส์ VR ขยับเพื่อหักล้างการสั่นไหว ซึ่งทำให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำกว่าปกติ 3 สตอป
ความไวแสงสูงสุดของ COOLPIX P5000 ทำได้ถึง ISO 3200 (ที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล) ส่วนในโหมดป้องกันภาพสั่นไหวหรือโหมดความไวแสงสูง กล้องจะปรับความไวแสงที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ สูงสุดที่ ISO 1600 ความไวแสงที่สูงขึ้นทำงานด้วยหน่วยประมวลผลใหม่ที่ลดสัญญาณรบกวนได้ดีกว่าเดิม กล้องรุ่นนี้ใช้แป้นเลือกโหมดการทำงานแบบใหม่ ใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดการทำงานแล้วดูผลการปรับตั้งจากบนจอ LCD 2.5 นิ้ว ซึ่งจะแสดงด้วยสัญลักษณ์รูปกราฟฟิคขนาดใหญ่เข้าใจง่าย

COOLPIX P5000 มีระบบโฟกัสค้นหาใบหน้า (Face-priority AF) ซึ่งจะตรวจจับและโฟกัสที่ใบหน้าบุคคลโดยอัตโนมัติ โดยจะทำงานร่วมกับระบบวัดแสงเพื่อให้ค่าแสงที่ใบหน้าพอดี มีระบบลดตาแดงอัตโนมัติและระบบเพิ่มรายละเอียดในส่วนมืดของภาพ (D-Lighting) เพื่อแก้ไขในกรณีถ่ายภาพย้อนแสงหรือกรณีที่ฉากหลังมีสีขาวสว่างกว่าวัตถุในภาพ
นอกจากนั้น COOLPIX P5000 ยังมีระบบ Optimize Image เพื่อปรับแต่งภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบถ่ายภาพขาวดำสามารถเข้าไปใน CUSTOM เพื่อปรับคอนทราสต์ ความคมชัด ใส่ฟิลเตอร์สีสำหรับถ่ายภาพขาว-ดำได้ มีระบบ Distortion Control ซึ่งจะช่วยปรับแก้ความบิดเบือนเมื่อถ่ายด้วยเลนส์เสริม
เลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์ซูม 3.5X ทางยาวโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 36-126 มม. f/2.7-5.3 ใช้ชิ้นเลนส์ 7 ชิ้น จัดเป็น 6 กลุ่ม ปรับโฟกัสใกล้สุด 30 ซม. ที่ช่วงมุมกว้างและ 70 ซม. ที่ช่วงเทเลโฟโต้
ระบบวีดีโอยังโดดเด่นด้วยความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ความเร็ว 30 เฟรม/ วินาที บันทึกพร้อมเสียงได้แบบไม่จำกัดเวลา

Nikon COOLPIX P5000 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม EN-EL5 การชาร์จหนึ่งครั้งใช้งานได้ประมาณ 250 ภาพ ขนาดกล้อง 98 x 64.5 x 41 มม. น้ำหนัก 200 กรัม
ความเร็วในการทำงานดีมาก เปิดปิดกล้องได้รวดเร็ว ระบบโฟกัสแม่นยำ มีภาพหลุดโฟกัสน้อย ดูภาพได้เร็ว ซูมขยายภาพเร็ว การบันทึกก็เร็ว
จอ LCD ของกล้องรุ่นนี้มีคุณภาพดีมาก ให้ภาพสว่าง คมชัดและสีสันดี การใช้ในสภาพแสงน้อยก็ยังมองภาพได้ค่อนข้างดี
ความคมชัดของ COOLPIX P5000 ทำได้ดีเมื่อเทียบกับกล้อง 10 ล้านพิกเซลส่วนใหญ่ ภาพที่ได้จาก P5000 จะคมชัดมีรายละเอียดดีกว่าเล็กน้อย ส่วนการถ่ายทอดสีก็ทำได้น่าพอใจ ให้ภาพใสเคลียร์ สีสดใส ความอิ่มตัวของสีค่อนข้างสูง แต่ไม่ได้บูสท์จนสีจัดจ้านแต่อย่างใด ยังให้สีผิวดี และการไล่น้ำหนักสีที่ดี
Noise ของกล้องรุ่นนี้นับว่าต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานของกล้องคอมแพค เมื่อนำไปใช้ถ่ายภาพในเวลากลางคืนซึ่งแสงน้อยมากพบว่า Noise ของ COOLPIX P5000 ทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะที่ ISO 100 และ 200 ผลที่ได้น่าพอใจมาก ที่ ISO 400 ก็ยังนับว่าดี (ดีกว่า ISO 200 ของกล้องอีกรุ่นที่นำไปใช้) ส่วน ISO 800-1600 นั้น จะปรากฏ Noise ชัดเจน แต่ก็อยู่ในระดับใช้ได้ ส่วน ISO 3200 ภาพละเอียดกว่า ISO 1600 เพียงแต่รายละเอียดหายไปมากจากวงจรลด Noise แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องความชัดนักก็จะชอบ
การใช้กับเลนส์เสริมมุมกว้างทำให้กล้องรุ่นนี้ใช้สนุกเพราะขยายช่วงไวด์เป็น 24 มม. คุณภาพแทบไม่ลดลงที่กลางภาพ ส่วนขอบภาพลดลงชัดเจน
แฟลช SB400 นั้นดูเป็นเนื้อคู่ของกล้องรุ่นนี้ แมทช์กันดีทั้งขนาดรูปลักษณ์และการใช้งาน ความแม่นยำของแฟลชก็นับว่าดี

ความเห็น : นิคอนยังทำกล้องโปรซูเมอร์ได้ดี เป็นกล้องที่ใช้สนุก (ถ้ามีเลนส์เสริมมุมกว้าง WC-E67) ให้คุณภาพไฟล์ดี ระบบโฟกัสดี และระบบวีดีโอก็ใช้ได้ อีกทั้งราคาขายก็ไม่สูงเลยเมื่อเทียบจากคุณภาพของกล้อง
ที่มา นิตยสาร FOTO INFO ฉบับที่ 27 ประจำเดือน มิถุนายน 2550
ภาพประกอบจาก
http://www.niksthailand.co.th/





