









สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด
วานนี้ (21 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร ภาค 4 นำหมายค้นของศาลเข้าตรวจค้น "คลินิกหมอเลอพงษ์" เลขที่ 119/2 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังสืบทราบมาว่ามีการลักลอบทำแท้งเถื่อนให้กับหญิงสาว เมื่อไปถึงที่คลินิกดังกล่าวเป็นตึกแถว 3 ชั้น แบ่งเป็นห้องตรวจรักษาโรค 2 ห้อง และห้องสำหรับคนป่วยนอนพักผ่อนอีก 1 ห้อง ที่เก้าอี้นั่งรอด้านข้างมีหญิงสาววัยรุ่น 4 คน นั่งรอทำแท้งอยู่ ภายในห้องพบน.พ.เลอพงษ์ วัฒนจินดา อายุ 55 ปี เจ้าของคลินิก กำลังทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์ภายหลังการทำแท้งให้คนไข้
สอบถามหญิงสาววัยรุ่น 4 คน ทราบว่ามีอายุ 22 ปี, 20 ปี, 18 ปี และ 16 ปี ทั้งหมดกำลังเรียนหนังสือในระดับมัธยมปลายและปวช. สารภาพว่าเนื่องจากประจำเดือนขาด และซื้อเครื่องตรวจตามร้านขายยามาตรวจก็พบว่าตั้งครรภ์ จึงมาหาหมอเพื่อทำแท้งเพราะกำลังเรียนและไม่อยากให้ทางบ้านรู้เรื่อง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า สอบสวนน.พ.เลอพงษ์รับสารภาพว่า จบแพทยศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2519 แล้วมาเป็นแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี กระทั่งถึงปี 2540 จึงลาออกจากราชการมาเปิดคลินิกรับทำแท้ง โดยเริ่มทำแท้งมาตั้งแต่ยังรับราชการเป็นหมอรับรักษาโรคทั่วไปอยู่ เพราะมีหญิงขายบริการ และพวกที่จะไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งยังไม่พร้อมจะมีลูกได้มาขอให้ช่วยทำแท้งให้ ก็มีมาเรื่อยจนถึงปัจจุบันนี้
"น.พ.เลอพงษ์ได้ทำแท้งให้กับหญิงทั่วไปมาแล้วถึง 20 ปีเศษ ตรวจสอบสมุดบันทึกพบว่า มีการบันทึกรายชื่อผู้มาตรวจร่างกายเฉลี่ยวันละ 20 รายและจากหลักฐานบัญชีรายชื่อคนเข้ารับการตรวจรักษาเพียงแค่ 2 เดือนเศษมีมากถึงพันกว่าคน ซึ่งน.พ.เลอพงษ์อ้างว่าต้องการช่วยเหลือหญิงสาวที่มีปัญหาเรื่องตั้งครรภ์ และคิดราคาประมาณ 1,200 บาทต่อคน" เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้คลินิกแห่งนี้เล่าว่า หลังจากน.พ.เลอพงษ์ทำแท้งให้คนไข้แล้วก็จะนำก้อนเลือดทิ้งลงโถส้วม โดยต้องใช้บริการรถดูดส้วมถึงเดือนละ 2 ครั้งเพื่อป้องกันการเน่าเหม็น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายแพทย์เลอพงษ์ไว้ดำเนินคดีในข้อหาทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอมต่อไป
ข้อมูลจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































































































































































































































เป็นอะไรที่ทุก คนไม่ว่าเด็กวัยรุ่นยันคนชรา ก้อยังนึกอยากไม่ แปลกเลยที่ทุกคนอยากจะลอง แต่ อย่าลืมป้องกันจะได้ไม่สาย 













































































































































