แอพแรกที่คุณเลือก

ดู "จูมง" แล้วย้อนดูตัว

 


           "จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์"เป็นละครที่เปิดตัวที่ประเทศไทยค่อนข้างเงียบ อาจจะเป็นเพราะแรกทีเดียวนั้น มหาบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีผู้นี้ต้องสละเวลาที่มีอยู่เพียงน้อยนิดไปซะ 1 วัน ดังนั้นแม้จะเปิดเรื่องได้เข้มข้นเพียงใดเวลา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็น้อยไปที่จะให้คนดูกลุ่มที่เคยประทับใจ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง กับ ซอดองโย สายใยรักสองแผ่นดิน ยังคงยึดมั่นอยู่กับช่วงเวลาที่เดิม กระทั่งเมื่อจูมงได้ออกอากาศ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนละครเรื่องก่อนๆ เรตติ้งที่ดูจะแช่นิ่งอยู่กับที่ก็เริ่มกระเตื้องขึ้น

           และเพื่อตอบรับกับกระแสความนิยมในบ้านเรา ช่อง 3 ก็เลยจัดพาสื่อมวลชนไปสัมผัสดินแดนที่จูมงได้สร้างขึ้น แล้วสิ่งที่เราได้พบก็คือความนิยมต่างๆ ยังไม่สร่างซา แม้ว่าที่นั่นจะฉายซีรีส์เรื่องนี้จบไปตั้งแต่ต้นปีแล้วก็ตาม โดยตอนที่ฉายนั้นได้เรตติ้งผู้ชมสูงสุดถึง 60% ขณะที่ตามปกติแล้วถ้าเรื่องไหนมีแค่ 30% ก็ถือว่าฮิตมากแล้ว

           และก็เพราะความฮิตนี่แหละที่ทำให้ละครที่เดิมจะมีแค่ 70 ตอนถูกขยายเป็น 81 ตอน และสามารถทำรายได้มหาศาล นั่นคือมีรายได้จากค่าโฆษณาตอนฉายในประเทศตอนละ 28 ล้านบาท กับรายได้จากการขายไปต่างประเทศอีกตอนละราว 986 ล้านบาท จากการขายซีรีส์ 1 ตอนต่อ 1 ประเทศ ซึ่งถึงตอนนี้ก็ขายไปได้ถึง 9 ประเทศแล้ว

           ได้ทั้งเงินทั้งกล่องเพียบเลยละงานนี้ 

           ส่วนเหตุจูมงเข้าถึงจิตใจของคนดูได้ดีนัก คำตอบคงอยู่ที่เนื้อเรื่อง เพราะสำหรับชาวเกาหลีเส้นทาง 4,500 ปี ในประวัติศาสตร์คือเส้นทางของการฟันฝ่าอุปสรรค เพราะนอกจากภูมิประเทศจะเต็มไปด้วยภูเขาที่ทำให้ยากลำบากต่อการดำรงชีวิตแล้ว พวกเขายังต้องพบกับการก่อกบฏ และการทำสงครามไม่ต่ำกว่า 3,000 ครั้ง จึงทำให้ซาบซึ้งใจกับซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ได้ไม่ยาก

           David Taegho Ahn ฝ่ายจัดการธุรกิจระหว่างประเทศและผู้กำกับ สถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี (MBC : Munhwan Broadcasting Corp.) ถึงกับเรียก "จูมง" ว่าคือละครแห่งชาติเกาหลี

           และเพราะเหตุนี้นี่ที่ทำให้ "จูมง" ได้รับความนิยมสูง จนติดอันดับ 8 ในจำนวนละครทั้งหมดที่สถานีโทรทัศน์แห่งนี้แพร่ภาพ นับตั้งแต่ก่อตั้งสถานีมาในปี 2493 ขณะเดียวกันก็เกิดสินค้าภายใต้แบรนด์ "จูมง" ออกมากว่า 80 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น เกม, เหล้า, ข้าวสาร, ของเล่น, หนังสือ, เพลง, ขนม ฯลฯ รวมไปถึง "นาจู ซัมฮันจิ ธีม ปาร์ค" สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคือสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้นั่นเอง

           นาจู ซัมฮันจิ ธีม ปาร์ค ตั้งอยู่ในเมืองนาจู จังหวัดชอลลานัมโด มีเนื้อที่เกือบ 150,000 ตารางเมตร เดิมทีเมืองนี้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวประมาณ 4 แสนคนต่อปี แต่เมื่อสร้างธีมปาร์คแล้วยอดนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวคือสูงถึง 9 แสนคนทีเดียว

           Choung boo sung ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โอลีฟ ไนน์ จำกัด ผู้สร้างซีรีส์เรื่อง "จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์" บอกว่า เป็นเป้าหมายของซีรีส์ทุกเรื่องอยู่แล้วที่จะต้องทำเพื่อขายให้ต่างประเทศด้วย แต่ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะได้รับความสนใจมาก

           "ละคร 81 ตอนมันยาวเกินไป ปกติมากกว่า 24 ตอนก็ขายไม่ได้แล้ว แต่ได้ยืนยันกับคนที่ซื้อไปว่า ในทุกตอนจะทำให้ดีที่สุด" Choung กล่าวอย่างอารมณ์ดี

           แล้วก็เพราะ "จะทำให้ดีที่สุด" นี่เอง ที่ทำให้จูมงได้รับความนิยมถึงต่างประเทศ เพราะตอนนี้นอกจากไทยแล้ว ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เวียดนาม, ไต้หวัน ไม่เว้นแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาก็ซื้อซีรีส์เรื่องนี้ไป และในไม่ช้าเชื่อว่าจะซื้อสินค้าเกี่ยวกับจูมงตามไปด้วย

           "เฉพาะกำไรจากไลเซ่น โปรดักส์ก็ 4 ล้านกว่าบาทต่อเดือน ถ้ารวมยอดต่างประเทศจะมากกว่านี้หลายเท่า เพราะเราจะขายออกทั่วโลก" เขาบอก

           ด้าน ปิยะวดี มาลีนนท์ ผู้จัดการแผนกวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า ช่อง 3 ลงทุนกับเรื่องนี้ไปมาก หากเมื่อมาดูของจริงที่เกาหลีแล้ว ก็คิดว่าหากจะต้องลงทุนเพิ่มอีกก็ไม่เป็นไร เพราะมั่นใจว่าอย่างไรเสียก็คุ้มค่า

           แต่จะเพิ่มไปในแนวทางใด คุณผู้ชมหน้าจอคงต้องติดตามกันอีกที

           "แดจังกึม นั้นจะเน้นความรัก เน้นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่จูมงจะเน้นที่พระเอก เน้นประวัติศาสตร์ ความยิ่งใหญ่ในการกอบกู้แผ่นดิน"

           "ซึ่งคนน่าจะชอบ เพราะจูมงก็เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองเราในปัจจุบันพอดี"

           ขณะที่ Choung เสริมว่า

           "ตอนแรกนั้นจูมงเป็นคนธรรมดา ไม่เก่งเรื่องต่อสู้หรือการเมือง แต่เมื่อได้รู้เรื่องพ่อของตัวเองก็สามารถตั้งสติ และกลายเป็นฮีโร่ของประวัติศาสตร์เกาหลี จึงอยากให้คนที่ดูหนังเรื่องนี้ได้รู้ว่าถ้ามีสติ หรือตั้งสติได้ ก็สามารถทำอะไรแบบนี้ได้เหมือนกัน"

           สำหรับแฟนๆ ชาวไทย Choung บอกว่า

           "อยากให้ดูจูมงแล้วนึกถึงอดีตของตัวเองให้มากขึ้น นึกให้ได้ว่ามีใครเป็นฮีโร่ ให้ใส่ใจประวัติศาสตร์ แล้วตั้งสติให้ได้"

           หลายคนที่ดูมาแล้วคงจะทึ่งกับฝีไม้ลายมือในเชิงรบและความรักชาติของมหากษัตริย์ที่ชื่อ "จูมง" และประทับใจในเชิงรักของผู้หญิงที่ชื่อ "โซซอโน" ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อทุกคนที่รัก แต่สิ่งที่ตรึงคนไทยได้มากกว่านั้นก็คือ เราตั้งสติได้อย่างจูมงที่เคยเสียศูนย์ทำได้หรือไม่ เมื่อคิดได้แล้ว จะเหลืออยู่ก็แต่ว่า เราชาวไทยที่กำลังย่ำซ้ำรอยประวัติศาสตร์เกาหลีเมื่อสี่พันกว่าปีก่อน และจะหยิบตรงไหนของซีรีส์เรื่องนี้มาใช้


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

โพสต์เมื่อ 23 กรกฎาคม 2550 เวลา 00:00:00

ดู "จูมง" แล้วย้อนดูตัว โพสต์เมื่อ 23 กรกฎาคม 2550 เวลา 00:00:00 27k อ่าน 311 แสดงความคิดเห็น