HILIGHT NEWS

นักเรียน 1 อำเภอ 1 ทุนอ้อนเรียนไม่ไหว ขอกลับไทยกว่าร้อย

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<


          กระทรวงศึกษาธิการยอมรับมีนักเรียนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นแรกกว่า 100 คน ทยอยเดินทางกลับประเทศ เหตุเรียนไม่ไหว ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานนักการเมืองและหัวคะแนนในสมัยนั้นและไม่มีคุณภาพ "วิจิตร" เต้นเรียกทุกหน่วยงานถกด่วน 9 สิงหาคมนี้ ด้านนักเรียนทุนอียิปต์เผย ไปเรียนนอกต้องเรียนภาษาก่อนอย่างน้อย 2 ปี เพื่อปรับพื้นฐานถึงจะเรียนในมหาวิทยาลัยได้

          รายงานข่าวจากสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งว่า ขณะนี้มีนักเรียนในโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หรือโอดอส รุ่นแรกที่เลือกเรียนในต่างประเทศ 739 คน จากนักเรียนทั้งหมด 921 คน เดินทางกลับประเทศไทยกว่า 100 คน เพราะเรียนไม่ไหว

          เนื่องจากผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบางส่วนเป็นลูกหลานของนักการเมืองและหัวคะแนน ระยะการคัดเลือกกระชั้นชิด เตรียมความพร้อมด้านภาษาน้อยก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ทำให้คุณภาพผู้ที่ผ่านการคัดเลือกไม่ได้มาตรฐาน เป็นอุปสรรคต่อการเรียนต่อ โดยได้รายงานปัญหาดังกล่าวให้ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรียบร้อย ซึ่งจะมีการเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

           ส่วนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น มี 2 รุ่น รุ่นแรกเลือกเรียนในต่างประเทศ 739 คน และรุ่น 2 จำนวน 728 คน เรียนในต่างประเทศ เพิ่งเดินทางไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่เหลือเรียนต่อในประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบกลางปี 2550 จำนวน 1,108 ล้านบาท ให้ใช้สำหรับเดือนมกราคม-กันยายน 2550 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว และอนุมัติให้ผูกพันงบประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลให้นักเรียนทุนทั้ง 2 รุ่นเรียนต่อจนจบ ซึ่งปีงบประมาณ 2551 สำนักงบประมาณได้อนุมัติวงเงินให้แล้ว 1,200 ล้านบาท

           ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกรทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า มีนักเรียนทุนรุ่น 1 ที่ส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ปี 2546 สำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับ ประเทศแล้วประมาณ 5 คน โดยสำเร็จการศึกษาจากประเทศอินเดีย และมีนักเรียนทุนบางส่วนขอเปลี่ยนมาเรียนต่อในประเทศไทย เพราะรู้ตัวเองว่าศักยภาพไม่เหมาะสมสำหรับการเรียนต่อในต่างประเทศ แต่ยืนยันว่าไม่มีการส่งตัวกลับไปเรียนต่อในประเทศเพราะไม่มีงบประมาณอย่างแน่นอน

           ส่วนนักเรียนรุ่น 3 จะลดจำนวนทุนเหลือประมาณ 400 กว่าทุน แยกเป็นทุนเรียนต่อต่างประเทศจัดสรรให้เขตพื้นที่การศึกษาละ 2 คน รวมเป็น 356 ทุน (178 เขตพื้นที่การศึกษา) ทุนเรียนต่อทางด้านอาชีวศึกษาและทุนเรียนต่อในประเทศ ซึ่งสาเหตุที่ลดจำนวนทุนและจำกัดจำนวนทุนเรียนต่อต่างประเทศ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่รัฐบาลต้องการการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กในชนบทที่เรียนดีแต่ฐานะยากจนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ซึ่งจะปรับให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ออกข้อสอบคัดเลือกแทน เพื่อคัดเลือกให้ได้นักเรียนที่เรียนเก่งอย่างแท้จริง

           ผู้รับทุนจะต้องเลือกเรียนในสาขาที่ประเทศ หรือท้องถิ่นขาดแคลน เรียนต่อในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ จะได้ประโยชน์ทั้งวิชาการและส่งเสริมบทบาทไทยในประชาคมโลกด้วย และเตรียมความพร้อมด้านภาษาของเด็กตั้งแต่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 3-6 เดือน และทดสอบหลังเตรียมตัวด้วยว่าเด็กสามารถทำได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีไปแล้วเรียนต่อไม่ไหวเหมือนกับนักเรียนทุนใน 2 รุ่นที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างที่เตรียมความพร้อมอยู่ในประเทศไทยให้สมัครเข้ามหาวิทยาลัยไปในเวลาเดียวกัน เมื่อเดินทางไปถึงสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยทันที ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนภาษาอีกเป็นปี หากใครไม่ผ่านการเตรียมตัวทางด้านภาษาจะไม่ให้เดินทางไป

           ทั้งนี้นักเรียนทุน 1 อำเภอ 1 ทุน ทั้ง 2 ทุน รวมทั้งหมด 1,836 คน เป็นนักเรียนที่เลือกเรียนต่างประเทศประมาณ 1,400 คน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องสำรวจด้วยว่านักเรียนทุน 2 รุ่น มีโอกาสที่จะมีงานทำในท้องถิ่นมากน้อยแค่ไหน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดสาขาเรียนต่อของผู้รับทุน โดยจะมีการหารือสรุปแนวทางการดำเนินการในวันที่ 9 สิงหาคมด้วย

          น.ส.การ์ตินี มะเหาะ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาตะวันออกกลาง American University (AUC) นักศึกษา 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นแรก ซึ่งไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่ประเทศอียิปต์ กล่าวว่า นักเรียนไทยที่ไปเรียนในต่างประเทศในเบื้องต้นจะต้องไปเรียนภาษาเสียก่อนประมาณ 2 ปี จากนั้นถึงจะไปเรียนต่อด้านสาขาที่เลือกอีก 4 ปี และต้องเรียนให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เมื่อครบกำหนดเวลาที่ได้รับทุนการศึกษาก็ต้องเดินทางกลับ หากเรียนไม่จบตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ก็ต้องใช้ทุนของตัวเองเรียนต่อ

          ส่วนการเตรียมความพร้อมที่จะเรียนสาขาตะวันออกกลาง American University ของ น.ส.การ์ตินี บอกว่า ต้องเรียนภาษาอังกฤษ 3 ปี เรียนวันละ 2 ชั่วโมง 30 นาที ประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์ พร้อมทั้งเรียนภาษาอาหรับใน 2 เดือนแรก เพราะต้องใช้ติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ขณะนี้สอบภาษาอังกฤษผ่านแล้ว โดยจะเริ่มเรียนวิชาปี 1 ในวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ และจากนี้ไปอีก 4 ปี จะต้องเก็บหน่วยกิตให้ครบทั้งหมด 120 หน่วยกิต คาดว่าจะเรียนภาคฤดูร้อนเสริมด้วย

          น.ส.การ์ตินี กล่าวว่า ได้รับทุนค่าครองชีพเดือนละ 900 ดอลลาร์สหรัฐ แบ่งออกเป็นค่าหอพักประมาณเดือนละ 363 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าอาหารประมาณเดือนละ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายเวลาที่จำเป็น และเก็บไว้เป็นทุนเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งนักเรียนไทยที่เรียนในไคโรได้รับการดูแลจากสถานทูตไทยประจำกรุงไคโรเป็นอย่างดี


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนปรับแผน ดึงกรมสุขภาพจิต
- "ไทย-รัสเซีย" การศึกษาเพื่อ...สองแผ่นดิน 
- โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ไม่มีอีกแล้ว! จบแค่ 2 รุ่น




ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

เรื่องอื่นๆ
  1. "หมวดเจี๊ยบ" พ่ายแรงกดดันอำลาชีวิตทหาร
  2. มาปลดหนี้บัตรเครดิตกัน
  3. อดัม แซนด์เลอร์ กลับมาเรียกเสียงฮาอีกครั้งใน "คู่เก๊ วิวาห์ป่าเดียวกัน"
  4. "จงรัก" มั่นใจหลักฐาน ศาลอนุมัติหมายจับ "พ.ต.อ." ติดสินบน
  5. คมช.ลั่นเงินซื้อคนไทยล้มร่างรธน.ไม่ได้!
  6. "แมร์" เผยไมได้หยิ่ง แค่ทิ้งบทนางเอก!
  7. วิธีปิ้งย่างเนื้อไม่ให้เกิดสารก่อมะเร็ง เวฟหรืออบให้สุกก่อน
  8. ครม.ไฟเขียวปรับรูปแบบเหรียญกษาปณ์ทั้ง 9 ชนิดราคา
  9. ภาพวอลล์เปเปอร์ โบ-น้องอชิ จาก สุดสัปดาห์
  10. อันตรายของบุหรี่ทำให้กลายพันธุ์ ถ่ายทอดถึงรุ่นลูกหลาน

เรื่องน่าสนใจ