








ถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษจริงๆ สำหรับวันที่ 12 สิงหาคม ในปีนี้ เพราะนอกจากจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเป็นวันแม่แห่งชาติแล้ว ยังเป็นวันที่เราสามารถมองเห็นฝนดาวตกอีกด้วย ซึ่งฝนดาวตกนี้อาจจะเป็นของขวัญที่ฟ้าส่งมามอบให้แด่คุณแม่ทุกๆ คนก็เป็นได้
"เก็บตกริมทาง" ของเราวันนี้ จึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับฝนดาวตกมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
กลุ่มฝนดาวตกที่จะเกิดขึ้นนั้น มีชื่อว่า ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส (Perseid meteor shower) ดาวตกเกือบครึ่งหนึ่งของฝนดาวตกกลุ่มนี้สว่างมาก ส่วนใหญ่มีสีขาว-เหลือง และมีอัตราการเกิดค่อนข้างถี่ เคลื่อนที่เข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยอัตราเร็วประมาณ 59 กิโลเมตรต่อวินาที
ฝนดาวตกเกิดขึ้นเมื่อโลกเดินทางผ่านธารสะเก็ดดาวอันเกิดจากดาวหาง รังสีจากดวงอาทิตย์ทำให้ผิวดาวหางระเหิดปลดปล่อยแก๊สและฝุ่นออกมาในอวกาศ สะเก็ดดาวจำนวนมากที่หลุดออกมาจากดาวหางยังคงล่องลอยอยู่ในอวกาศ หากวงโคจรของสะเก็ดดาวเหล่านั้นผ่านใกล้วงโคจรโลกจะทำให้เกิดดาวตกที่มีกำเนิดจากแหล่งเดียวกัน เรียกว่าฝนดาวตก ดาวหางต้นกำเนิดของฝนดาวตกเพอร์ซิอัส คือ ดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล ดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบประมาณ 130 ปี เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2535
ในการสังเกตฝนดาวตก เส้นทางการเคลื่อนที่ของดาวตกจะมีแนวที่ดูคล้ายพุ่งออกมาจากจุดหนึ่งบนท้องฟ้า จุดนั้นเรียกว่า "จุดกระจาย (ฝน) ดาวตก (radiant)" ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีจุดกระจายอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์ซิอัส ใกล้กับกลุ่มดาวแคสซิโอเปียในซีกฟ้าเหนือ แต่เราไม่จำเป็นและไม่ควรมองไปที่จุดนั้น
การที่ประเทศไทยอยู่ในฤดูมรสุม จึงอาจไม่ค่อยได้มีโอกาสมองเห็นดาวตกจากฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมากนัก ยกเว้นถ้าท้องฟ้าเปิด ข้อมูลจากองค์การอุกกาบาตสากล คาดหมายว่าฝนดาวตกเพอร์ซิอัสในปี 2550 น่าจะมีอัตราสูงสุดในคืนวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม (เข้าสู่เช้ามืดวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม) และคืนวันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม เป็นช่วงที่ประเทศไทยจะเห็นดาวตกมากที่สุดเฉลี่ยนาทีละ 1 ดวง
เวลาที่สามารถดูดาวตกได้เริ่มตั้งแต่ประมาณ 4-5 ทุ่ม ต่อเนื่องไปจนถึงเช้ามืด ในช่วงแรกปริมาณดาวตกจะยังน้อยอยู่ (แต่อาจพบว่าหลายดวงที่เห็นในช่วงแรกๆ มีเส้นทางยาวกว่าช่วงเวลาอื่น เนื่องจากสะเก็ดดาวพุ่งทำมุมเฉียดเข้ามาในบรรยากาศโลก) จากนั้นจะเริ่มเห็นถี่ขึ้นทีละน้อย ถี่มากที่สุดในช่วงเวลาประมาณ 4.00-5.00 น.การสังเกตดาวตกให้เห็นได้ชัดควรสังเกตจากสถานที่ที่ฟ้ามืด ห่างจากเมืองใหญ่ ไม่มีแสงไฟรบกวน ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพียงใช้เก้าอี้ผ้าใบหรือนอนดูแล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
หากไม่นอนเพลินจนลืม ก็ลองตื่นขึ้นมาดูฝนดาวตกที่ท้องฟ้ามอบให้แก่คุณแม่ เนื่องในวันแม่ปีนี้ดูนะคะ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |









































































































































































































































|