









วานนี้ (16 ส.ค.) รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม นำเสนอผลงาน จะแก้ไขและปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นระบบองค์รวมได้อย่างไร ในการสัมมนาสภาวะการศึกษาไทย ปี 2549-2550 จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) โดย รศ.วิทยากร กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมช่วงปี 2544-2549 เน้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจธุรกิจ มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีการศึกษาบ่อยกว่าทุกกระทรวง งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีสัดส่วนต่องบประมาณทั้งหมดลดลง แม้จะมีรัฐบาลใหม่หลังรัฐประหารก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
ในส่วนของโอกาสได้รับการศึกษานั้นก็ไม่ได้เพิ่ม แต่ยังใกล้เคียงของเดิม โดยเฉพาะการศึกษาระดับก่อนประถม และประถมศึกษา มีสัดส่วนต่ำลงอย่างไม่น่าเชื่อ อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ทำให้คนจนไม่สามารถเรียนได้ แม้จะมีนโยบายเรียนฟรี 12 ปี แต่คนจนยังต้องเสียค่าเดินทาง ค่าอาหารกลางวัน ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การศึกษา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม กล่าว และว่า สำหรับสัดส่วนการเรียนมัธยมศึกษาที่ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้น แต่เกณฑ์เรียนจบต่ำ ขณะที่คนนิยมเรียนอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นเติบโตจาก 400,000 คน ในปี 2545 เป็น 500,000 คน กลับเป็นกลุ่มคนที่ว่างงานกลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ประมาณร้อยละ 20 หรือประมาณ 100,000 คน ดังนั้น คนจบมหาวิทยาลัยเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ส่วนการเรียนอาชีวะน้อยเกินไป ทั้งที่ความต้องการมาก
รศ.วิทยากร กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณให้การศึกษามัธยมฯ น้อยไป แต่ให้อุดมศึกษาฯ สูงขึ้น วิธีการจัดสรรงบประมาณก็มีปัญหา จัดโดยไม่ผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และไม่ยืดหยุ่นติดระเบียบ ไม่สามารถใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาได้เต็มที่ โรงเรียนที่อยู่ในเมืองได้เปรียบการใช้ทรัพยากร ได้เงินบริจาคและครูดีๆ ขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กและชนบทผลสัมฤทธิ์การศึกษาต่ำ แม้เราจะภูมิใจว่า เด็กไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการได้เหรียญทองมากมาย แต่เป็นจำนวนคนที่น้อย ต้องดูค่าเฉลี่ยทั่วประเทศเรายังตามประเทศอื่นอยู่มาก และคุณภาพการศึกษาในประเทศมีความแตกต่างกันอย่างมาก
รศ.วิทยากร เสนอทางออกปัญหาปฏิรูปการศึกษาว่า ต้องลดขนาดและบทบาทของการศึกษาลง เพิ่มแรงจูงใจให้ครูดี ครูเก่ง ทำงานได้มีประสิทธิภาพ ต้องปฏิรูปการจัดสรรและการจ่ายงบประมาณให้เป็นธรรม เน้นไปที่การเรียนการสอนมากกว่าอาคารสถานที่ ปฏิรูปการศึกษาระดับปฐมวัยให้ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นการเรียนรู้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับการทำงานของสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเปลี่ยนระบบการประเมิลผลและสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นการวัดจากความคิดวิเคราะห์แทนการท่องจำ
รศ.วิทยากร กล่าวถึงการเรียนฟรี 12 ปีในร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ด้วยว่า เป็นการเขียนไว้กว้าง ๆ ไม่มีผลจริง หรือตามที่พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบายเรียนฟรี 12 ปี จะทำได้เกิดผลทางปฏิบัติต้องเพิ่มงบประมาณ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ฟรีค่าเล่าเรียน ซึ่งการศึกษาถ้าจัดแบบไม่มีคุณภาพ เรียนฟรีไปก็ไม่มีความหมาย ต้องให้เรียนฟรีทั่วถึงอย่างมีคุณภาพ จบการศึกษาแล้วมีงานทำได้ประโยชน์ เช่น ผู้ที่เรียนจบในชนบท ได้เป็นเกษตรกรเก่ง ไม่ใช่ผลิตเพื่อแข่งกันเข้ามหาวิทยาลัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นักเรียนชักดาบกู้ยืมเรียน เจอฟ้องแน่! ขีดเส้นตาย 5 ก.ค.นี้
- แฉนักศึกษาสาวแขวนคอ ดิ้นสู้ชีวิต สิ้นทางหาค่าเทอม
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
























































































































































































































































้ยืมเพื่อการศึกษายังแย่เลย แล้วนี่เรียนฟรี 12 ปี จะรอดหรอ 

















้ยืมเพื่อการศึกษายังแย่เลย แล้วนี่เรียนฟรี 12 ปี จะรอดหรอ 








้ให้เรียนึง DR...เมืองไทยทำได้เปล่า? 
























































































































