
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ปรึกษากลุ่มไทยรักไทย กล่าววานนี้ (19 ส.ค.) ในรายการ "ตัวจริง ชัดเจน" ทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กรณีประชาชนประมาณร้อยละ 60 ให้ความเห็นชอบต่อการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า กลุ่มไทยรักไทยคงไม่ให้ความสำคัญในประเด็นนี้มาก เนื่องจากผลการลงประชามติ กับผลการเลือกตั้งพรรคการเมืองต่างๆจะใช้แนวทางการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน พรรคการเมืองที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจมีความคิดแตกต่างกันเมื่อต้องลงสนามเลือกตั้งเพราะต้องแข่งขันกันเองด้วย
ที่ปรึกษากลุ่มไทยรักไทย กล่าวต่อว่า การลงประชามติมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ แม้ว่าการให้ข้อมูลและเหตุผล ต่อการไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีเวลาที่จำกัดน้อยมาก หรือถูกกลไกของรัฐใช้วิธีการสารพัด แต่มีเสียงเห็นชอบจำนวนมากถึงร้อย 40 ถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เนื่องจากสวนดุสิตโพลล์ระบุว่า ฝ่ายเห็นชอบต่อรัฐธรรมนูญ คิดถึงเนื้อหารัฐธรรมนูญเพียงร้อยละ 16 นอกนั้นเห็นว่า ทำอย่างไรให้เกิดการเลือกตั้งเร็วๆ เพื่อยุติความขัดแย้ง ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นชอบมีเหตุผลมาจากเนื้อหาร้อยละ 70-80 ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก
"วันนี้ประเทศอาจผ่านโค้งอันตรายตามที่หลายฝ่ายให้คำนิยามไปได้ พร้อมกับการเลือกอยู่ระหว่างทางสองแพร่งที่ค่อนข้างขรุขระ เสี่ยงต่อการตกเหวพอสมควร เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาก ส่งผลให้เกิดรัฐบาลที่อ่อนแอ ไม่มีประสิทธิภาพ การปกครองและการบริหารประเทศในอนาคตจะขึ้นอยู่กับ ผู้มีอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยผลของความเลวร้ายต่างๆจะค่อยสำแดงฤทธิ์เดชออกมาในอนาคต ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง สังคมไทยจึงจะได้เห็นผลที่ไม่ดีเหล่านั้น และค่อยมาคิดแก้ไขปัญหากัน แต่อาจมีคนบางกลุ่มอ้างเรื่องรัฐบาลอ่อนแอ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ และเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญขึ้นอีก " ที่ปรึกษากลุ่มไทยรักไทยกล่าว
เกาะติดสถานการณ์ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550
- "พีเน็ต" ตั้ง 3 ประเด็นไม่ยอมรับ "รธน."
- นปก.ยุติเคลื่อนไหว แต่ตั้งเงื่อนไข 9 ข้อ
- "สุรยุทธ์" เป็นปลื้ม สอบผ่าน ออกเสียงเกิน 50%
- "อภิชาติ" ระบุ 16 ธ.ค. เหมาะสุดจัดเลือกตั้ง
- "มาร์ค-เลี้ยบ" เห็นพ้อง ตั้งสสร.3 แก้รธน.ใหม่
- "โหวตโน" ท่วมอีสาน-เหนือ ขั้ว "ทรท." ปึ้กสู้เลือกตั้ง
- "อีสาน" ไม่เอารัฐธรรมนูญ คมช.ลำบาก
- "สนธิ" เชื่อหลายพรรคเหนื่อย หลังผลไม่รับร่างอีสาน





