
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 14.30 น. ที่ห้องรับรองพิเศษ อาคารรัฐสภา 2 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 โดยมี นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ส.ส.ร. นางสุวิมล ภูมิสิงหราช เลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช. พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของรัฐสภาเข้าร่วมในพิธี จากนั้น เวลา 14.45 น. นายมีชัยพร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพื่อเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าฯถวายร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำขึ้นจำนวน 3 เล่ม โดยหลังจากทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ จะนำไปเก็บไว้ 3 แห่งด้วยกัน คือ ฉบับที่ทำด้วยทองคำแท้จะเก็บไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนอีก 2 เล่ม ที่ทำด้วยเงินกะไหล่ทองเก็บไว้ที่สำนักราชเลขาธิการ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้น ได้นำกระดาษมาจากกรมแผนที่ทหารเป็นกระดาษไฮเวท มีแผ่นใหญ่และทนน้ำสูง จากนั้นส่งให้องค์การค้าของคุรุสภาพับเป็นขนาดสมุดไทย ส่วนการเขียนหรือภาษาโบราณใช้คำว่าชุบ ใช้เจ้าหน้าที่ลิขิตของสำนักอาลักษณ์ และเครื่องราชอิสริ- ยาภรณ์ จำนวน 8 คน ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เคยเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และต้นแบบการเขียนก็ใช้แบบเดียวกันเพื่อความสวยงาม โดยรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่ละฉบับมีจำนวน 592 หน้า 2,368 บรรทัด มีน้ำหนัก 5 กิโลกรัม และปกมีตราพระครุฑพ่าห์ติด พร้อมลงรักปิดทองทั้ง 6 ด้านตามโบราณราชประเพณี
ส่วนขั้นตอนสำคัญที่เกิดภายหลังทรงลงพระ ปรมาภิไธย คือการประทับพระราชลัญจกร ซึ่งมีการประทับพระราชลัญจกร 4 องค์ ประกอบด้วย พระราชลัญจกรมหาโองการ พระราชลัญจกรไอยราพต พระราช ลัญจกรหงสพิมาน และพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์
ต่อมาเวลา 17.00 น. นายมีชัย และนายนรนิติ ได้เดินทางกลับมาที่รัฐสภา และได้เปิดแถลงข่าวบริเวณห้องโถงชั้นล่างของอาคารรัฐสภา 1 โดยนายมีชัยกล่าวว่า วันนี้ (24 ส.ค.) เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน และพระราชทานคืนมาแล้ว ในลำดับต่อไปจะได้มีการนำรัฐธรรมนูญประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศต่อไป หมายความว่ารัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันนี้ (24 ส.ค. 2550) เป็นต้นไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ที่ต้องการนำพาประเทศไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ และจัดให้มีการเลือกตั้งได้โดยเร็ว
นายมีชัยกล่าวต่อว่า จากคำปรารภในรัฐธรรมนูญอาจสรุปสาระสำคัญได้ 8 ประการดังนี้1. ธำรงรักษาไว้ ซึ่งเอกราชและความมั่นคงของชาติ 2. ทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนาให้สถิตสถาพร 3. เทิดทูนพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและเป็นมิ่งขวัญของชาติ 4. ยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน 6. ส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครอง และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรม 7. กำหนดกลไกสถาบันทางการเมืองทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ให้มีดุลยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา 8. มุ่งให้สถาบันศาลและองค์กรอิสระอื่นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตเที่ยงธรรม
นายมีชัยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันบ้างแต่เราต้องไม่แตกแยกกัน และขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้จงได้ รวมทั้งขอให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้เป็นไปโดยบริสุทธ์ยุติธรรม ซึ่งจะเป็นไปได้นั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนต้องช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้การกระทำทุจริตเกิดขึ้น
ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสภาร่างรัฐธรรมนูญ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนไทย ที่ร่วมแรงร่วมใจในการดำเนินการจัดทำและเสนอแนะความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำข่าวสารเกี่ยวกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไปสู่ประชาชนมาโดยตลอด ทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐธรรมนูญจะช่วยลดการผูกขาดอำนาจและทำให้การเมืองดำเนินไปอย่างโปร่งใส มีคุณธรรมและจริยธรรม ยังประโยชน์สูงสุดให้เกิดแก่ประชาชน
ส่วนในคำถามที่ว่าหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้วอำนาจของ คมช.ที่สามารถถอดถอนนายกฯได้ จะถูกยกเลิกไปหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้เขียนไว้ เพียงแต่ระบุให้ประธานคมช. เป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ เท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ผลประชามติฯ รธน. 50 เห็นชอบ 57% ไม่เห็นชอบ 41%
- ตารางแสดงผลคะแนน การลงประชามติของแต่ละจังหวัด
- "พีเน็ต" ตั้ง 3 ประเด็นไม่ยอมรับ "รธน."
- นปก.ยุติเคลื่อนไหว แต่ตั้งเงื่อนไข 9 ข้อ
- "สุรยุทธ์" เป็นปลื้ม สอบผ่าน ออกเสียงเกิน 50%
- "อภิชาติ" ระบุ 16 ธ.ค. เหมาะสุดจัดเลือกตั้ง
- "มาร์ค-เลี้ยบ" เห็นพ้อง ตั้งสสร.3 แก้รธน.ใหม่
- "โหวตโน" ท่วมอีสาน-เหนือ ขั้ว "ทรท." ปึ้กสู้เลือกตั้ง
- "อีสาน" ไม่เอารัฐธรรมนูญ คมช.ลำบาก
- "สนธิ" เชื่อหลายพรรคเหนื่อย หลังผลไม่รับร่างอีสาน





