









จากกรณีที่คณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระบุว่าการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบแอดมิชชั่นซึ่งให้ใช้คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (O-NET) จากปีที่เรียนจบเพียงครั้งเดียวเป็นการละเมิดสิทธินักเรียนนั้น ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว. ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นผู้พิจารณา ซึ่งต้องมาดูว่าละเมิดอย่างไร ตรงไหน และต่อไปเราจะจัดระบบอย่างไรถึงจะไม่ละเมิด ซึ่งเราต้องฟังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ เพราะมีหน้าที่ดูแลสิทธิมนุษยชน และถือเป็นเรื่องดีที่หยิบยกเรื่องนี้มาพูดกัน เพื่อจะได้เกิดความรอบคอบมากขึ้น
ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า เราต้องเข้าใจก่อนว่าผู้ที่กำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยว่าจะใช้อะไรบ้างคือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ดังนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงกติกาอะไรต้องให้ ทปอ.กำหนด หรือแม้แต่ข้อเสนอที่จะให้มีการยกเลิกระบบแอดมิชชั่นและให้กลับไปใช้เอนทรานซ์เหมือนเดิมนั้น ผู้ที่ตัดสินก็คือ ทปอ.เช่นกัน ส่วน สกอ.มีหน้าที่ปฏิบัติตามเท่านั้น แต่ตนเห็นว่าการดำเนินการใด ๆ จะต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ถ้าใครคิดว่าตัวเองเสียสิทธิจะไปร้องศาลปกครองก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ ส่วนที่กล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยไม่เยียวยาเด็กซิลก็เป็นการพูดโดยไม่ดูข้อมูล เพราะจริง ๆ แล้ว เราช่วยเยียวยาเด็ก 800-900 คน ให้ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยไปแล้ว
ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับระบบเอนทรานซ์ที่ใช้การสอบ 4 วันมาตัดสิน ซึ่งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยก็บ่นว่าระบบเอนทรานซ์ ทำให้เด็กไม่สนใจเรียน ความรู้ไม่กว้าง ส่วนที่ระบุว่าระบบแอดมิชชั่นทำให้การกวดวิชามากขึ้นนั้น จริง ๆ แล้วไม่เคยมีใครบอกว่าแอดมิชชั่นจะทำให้การกวดวิชาลดลง อีกทั้งการกวดวิชาก็อยู่ในสายเลือดของเด็กไทย เพราะสังคมไทยไม่มีความมั่นใจว่าจะสอบได้ ยิ่งเรียนมากยิ่งไม่มั่นใจมาก คนที่ไปกวดวิชาจำนวนมากมีความรู้ดีอยู่แล้ว แต่เห็นคนอื่นไปกวดวิชาก็กลัว ว่าจะสู้คนอื่นไม่ได้ ทั้งที่การกวดวิชาเป็นสิ่ง ซ้ำซ้อนมาก เลขาธิการ กกอ. กล่าว
รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเร่งหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนการที่จะให้กลับไปใช้ระบบเอนทรานซ์เหมือนเดิมนั้น ทุกฝ่ายก็เห็นตรงกันว่ามีปัญหาจึงเปลี่ยนมาใช้ระบบแอดมิชชั่น ส่วนที่มีการระบุว่าแอด มิชชั่นทำให้คุณภาพอุดมศึกษาต่ำลงนั้น ต้องมองว่าแอดมิชชั่นเป็นระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยที่ทั่วโลกใช้กันมีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่ยังไม่ได้ใช้ แต่คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะใช้เช่นกัน ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น คณะวิทยาศาสตร์ได้เด็กอ่อนฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ก็เป็นปัญหาจากการเลือกวิชาสอบ ไม่ใช่ความล้มเหลวของระบบ
ด้าน รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี ม.แม่ฟ้าหลวง ในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า หากคณะกรรมการสิทธิฯ ส่งหนังสือมา ทปอ.ก็จะชี้แจงเหตุผล ซึ่ง ทปอ.พร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย และยืนยันว่าไม่ต้องการละเมิดสิทธิใคร แต่ทั้งนี้ระบบแอดมิชชั่น เป็นการรับนักศึกษารวมจึงต้องมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีช่องทางอื่นให้นักเรียนเข้าเรียน เช่น การรับตรง หรือโควตา ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเอง ส่วนเรื่องการเยียวยาเด็กซิล ตนยืนยันว่าทปอ.ดูแลอย่างดี ไม่เช่นนั้นคงถูกฟ้องร้องไปแล้ว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































































































เลย พวกกระทรวงศึกษา "โง่รึปล่าวคะ" แถมจีพีเอ บ้าบอนี่ก็รู้อยู่ว่าแต่ละโรงเรียนให้มา มันมาตรฐานไม่เท่ากันอยู่แล้ว ทำไมถึงเอาของอย่างงั้นมาวัด โอเน็ตสอบได้รอบเดียวในชีวิต ทำไมคนเราถึงไม่มีโอกาสได้แก้ตัว ในต่างประเทศเรามีโอกาสสอบเข้ามหาลัยกี่ครั้งก็ได้ แต่เด็กไทยเราได้รอบเดียว "โง่แล้วโง่เลย" ไม่มีโอกาสได้แก้ตัวหรอคะ เรื่องเดียวที่ดีของระบบนี้คือการที่มีโอกาสเห็นคะแนนก่อนเลือกคณะเท่านั้นแหละ!!!!! 





































































































|