
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินช่วงเทศกาลกินเจปีนี้ ระหว่าง 11-20 ต.ค.นี้ จะทำให้ราคาผักสด อาหารเจตามสั่งน่าจะมีแนวโน้มแพงขึ้น 5-10 บาทเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคอาหารเจต้องปรับตัว โดยการหันไปซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และน่ามีเงินสะพัดทั่วไทยช่วง 10 วันกว่า 6,000 ล้านบาท
(6ตค.) บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ประเมินสถานการณ์เทศกาลกินเจในปี 2550 นี้ ระหว่างวันที่ 11-20 ตุลาคมที่จะถึงนี้ คาดว่าคึกคักเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ปัจจัยหนุนเทศกาลกินเจในปีนี้คือ การเชื่อมโยงการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา โดยตั้งวัตถุประสงค์ว่าเป็นการกินเจเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้คาดหมายว่าในปีนี้จำนวนคนที่จะหันมาร่วมกินเจในช่วงเทศกาลกินเจมีเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของเทศกาลกินเจในปีนี้คือ ราคาผักที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าในช่วงเทศกาลกินเจทุกปีราคาผักจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในปีนี้มีแนวโน้มว่าราคาผักจะสูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากราคาผักหลายประเภทมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์สูงมาตั้งแต่ต้นปี และยิ่งใกล้เทศกาลกินเจราคาก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารเจสำเร็จรูปประเภทตักขายและอาหารเจตามสั่งน่าจะมีแนวโน้มแพงขึ้น
โดยคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5-10 บาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคอาหารเจต้องปรับตัว โดยการหันไปซื้ออาหารเจสำเร็จรูป เช่น อาหารกล่องแช่แข็ง ติ่มซำเจ เบเกอรี่เจ อาหารเจกระป๋อง เป็นต้น รวมทั้งอาหารเจกึ่งสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น กันมากขึ้น จึงคาดว่าอาหารเจสำเร็จรูปรวมทั้งอาหารเจกึ่งสำเร็จรูปมีแนวโน้มจะมียอดจำหน่ายสูงขึ้น เนื่องจากราคาอาหารเจเหล่านี้ราคาไม่ได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากนัก
ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2550 นี้ คนไทยที่ตั้งใจจะกินเจมีมากขึ้น นอกจากเพื่อต้องการทำบุญทำทานงดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์แล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ต้องการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสจะมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา รวมทั้งยังได้กระแสสนับสนุนการที่ผู้บริโภคหันมาสนใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และผู้บริโภคยังเน้นนโยบายประหยัดเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา เนื่องจากความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ทำให้บรรดาผู้ที่จำหน่ายอาหารเจบางรายต้องปรับตัวโดยการใช้กลยุทธ์ไม่ปรับราคา
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขายอาหารเจก็ปรับตัวด้วยการเริ่มจำหน่ายอาหารเจล่วงหน้าตั้งแต่ในช่วงวันที่ 8 ตุลาคม แม้ว่าเทศกาลรับประทานอาหารเจจะเริ่มในช่วงเย็นของวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งถือว่าเป็นมื้อล้างท้องก่อนที่จะเข้าสู่การรับประทานอาหารเจกันจริง ๆ ในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 11 ตุลาคม โดยทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในปี 2550 มูลค่าตลาดอาหารเจทั่วประเทศจะมีประมาณ 6,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแล้วเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 10 โดยเป็นมูลค่าตลาดอาหารเจในกรุงเทพฯ ประมาณ 2,000 ล้านบาท
จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ทางบริษัทดำเนินการสำรวจทั่วประเทศ





