








ข่าว การเมือง เกี่ยวกับเรื่องที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เสนอร่าง กฎหมาย คุ้มครอง องคมนตรี โดย ข่าวการเมือง ดังกล่าวระบุว่า สืบเนื่องจาก นปก. จาบจ้วง ป๋าเปรม มีการนำภาพ พล.อ.เปรม เผยแพร่ทาง เว็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญฉบับเพื่อขยายบทลงโทษผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อบุคคลบางประเภท คือ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย สนช. เป็นผู้เสนอ
สำหรับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฯ ได้เสนอหลักการและเหตุผลว่า บุคคลบางประเภท ได้แก่ พระราชโอรส พระราชธิดา ประธานองคมนตรี องคมนตรี และผู้แทนพระองค์ มีความเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และอาจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่บางประการอันเป็นราชการในพระองค์ อีกทั้งได้รับการรับรองสถานะและอำนาจหน้าที่ไว้ในรัฐธรรมนูญเสมอมา แต่บุคคลดังกล่าวกลับได้รับความคุ้มครองในกรณีมีการหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป จึงสมควรกำหนดให้มีการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดและรับโทษหนักขึ้น
ทั้งนี้ เนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ระบุให้มีการเพิ่มเติมหมวด 1/1 ความผิดต่อพระบรมราชวงศ์ องคมนตรี และผู้แทนพระองค์ ดังนี้ มาตรา 112/1 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระราชโอรส พระราชธิดา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 112/2 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ประธานองคมนตรี องคมนตรี หรือผู้แทนพระองค์ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ส่วนร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฯ ได้ระบุหลักการและเหตุผลว่า กรณีที่มีการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ควรได้รับความคุ้มครองระหว่างการดำเนินคดี ไม่ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความเห็นในสื่อสาธารณะ อันจะกระทบกระเทือนต่อสถาบัน จึงสมควรกำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งห้ามการโฆษณาดังกล่าวและกำหนดบทลงโทษการฝ่าฝืนคำสั่งศาล โดยเพิ่มข้อความดังต่อไปนี้
มาตรา 14/1 ระหว่างสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาคดีที่มีการกล่าวหาหรือฟ้องในความผิดต่อองค์มหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามหมวด 1 ลักษณะ 1 ภาค 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ในกรณีเห็นสมควร พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือคู่ความอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้สั่งห้ามมิให้โฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์ หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีไม่ว่าสื่อประเภทใด
หากศาลพิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้วเห็นว่ามีเหตุอันสมควรเพื่อการคุ้มครองปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ศาลสั่งอนุญาตตามคำร้องและอาจกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการใดๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามของศาลดังกล่าวได้ การฝ่าฝืนคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่ง ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการฝ่าฝืนคำสั่งของศาลตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอีกกรณีหนึ่งด้วย และให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 33 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ทั้งนี้ สนช.กำหนดวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาและหามติร่วมกันเรื่องร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับในวันพุธที่ 10 ต.ค.2550 นี้
ล่าสุด มี สนช.ลงชื่อนำเสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งระบุให้มีการเพิ่มเติมหมวด 1/1 ความผิดต่อพระบรมราชวงศ์ องคมนตรี และผู้แทนพระองค์ ลงในมาตรา 112 ทั้งสิ้น 64 รายชื่อ และมี สนช.ลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้ระบุมาตรา 14/1 กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งห้ามมิให้สื่อประเภทใดโฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่างๆ รวมถึง การวิพากษ์วิจารณ์ และความเห็นเกี่ยวกับคดีหมิ่นฯ ทั้งสิ้น 61 รายชื่อ









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |



































































































































































































































































คิดว่าประโยชน์ตกอยู่กับประนองคมนตรีมากกว่าเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ตำแหน่งองคมนตรีมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญคือถวายความเห็นแด่องค์พระประมุขเท่านั้นไม่ได้มีศักหรือสิทธิ์หนือคนอื่นย้ำมันเป็นหน้าที่ที่องคมนตรีต้องทำขอให้ประธานองคมนตรีแสดงตัวตนออกมานะครับว่าต้องการอยูฐานะอะไร

















































































































































