ออกพรรษา กับ บั้งไฟ พญานาค
วัน ออกพรรษา ปีนี้ตรงกับ วันที่ 26 ตุลาคม 2550 ซึ่ง วัน ออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และในช่วง ออกพรรษา ของทุกปีในลำ แม่น้ำโขง จ.หนองคาย มักจะเกิด ปรากฎการณ์ บั้งไฟ พญานาค ขึ้น โดย บั้งไฟ พญานาค มีลักษณะกลม สีแดงอมชมพูขนาดเท่ากับผลของลูกมะนาว ไปจนถึงผลส้ม
คืนวันออกพรรษา-คนแห่รอดูแน่น คำถามที่ยังไร้คำตอบ ณ ริมฝั่งโขง?
ในช่วงออกพรรษาของทุกปีในลำแม่น้ำโขง จ.หนองคาย มักจะปรากฏลูกไฟลักษณะกลม สีแดงอมชมพูขนาดเท่ากับผลของลูกมะนาว ไปจนถึงผลส้ม ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า พวยพุ่งขึ้นจากแม่น้ำโขง สู่ชั้นบรรยากาศสูงประมาณ 50-100 เมตร ซึ่งปรากฏการณ์นี้คนในพื้นถิ่นเรียกว่า บั้งไฟพญานาค และทุกปีที่ผ่านมามีประชาชนเรือนแสนหลั่งไหลไปเฝ้าชมปรากฏการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้วันออกพรรษาเป็นวันที่ 26 ตุลาคม 2550 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
สำหรับ บั้งไฟพญานาค คนในพื้นที่เชื่อกันว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันออกพรรษา โดยมีตำนานเล่าขานกันมาอย่างต่อเนื่องว่า ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปยังโลกสวรรค์เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา ตลอดจนเหล่าเทวดาทั้งหลาย จนกระทั่งวันออกพรรษา เป็นวันที่พระพุทธองค์จะเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ซึ่งโลกมนุษย์ หรือมวลมนุษย์ทั้งหลายจะพร้อมใจกันทำบุญ และจัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เพื่อการเสด็จกลับลงสู่พื้นโลก
ในขณะที่โลกบาดาลอันเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพญานาคใต้ลำแม่น้ำโขง ในเขตจังหวัดหนองคาย จะจัดพิธีทำบุญจัดงานเฉลิมฉลอง และที่สำคัญ คือ การจัดทำบั้งไฟขึ้นมาจุดเฉลิมฉลองการเสด็จกลับของพระพุทธองค์ในครั้งนี้ด้วย จึงเป็นที่มา และชื่อของลูกไฟประหลาดนั้นว่า บั้งไฟพญานาค นั่นเอง
ในขณะที่อีกมุมมองทางวิทยาศาสตร์ได้ให้คำจำกัดความกับลูกไฟที่เกิดขึ้นว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และเกิดจากการหมักหมมของอินทรียวัตถุอยู่หน้าผิวดินใต้ลำแม่น้ำโขง จนเกิดเป็นก๊าซชนิดหนึ่งซึ่งต้องอาศัยความสมดุลหลายๆอย่าง โดยเฉพาะชั้นบรรยากาศเหนือผิวน้ำที่เหมาะสม จนทำให้ก๊าซที่อยู่ใต้ผิวน้ำผุดขึ้นมา
เมื่อก๊าซไปสัมผัสกับชั้นบรรยากาศจนเกิดการสันดาป ทำให้กลายเป็นลูกไฟดังกล่าว ซึ่งในมุมมองนี้ยังมีความขัดแย้งกันเองว่า ผิวดินพื้นล่างของแม่น้ำโขงเป็นดินเหนียว อีกทั้งแม่น้ำโขงมีความเชี่ยวกรากแม้แต่ท่อนซุงขนาดใหญ่ยังไม่สามารถต้านทานได้ ดังนั้นการสะสมหรือหมักหมมของอินทรียวัตถุจึงเป็นไปได้ยากเช่นกัน
จากปรากฏการณ์ดังกล่าวในทุกปีชาวจังหวัดหนองคาย จะจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลวันออกพรรษานี้อย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะที่ อ.เมือง และ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เป็นจุดเกิดของบั้งไฟพญานาคที่สำคัญ ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง และเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คู่กับเมืองหนองคายอันยาวนานนับ 100 ปี
ซึ่งเดิม คือ เมืองปากห้วยหลวง หากนับจากวันก่อตั้งเมืองถึงปัจจุบัน มีอายุยาวนานถึง 750 ปี เป็นเมืองที่มากด้วยวัดวาอาราม และโบราณสถานที่เก่าแก่มากมายไม่แพ้เมืองหรือจังหวัดใดๆ ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งปีนี้ชาว อ.โพนพิสัย ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองวันออกพรรษายิ่งใหญ่ด้วยการผนวกเอางานเฉลิมฉลองเมืองปากห้วยหลวง 750 ปี และ เฉลิมฉลอง 100 ปี โพนพิสัย เมืองบั้งไฟพญานาค
โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 ต.ค. 2550 โดยมีไฮไลต์ของงาน คือ การแสดงแสง สี เสียง ประกอบมัลติมีเดีย 750 ปี เมืองปากห้วยหลวง 100 ปี โพนพิสัย เมืองบั้งไฟพญานาค ซึ่งเป็นการนำเสนอครั้งแรกที่มีผู้แสดงนำเป็นดารานักแสดงระดับชาติ และต้องใช้ผู้แสดงไม่น้อยกว่า 150 คน ภายใต้การกำกับการแสดงของผู้กำกับมืออาชีพระดับชาติที่จะจัดให้มีขึ้นในคืนวันที่ 24-25 ต.ค.
นอกจากนี้ระหว่างการจัดงานยังจัดให้มีการทำบุญ 750 ปี เมืองปากห้วยหลวง และ 100 ปี เมืองโพนพิสัย รวมทั้งการบวงสรวง พระยาสุนทรธรรมธาดา ผู้สร้างเมืองโพนพิสัย การแข่งขันเรือยาวประเพณี ในลำแม่น้ำโขง การแสดงสินค้า มหรสพสมโภชตลอดงานอีกด้วย
ส่วนที่ อ.เมืองหนองคาย ได้จัดงานฉลองวันออกพรรษาในระหว่างวันที่ 22-28 ต.ค. ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ซึ่งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การแข่งขันเรือยาวประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร การประกวดกองเชียร์เรือแข่ง ประกวดกระทงยักษ์ การประกวดปราสาทผึ้ง การประกวดสาวผู้โก้บ่าวผู้ดี การประกวดสาวประเภทสอง การแสดงแสง สี เสียง บั้งไฟพญานาค ถนนอาหาร และการแสดงมหรสพตลอดงานเช่นกัน
นายเจด็จ มุสิกวงศ์ ผวจ. หนองคาย เปิดเผยว่า ในช่วงออกพรรษาทุกปี โดยเฉพาะในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันที่มักจะเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค โดยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวและชมบั้งไฟพญานาคที่ จ.หนองคาย กันเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและความประทับให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งชาวจังหวัดหนองคาย ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้ต้อนรับเป็นอย่างดี ตั้งแต่เข้าสู่ตัวเมือง โดยจะมีผู้ต้อนรับแนะนำเส้นทาง ควบคุมการจราจร และคอยช่วยเหลือตลอดเส้น ด้านการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
โดยทางบกจะมีตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กำลังจาก ตชด. รวมทั้ง อบต. ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ส่วนทางน้ำมีกำลังจาก นรข.เขตหนองคาย ตำรวจน้ำหนองคาย โดยเชื่อว่าการท่องเที่ยวในงานวันออกพรรษาชมบั้งไฟพญานาคที่ จ.หนองคาย จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงขอเชิญชวนมาชมงาน และปรากฏการณ์ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ในวันดังกล่าว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก