











ข่าว ข่าวกีฬา ทีมชาติไทย เตะรอบ 2 ศึกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย โดยมีโอกาสสูงที่จะพบกับ เยเมน ซึ่งต้องออกไปเยือนก่อนในวันที่ 9 พ.ย. ก่อนกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 18 พ.ย. เพื่อชิงตั๋วเตะรอบ 20 ทีมสุดท้าย

ไทยลุ้นไม่ขึ้น ต้องเตะรอบ 2 ศึกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย โดยมีโอกาสถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่จะพบกับ เยเมน ซึ่งต้องออกไปเยือนก่อนในวันที่ 9 พ.ย. ก่อนกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 18 พ.ย. เพื่อชิงตั๋วเตะรอบ 20 ทีมสุดท้าย
"โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน กุนซือใหญ่ ยอมรับเกมนอกบ้านเสียเปรียบทุกด้าน โดยเฉพาะการปรับตัวกับสภาพอากาศ เตรียมขนนักเตะไปปรับตัวก่อนแข่งอย่างน้อย 3 วัน ขณะที่ "บิ๊กโต้ง" กิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการทีม ประสาน "บังยี" วรวีร์ มะกูดี หาเทปแมทช์ปะทะมัลดีฟส์ ในรอบแรกมาศึกษา มั่นใจผ่านได้
ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นการเตะรอบแรก นัดที่ 2 ซึ่งปรากฏว่าได้ 9 ทีม ประกอบด้วย บาห์เรน อุซเบกิสถาน คูเวต จีน จอร์แดน อิรัก โอมาน ยูเออี และกาตาร์ ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 3 หรือรอบ 20 ทีมสุดท้ายร่วมกับอีก 5 ทีมวาง คือ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนอีก 2 ทีมที่จะได้เล่นรอบ 3 โดยอัตโนมัติ ยังต้องรอผลการแข่งขันของ 2 ทีมวาง คือ เกาหลีเหนือ ที่จะเล่นนัด 2 ในบ้านกับ มองโกเลีย และเลบานอน ที่จะบุกไปเตะกับ อินเดีย ซึ่งการเล่นต้องถูกเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตามจากผลการแข่งขันนัดแรกที่ทั้งเกาหลีเหนือ และเลบานอน ชนะมาท่วมท้นถึง 4-1 ทำให้คาดกันว่าไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์พลิกล็อกขึ้น และจะต้องทำให้ทีมไทยลงเตะในรอบ 2 หรือรอบเพลย์ออฟเพื่อชิงที่ว่างอีก 4 ทีมสุดท้าย ในการเตะรอบที่ 3 อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในการเตะรอบแรกนี้เกิดการพลิกล็อกขึ้น 1 คู่ เมื่อสิงคโปร์ ซึ่งเป็นทีมวางอันดับ 29 พลิกล็อกชนะ ปาเลสไตน์ ทีมวางอันดับ 18 ด้วยสกอร์รวม 7-0 ทำให้ทีมไทยซึ่งเป็นทีมอันดับ 19 หรืออันดับ 14 ของรอบแรก (ไม่นับ 5 ทีมวาง) จะได้เลื่อนเป็นทีมวางอันดับ 13 ซึ่งตามโปรแกรมแล้วจะต้องพบกับทีมอันดับ 18 คือ เยเมน ค่อนข้างแน่นอนแล้ว โดยหากเป็นเช่นนี้ทีมไทยจะต้องออกไปเตะนัดเยือนก่อนในวันที่ 9 พฤศจิกายน ก่อนจะกลับมาเตะนัดเหย้าในเกมนัดที่ 2 วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้
ส่วนการเตะรอบ 2 คู่อื่น (ทีมขึ้นต้นเป็นเจ้าภาพก่อน) อินโดนีเซีย (อันดับ 16) พบ ซีเรีย (อันดับ 12), ฮ่องกง (อันดับ 17) พบ เติร์กเมนิสถาน (อันดับ 14) และสิงคโปร์ (อันดับ 19) พบ ทาจิกิสถาน (อันดับ 15)
"โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน กุนซือใหญ่ กล่าวว่า น่าจะ 99.99 เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่จะต้องพบ เยเมน ถือว่าเป็นงานหนัก โดยเฉพาะเกมไปเยือนเราเสียเปรียบแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องเวลาที่แตกต่างกัน และสำคัญคือสภาพอากาศของแถบตะวันออกกลาง ดังนั้นคงต้องประสานเพื่อเรียกตัวนักเตะเดินทางไปราววันที่ 5 พฤศจิกายน เพื่อมีเวลาปรับตัวอย่างน้อย 3 วันก่อนแข่ง มั่นใจน่าจะเอาตัวรอดได้ และกลับมาเล่นในบ้านเชื่อว่าเอาชนะเยเมนได้แน่ ขณะที่ในส่วนของ สุธี สุขสมกิจ กับ เทิดศักดิ์ ใจมั่น นัดเยือนคงยังไม่เอาไป แต่หากสถานการณ์ไม่ดีเกมในบ้านจะเรียกมาใช้งานแน่นอน
ด้าน "บิ๊กโต้ง" กิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มั่นใจน่าจะเจอฮ่องกง แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว คงต้องยกเลิกแผนที่จะยกทีมชุดใหญ่ไปเก็บตัวที่นครราชสีมาร่วมกับทีมซีเกมส์ และเร่งประสานกับ นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล เพื่อขอเทปเยเมน พบ มัลดีฟส์ ในรอบแรกมาศึกษา เชื่อว่าทีมน่าจะได้เห็นฟอร์มและเล่นอย่างมั่นใจขึ้น ถือว่าเจอเยเมนน่าจะเป็นเกมที่ไม่หนักเท่าเจอฮ่องกง
ทั้งนี้หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันในรอบ 2 แล้ว ฟีฟ่า กำหนดจับสลากแบ่งสายรอบ 3 ที่เมืองเดอบาน ประเทศแอฟริกาใต้ พร้อมกับรอบคัดเลือกของโซนอื่นๆ ทั่วโลก ในวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยการเตะในรอบนี้จะแบ่งเป็น 5 สาย สายละ 4 ทีม เล่นกันแบบพบกันหมดเหย้า-เยือน นำทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละสายเข้าไปเล่นรอบ 4 หรือรอบ 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 สาย สายละ 5 ทีม เตะแบบพบกันหมดเหย้า-เยือนอีกครั้ง โดยทีมที่มีคะแนนอันดับ 1 และ 2 จะได้ไปเล่นฟุตบอลโลก ส่วนทีมอันดับ 3 จะเตะเพลย์ออฟหาผู้ชนะไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมจากโซนคอนคาเคฟ เพื่อหาอีก 1 ทีมเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ประเดิมบอลโลก ไทยเหนือชั้น ถล่มยับมาเก๊า 6-1
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































































|