








ข่าว จาก นิตยสาร ฅ. คน นำเสนอเรื่องราวกี่ยวกับ โซรยา จามจุรี ผู้หญิง มิสลิม ในโลก ไฟใต้ โซรยา จามจุรี เกิดและเติบโตที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดินแดนที่เกิดเหตุความไม่สงบ หรือ ไฟใต้ มากที่สุดแห่งหนึ่ง โซรยา จามจุรี ได้รับการส่งเสริมด้านการศึกษาสูง แต่เธอเลือกกลับมายังที่ที่เธอเกิด เพราะอะไรนั้นหาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ


เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
"มีคนตายไปแล้ว 2,300 กว่าคน ตีว่าเป็นคนที่มีครอบครัวแล้วพันคน ในพันคนเขามีลูกเฉลี่ย 3 5 คน ก็จะมีเด็กกำพร้า 3,000 5,000 คน และก็ไม่รู้จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่..."
โซรยา จามจุรี... เกิด และเติบโตที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ในครอบครัวฐานะค่อนข้างยากจน แต่ได้รับการส่งเสริมด้านการศึกษา จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะวารสารศาสร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรศาสตร์ และปริญญาโทด้านนิเทศศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย... นี่คือตัวแทนของผู้หญิงมุสลิมในโลกยุคใหม่ ผู้หญิงในสังคมมุสลิมที่ผ่านการศึกษาขั้นสูงจากนอกสังคมุสลิม แต่เลือกที่จะกลับมายังที่ที่เธอเกิด เลือกทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง
... อะไรเกิดขึ้นกับผู้หญิงมุสลิมยากจนผู้กำลังอุ้มท้องลูกแฝด ในวันที่สามีออกไปตาย...
... อะไรคือสิ่งยึดโยงที่ทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนแท้สองคน ต่างศาสนาแต่ร่วมวัฒนธรรม ดำรงคงอยู่...
... โซรยาพบคำตอบนั้น และเธอมิได้ต้องการให้ใครยอมรับคำตอบของเธอ หากแต่ต้องการเพียงให้สังคมที่ไกลออกไป และไม่เคยได้ยินเสียงโหยไห้ที่ระงมอยู่ที่นี่ ได้ยินและได้คิด บนพื้นฐานที่เป็นความจริง ไม่ใช่มายาคติ
เหตุใดจึงเลือกกลับบ้าน ทั้งๆ ที่น่าจะมีโอกาสมากกว่านี้?
อยากมารับใช้บ้านเกิด น้อยคนที่มีโอกาสแบบเรา ได้ไปเรียนข้างนอก เรียนสูงๆ ถ้าจบแล้วเราหายไปอีก ไม่กลับมา มันจะไม่มีใครเหลือ ดิฉันมีครอบครัวอยู่ที่นี่ หมายถึงพ่อแม่อยู่ที่นี่ อยากกลับมาอยู่กับครอบครัว คิดว่าวิชาความรู้ที่มี ถ้านำมารับใช้พื้นที่จะเกิดประโยชน์มากกว่า นอกพื้นที่นั้นมีคนนอกพื้นที่อยู่แล้ว กรุงเทพฯมีคนหลั่งไหลมาอยู่เยอะแยะ ดูดซับผู้คน ทรัพยากร เราอาจไม่มีค่ามาก แต่ถ้าอยู่ที่นี่เราก็จะมีค่า มีความหมาย เพราะเขาต้องการเรามากกว่า
จบปริญญาโทด้านสื่อสารมวลชน กลับมาทำอะไรที่บ้านเกิด?
ดิฉันทำงานใน ม.อ.ปัตตานี เป็นนักวิชาการการศึกษา ทำงานด้านการส่งเสริมและเผยแพร่โดยใช้สื่อ เป็นงานบริการวิชาการชุมชนโดยใช้สื่อวิทยุเป็นหลัก เพื่อเผยแพร่งานวิชาการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยออกไป ตอนหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบเมื่อปี 47 จึงโดดมาจับงานช่วยเหลือเยียวยาผู้หญิงหม้าย และเด็กกำพร้า
ทำไมจึงมาจับงานนี้?
คือตอนนั้นหลังเหตุการณ์ปล้นปืนเมื่อเดือนมกราคม 2547 ผู้คนก็หวาดกลัว ไม่กล้าขยับเขยื้อนที่จะทำอะไร เราก็เห็นว่ามีคนได้รับผลกระทบเยอะ ตอนนั้นมีข่าวลือหนาหูเรื่องคนสูญหาย ถูกอุ้มฆ่า
การอุ้มฆ่าเป็นเพียงข่าวลือหรือเรื่องจริง?
มีอยู่จริง ภายหลังเหตุการณ์ปล้นปืน พอปืนมันหายไปต้องยอมรับว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ดี พอสงสัยแล้วก็จับผู้ต้องหามา แล้วก็พยายามบีบเค้นเอาความจริง ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การฆ่า เรื่องนี้มีอยู่จริง แล้วก็พูดกันหนาหูมาก เราก็... เอ๊ะ ความจริงเรื่องนี้ควรจะปรากฏ ซึ่งก็มีกลุ่มนักศึกษา ม.อ. ปัตตานี ที่เขารู้สึกว่าต้องทำอะไรบ้าง เมื่อมีพี่น้องถูกอุ้มฆ่า ไม่เป็นธรรม เขาก็เลยลงไปในพื้นที่เพื่อค้นหาความจริง
เราคอยหนุนคอยเสริมเขา แล้วก็ไปเก็บข้อมูลการสูญหายของคนในสามจังหวัดมาได้จำนวนหนึ่ง ต่อจากนั้นก็มาเจอกับกรรมการสิทธิฯ คุณวสันต์ พานิช ตอนหลังเหตุการณ์ 28 เมษายน 2547 ที่มีการปะทะกันระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐกับฝ่ายรัฐ วันนั้นชาวบ้านผู้ก่อเหตุต่อต้านรัฐเสียชีวิตทั้งหมด 106 คน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 คน ในวันเดียวกันเฉพาะที่มัสยิดกรือเซะมีคนตายไป 32 คน ก็เลยเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากการไปตามคนสูญหาย มาเป็นการตามเก็บข้อมูลของคนตายในมัสยิดกรือเซะ 32 คน
ข้อมูลผู้ตายจากกรือเซะที่ได้มาก็เป็นข้อมูลพื้นฐาน ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน อาชีพอะไร ทั้งเกี่ยวกับผู้ตาย และครอบครัว ลูกเมียเขา งานของเราจะไม่เตะ ไม่ลงลึกในลักษณะที่เป็นการหาข่าวว่าเขาเป็นใคร ความคิดความอ่านทำไมลุกขึ้นมาก่อเหตุ เขาถูกจ้างวานโดยใครหรือเปล่า หรือทำไมจึงไปก่อเหตุวันนั้น เราพยายามหลีกเลี่ยงคำถามเหล่านี้กลับครอบครัวเขา เพราะคิดว่าการตายของคนในครอบครัว สามีที่ลุกขึ้นมาก่อเหตุ เราถือว่าเขาคงจะมีเหตุผลของเขาอยู่ ยกเว้นเจ้าตัวที่เป็นภรรยายินดีที่จะพูดหรือระบายให้ฟัง แต่เราหลีกเลี่ยงที่จะถาม เพราะงานของเราเป็นงานที่ต้องสร้างความไว้วางใจ กับสภาพที่ตอนนี้มีวิกฤตของความไว้วางใจ ผู้คนไม่ไว้วางใจต่อกันเลย ดูเหมือนทุกคนหวาดระแวงกันไปหมด เห็นทุกคนเป็นศัตรู
ความหวาดระแวงเช่นนี้เกิดขึ้นมานานเพียงใด?
มันเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ไม่สงบนี่เอง ผู้คนที่เคยอยู่ด้วยกันดีๆ เป็นเพื่อนกัน ไปกินชากินกาแฟด้วยกัน วันหนึ่งก็ไม่กินชากินกาแฟด้วยกันแล้ว รู้สึกหวาดระแวง และก็ไม่อยากไปมาหาสู่ ไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเหมือนที่เคยทำมา
ผู้ตายส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน?
หมู่บ้านเดียวกัน เช่น บ้านควนโนรี ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ มีคนตายในเหตุการณ์ 28 เมษายน ประมาณ 10 คน มีเคสหนึ่งที่ติดใจตัวเองมาก สามีเขาตายในขณะที่เขากำลังตั้งท้อง เราไปเจอตอนแรกได้ช่วยเหลือในทุนรอนเบื้องต้น หลังจากนั้นเขาก็หายไป เราพยายามตามหาว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หาอยู่นาน ไปพบอีกทีพบว่าเขาคลอดลูกออกมาแล้วเป็นแฝด ออกมาน่ารักเชียว เขาชื่อ พาสียะห์ อายุยี่สิบเศษๆ ตอนไปพบเขากำลังแย่ บ้านที่เขาอยู่ มีตัวเขา ลูกแฝดเกิดใหม่ และลูกอีกสองคน มีแม่แก่ๆ หูหนวก แล้วก็มียายแก่มากช่วยตัวเองไม่ได้แล้วอีกคน ทั้งบ้านมีแต่ผู้หญิงหมดเลยแล้วก็เด็กๆ มีหลานอยู่สองคนที่พ่อแม่เขาไปทำงานมาเลเซียฝากให้ช่วยเลี้ยงลูก
ตอนแรกเราเป็นห่วงมาก เพราะทราบว่าเขามีอาการทางจิต ก็เลยต้องรีบตาม แต่พอตามจนคลอดลูกได้ ก็รู้สึกว่าไม่มีอาการที่เราเป็นห่วง เขาเข้มแข็งมากขึ้น คือคนที่นี่จะมีหลักคิดบางอย่างที่ช่วยให้เข้มแข็ง และปรับตัวเองได้เร็วมาก ก็คือหลักคิดางศาสนาที่เขาเชื่อว่าการเป็นการตายขึ้นอยู่กับพระเจ้า เมื่อถึงคราวเขาก็ต้องไป และการตายไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุด มันหมายถึงการสิ้นสุดในโลกนี้ แต่ว่าไปรออยู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกหน้า ยังมีภพอีกภพหนึ่ง
ถ้าทำให้สถานการณ์ใต้ดีขึ้นในแบบของผู้หญิง ควรจะทำอย่างไร?
ผู้หญิงตอนนี้เป็นเหยื่อมากขึ้น จากเดิมที่ผู้ชายเป็นเหยื่อถูกยิงถูกระเบิด และไม่เคยคิดว่าผู้หญิงจะเป็นเหยื่อโดยตรง ก็กลายเป็นว่าตอนนี้ผู้หญิงถูกยิง ถูกระเบิด กลายเป็นเหยื่อโดยงไม่ต่างกับผู้ชาย และก็มีมากขึ้นด้วย หลายครอบครัวกลายเป็นว่าสูญเสียทั้งพ่อทั้งแม่ บางเคสสูญเสียแม่ ไม่เคยคิดว่ามันจะมี มันก็มี พื้นที่ความปลอดภัยของผู้หญิงแทบไม่มีแล้ว
มุมมองของดิฉันเป็นห่วงในเรื่องพวกนี้ โดยเฉพาะเคสที่พ่อตายไปแล้ว อีกคนคือแม่ที่ต้องตายด้วย แล้วลูกจะอยู่กับใคร คือถ้าพ่อตายไป แม่เนี่ยเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ แม้ว่าจะเป็นพ่อที่ไม่สมบูรณเท่ากับพ่อจริงๆ แต่ผู้หญิงเมื่อถึงขั้นวิกฤตเขาก็สามารถทำได้ แต่ถ้าแม่ตายไป พ่อยังอยู่ พ่อไม่สามารถเป็นแม่ได้ เป็นไม่ได้แน่นอน และอีกไม่นานก็อาจจะมีแม่ใหม่ ก็อาจจะมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นกับเด็กอีก หรือทั้งพ่อทั้งแม่ตายไป เหลือลูก ต้องไปอยู่กับคนแก่ ก็อาจจะมีปัญหาตามมาเยอะแยะกับเด็ก
ถ้ามองจากฐานของงานของตัวเอง การแก้ปัญหามันสลับซับซ้อนมาก และต้องใช้เวลานานในการแก้ จริงๆ แล้ววิกฤตการขัดแย้งในสามจังหวัดมันดำเนินมาเป็นร้อยปี ไม่ได้เพิ่งมามีเมื่อปี 47 แต่ว่ามันไม่ได้หนักหนาสาหัสสากรรจ์ ตายเป็นรายวันต่อเนื่องสี่ห้าศพ ถ้าเราดูในอดีตอาจจะมีการเผาโรงเรียน 30 กว่าโรง สิ่งที่เสียหายก็คือ ทรัพย์สินเสียหาย โรงเรียนเสียหาย โรงเรียนปิดชั่วคราว จบ ไม่มีใครตาย
อยากเห็นอะไรเมื่อตื่นขึ้นในวันใหม่ที่บ้านของคุณ?
ไม่อยากเห็นคนตาย ไม่อยากให้มีการตายรายวันสี่ห้าศพแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่อยากเห็นพุทธกับมุสลิมต้องแตกแยกกัน อยากเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่มีใครตาย ไม่มีใครหายไป พ่อแม่ลูกได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา พี่น้องพุทธ มุสลิมก็อยู่กันด้วยดีเหมือนในอดีต... อยากเห็นภาพทีเขาอยู่กันด้วยความเข้าใจสมานฉันท์ ไม่แตกแยก ไม่บาดหมาง ไม่มีอคติต่อกัน อยากเห็นภาพของความรู้สึกไว้ใจต่อกัน ไม่หวาดระแวง หวาดกลัวต่อกัน ความสัมพันธ์ไม่ถูกตัดขาด ทำมาหากินปกติ มียากก็ไปกรีดยาง เก็บลองกอง ร้านรวง น้ำชา ก็อยากให้ผู้คนมานั่งกินปกติเหมือนแต่ก่อน...
![]()
ทีวีบูรพา เชิญร่วมฟัง ข้อเสนอ จาก ผศ.นุกูล รัตนดากูล
บริษัททีวีบูรพา จำกัด ร่วมกับกลุ่มศิษย์เก่า ม.อ. ปัตตานี เชิญร่วมฟังข้อเสนอต่อสังคมไทยในหัวข้อ "เราจะมีบทบาทและจุดยืนในการสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้ได้อย่างไร"
ร่วมรับฟังความจริงที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน จาก ผศ.นุกูล รัตนดากูล แห่งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ. ปัตตานี ผู้มาพร้อมกับเหล่าปราชญ์ชาวบ้านมลายู มุสลิมผู้มีชีวิตเรียบง่าย แต่มีโลกทัศน์ที่ลึกซึ้ง พร้อมกันนี้ร่วมรับรู้และ รับฟังข้อมูลและมุมมองชวนคิดชวนเข้าใจจากแพทย์ชนบทดีเด่น นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา
ในวันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา 10.00-16.00 น. ณ ห้องเทพลีลาบอลรูมโรงแรม เอส ซี ปาร์ค กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดการสำรองที่นั่ง โทร.0-2957-5793
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
นิตยสาร ฅ. คน
ฉบับที่ 25 ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






















































































































































































้ยมจับคนร้ายได้ ผมลงผิดทั้งที่รู้ว่าใครเป็นคนทำพวกคุณรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้ชีวิตฉันต้องอยู่ยังไงต้องคอยระวังว่ามันจะกลับมาฆ่าฉันอีกมั้ย คำสอนทุกศาสนาให้รู้จักการอภัยเเต่ชีวิตที่เสียไปได้คืนมาหรือเปล่า เเละคนที่ฆ่าพ่อฉันก็เป็นมุสลิมเป็นพ่อของเพื่อนฉันพี่เค้าก็คนที่ฆ่าพี่เขยฉันลูกพี่ลูกน้องฆ่าพี่สะใภ้ฉันทั้งที่รู้ว่าใครฆ่าเเต่ทำอะไรพวกคนเหล่านั้นไม่ได้ก็เพราะคนในหมู่บ้านญาติพี่น้องเค้าช่วยกันทั้งที่รู้ว่าพวกคนเหล่านั้นเป็นโจรเนี้ยเเหละคือเหตุผลที่คนไทยพุทธอย่างฉันต้องระเเวงคนไทยมุลิม พวกคุณดูข่าวบ้างมั้ยเวลาเค้ามาประท้งมีเเต่ผู้หญิงเพราะเค้าใช้ผู้หญิงเป็นเหยื่อล่อเจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะทำร้ายมาจากไหนไม่รู้จากไหนขนสะเสบียงกันมาทำไมเค้าถึงกล้าประท้วงก็เค้าช่วยคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยไงล่ะทั้งที่คนเค้ารู้ว่าผู้ต้องสงสัยคนนั้นเป็นโจรเค้าช่วยกันเนี้ยเเหละเหตุการณ์ถึงไม่สงบเสียที่ 





































































































































































