HILIGHT NEWS

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพฯ

รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ ฟรี คลิกที่นี่ <<

          รูปภาพ ถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดนิทรรศการ ในร่มเงาวังสระปทุม เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง ในหลวง พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา พร้อมกันนี้ สมเด็จพระเทพฯ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯบรรยายเรื่อง ในร่มเงาวังสระปทุม เกี่ยวกับที่มาในการจัดนิทรรศการ รูปภาพ ถ่ายฝีพระหัตถ์


              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการ "ในร่มเงาวังสระปทุม" ซึ่งมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จัดขึ้น เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 พ.ย. ที่แกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปีนี้ พร้อมกันนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯบรรยายเรื่อง "ในร่มเงาวังสระปทุม" เกี่ยวกับที่มาที่ไปในการจัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในครั้งนี้ พร้อมทั้งการจัดทำไดอารี่ขาย ซึ่งยังตรัสว่าหลังจากนี้เชิญชวนซื้อด้วย

             ทั้งนี้ ในความตอนหนึ่งของการบรรยาย ทรงกล่าวถึงความเป็นมาของวังสระปทุมว่า มีเรื่องเล่าว่าเป็นที่ พักผ่อนพระอิริยาบถตั้งแต่ ร.4 พอถึงปลาย ร.5 ถึง ร.6 มีหลักฐานว่า ร.5 ทรงเขียนไว้เป็นพินัยกรรมให้ ร.6 ที่จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ต่อไปช่วยเป็นผู้จัดการมรดก สิ่งไหนจัดให้พระโอรสองค์ใดก็แยกกันไป วังสระปทุมโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งขณะนั้นทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศเยอรมนี หลังจากนั้น สมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จมาประทับอยู่ก่อน มีหลายตำหนัก มีตำหนักใหญ่คือ ตำหนักเหลือง แต่ไม่รู้ที่มาของสีเป็นมาอย่างไร มีสีเหลือง เขียว เทา และตำหนักใหม่ล่าสุด มีอายุแก่กว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ถือว่าใหม่สุดขีดของที่นี่

              ตำหนักเหลือง มีประวัติศาสตร์อันสำคัญคือเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาฯ รวมทั้งสวรรคตที่นี่ด้วย และเป็นที่พระราชทานน้ำสังข์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถือเป็นตำหนักประวัติศาสตร์ ต่อมาสมเด็จย่ามาประทับจนสิ้นพระชนม์ จากนั้นไม่มีใครมาพักอาศัย กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ไปอยู่ โดยมีจุดมุ่งหมายคือ อยากให้ดูแล และทำพิพิธภัณฑ์แสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันวัสสาฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยรู้กัน ทั้งๆที่มีหลักฐานอยู่มากมาย เช่น เป็นผู้บริจาคเงินรายแรกของ รพ.ศิริราช ทำโรงสี ทำโรงทอผ้า เป็นนักธุรกิจหญิงเก่าแก่ดั้งเดิม ทำประกันชีวิต ประกันภัย ไม่น่าเชื่อว่าคนสมัยนั้นมีความคิดกว้างขวางได้ขนาดนั้น

              ลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายถึงชื่อวังสระปทุม ที่แต่เดิมมีบัววิคตอเรียปลูกอยู่ในบ่อ ต่อมามีการนำบัวลงใส่ในสระ แต่กลับถูกปลากินหมด และเมื่อนำปลาไปไว้ในโอ่งแทน กลับมีศัตรูพืชชนิดใหม่คือสุนัข ซึ่งต่อมาพระองค์ก็ทรงกล่าวถึงที่มาของสุนัขทรงเลี้ยงในวังสระปทุมบางตัวเป็นสุนัขจรจัดบ้าง ผู้อื่นนำมาปล่อยบ้าง เช่น สุนัขชื่อทิฟฟี่ ที่ผู้มาเยือนชาวเยอรมันนำมาปล่อย โดยบอกว่าไม่ชอบอาบน้ำ แต่พอเจอสระก็โดดลงน้ำทันที รวมถึงสุนัขทรงเลี้ยงที่ชื่อ วิก กับวาเป๊ก ที่ตำรวจนำมา และแป๊ะฮวยอิ๊ว สุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ที่พ่อเป็นสุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม่เป็นสุนัขของผู้กำกับตำรวจ ชอบให้อุ้มตลอด

              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงกล่าวถึงสุนัขชื่อ ทิฟฟี่ ด้วยว่า ชอบเล่นให้ไปเก็บฟุตบอล ตอนหลังทิฟฟี่เปลี่ยนจากเก็บลูกบอลมาเก็บมะม่วง จะคาบเม็ดไว้ที่ปาก ใครมาแย่งก็กลืนทันที จนมีโศกนาฏกรรมกับลูกทิฟฟี่ ชื่อมะระ กินเม็ดมะม่วงไปบาดลำไส้ทำให้ลำไส้ขาด ส่งไปผ่าตัดใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล 3 ตัวพ่อแม่ลูกชอบลงน้ำ เอาน้ำธรรมดาให้กินก็ไม่เอา ชอบกินน้ำรากบัว ที่นี่มีบัวหลายชนิด มีทั้งบัวปริ่มน้ำ บัวจมน้ำ ไม่ใช่ว่าเขาโง่ แต่เป็นเพราะสุนัขกดน้ำ

              นอกจากนั้น มีสัตว์อื่นๆ มีงูอยู่หลายชนิด ทั้งเหลือม ทั้งหลาม สัตว์ที่มีมากอีกอย่างเป็นแมว ไม่รู้ว่าแมวใคร แต่ชอบถ่ายรูป เดินมาตัวเดียวก็หยุดถ่ายรูป เดินมาหลายตัว 2 ตัว 3 ตัว 4 ตัว ก็หยุดถ่ายรูป นอกจากนั้นยังมีกระรอกถ่ายยากมาก เขาเร็ว กระรอกชอบชิมผลไม้ เราไม่ได้หวง แต่เขากินแบบไม่มีมารยาท กินแบบบุฟเฟ่ต์เลอะเทอะ วันดีคืนดีชอบไปเดินเล่นบนสายไฟฟ้า ตัวก็ดำเป็นตอตะโก ไฟดับทั้งวัง สงสารแต่ก็ยุ่งวุ่นวายพอตัว แล้วก็มีกิ้งกือ ไส้เดือน หอยทาก

              ทั้งนี้ ยังทรงกล่าวถึงปลาทองที่ทรงอยากเลี้ยง เหมือนในหนังเรื่องเบบ แต่ไม่ได้เอามาตัวเดียวเหมือนในหนัง ตอนนี้ออกลูกหลายร้อยตัว ต่อมากรมประมงเอาปลาเทวดามาให้เลี้ยง ที่พอเอากล้องมาถ่ายก็จะหนี แต่พอเอาอาหารมา แค่ถือก็มาจ่อกันเต็ม ใครว่าปลาทอง ไม่มีสมองไม่จริง ดูจากพฤติกรรมปลาทองมีสมองมาก

              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงกล่าวในช่วงท้ายของการบรรยายด้วย คิดว่าพยายามจะทำให้ตำหนักร่มรื่น และทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ปลูกรักษาต้นไม้ต่างๆไว้ให้ร่มรื่น มีทั้งต้นไม้เก่าและใหม่ รวมถึงเรื่องต้นไทร ที่มีเรื่องเล่ามากมายว่าสมเด็จพระพันวัสสาฯ มาเปิดปิดไฟเองฉลองต้นไทร แต่พอมาพิจารณาให้ดีสมเด็จพระพันวัสสาฯทรงใช้เงินเป็น เพราะฉะนั้น พระองค์ ท่านคงไม่มาเปิดไฟทิ้งไว้

              สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในครั้งนี้ เป็นภาพที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อน เช่น ภาพในพระตำหนักใหม่ชื่อ "สิงสาราสัตว์เฝ้าบันได" ของที่ระลึกที่ทรงรักและผูกพันเก็บรักษาเป็นอย่างดีที่พระตำหนักที่ประทับ ภาพความร่มรื่นของพรรณไม้ ความสวยงามของดอกบัวต่างๆ ดอกไม้นานาพันธุ์ที่สวยงามและหายาก รวมถึงภาพความน่ารักแสนซนของเหล่าสุนัขทรงเลี้ยง เช่น แป๊ะฮวยอิ๊ว ที่กำลังดื่มน้ำรากบัว ภาพแมวที่พากันออกมารับเสด็จและยั่วเย้าสุนัขให้ไล่กวด จนต้องหนีขึ้นต้นไม้ เป็นต้น และภายในนิทรรศการ ยังจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ชุดพิเศษ พระจริยาวัตรของพระราชวงศ์ในวังสระปทุม เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าที่คนไทยควรได้ชม ซึ่งนิทรรศการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-23 พ.ย. นี้ เวลา 10.00-21.00 น.

              ในโอกาสนี้ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้คัดเลือกภาพถ่ายฝีพระหัตถ์จากภาพจำนวนกว่าพันภาพมาจัดพิมพ์เป็นสมุดบันทึก "ในร่มเงาวังสระปทุม" ภายในประกอบไปด้วยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชุดวังสระปทุมกว่า 150 ภาพ พร้อมพระราชนิพนธ์คำบรรยายภาพเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและบรรยากาศในวังสระปทุม ความร่มรื่นของพรรณไม้และความน่ารักแสนซนของสุนัขทรงเลี้ยง แมว และสัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ร่วมกันในวังสระปทุมอย่างสงบสุข ทั้งนี้ สมุดบันทึกฯพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตอย่างดี สี่สีสวยงาม 136 หน้า ปกแข็ง วางจำหน่ายที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ร้านนายอินทร์ทุกสาขา และที่กองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่กลาง พ.ย.นี้ เป็นต้นไป ราคาเล่มละ 255 บาท รายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าในวังสระปทุม

              ส่วนกระแสความนิยมของประชาชนที่ออกมาซื้อหาเสื้อสีชมพูใส่เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อปักลาย “ปีหนูใหญ่ ไทยรวมพลัง” ของร้านภูฟ้านั้น จากการออกสำรวจบรรยากาศการหาซื้อเสื้อมงคลดังกล่าวที่ร้านภูฟ้าสาขาต่างๆ อาทิ สาขาสุขุมวิท ซอย 7 ปรากฏว่ามีลูกค้าแห่มาหาเสื้อสีชมพูกันตั้งแต่เช้า กระทั่งเวลาบ่ายสองโมงเย็น เจ้าหน้าที่ร้านภูฟ้าก็ได้นำกระดาษมีข้อความว่า "สีชมพู สีเขียว สีฟ้าหมด ส่วนสีม่วงและสีเทาจะไม่ครบไซส์ มีเพียงสีขาวสีเดียวเท่านั้นที่ยังมีไซส์ครบ และยังมีค้างอยู่ในสต๊อกของร้าน" ขณะที่สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ ยังมีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลมาจับจองเสื้อสีชมพูจนแน่นขนัดตั้งแต่เช้าจดเย็น โดยเจ้าหน้าที่ร้านภูฟ้าสาขานี้เปิดเผยว่า วันนี้ได้เสื้อสีชมพูมาทั้งหมด 700 ตัว และขายหมดตั้งแต่บ่าย เช่นเดียวกับเสื้อสีเขียวและสีฟ้าก็หมด ที่เหลืออยู่คือสีม่วง เทา และขาว

              ด้านนายสาคร สุขศรีวงศ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปร้านภูฟ้า กล่าวว่า กระแสความนิยมเสื้อสีชมพูยังคงพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อช่วงดึกวันที่ 17 พ.ย. มีเสื้อสีชมพูปักลายภาพฝีพระหัตถ์ฯ เข้ามาที่ร้านพันกว่าตัว แต่พอรุ่งขึ้นยังไม่ทันจะข้ามวัน เสื้อสีชมพูขายหมดเกลี้ยงไม่เหลือเพียงสักตัวเดียว ทางโรงงานจึงจำเป็นต้องเร่งผลิตเสื้อสีชมพูให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ประมาณกลางสัปดาห์นี้ จะมีเสื้อสีชมพูออกมาประมาณ 3 พันตัว ส่วนสีอื่นๆคงต้องชะลอไปก่อน แต่ไม่ใช่ว่าสีอื่นขายไม่ดี เวลานี้ทุกสีขายดีหมด แม้กระทั่งสีขาวถึงจะไปช้าแต่ก็ขายได้ เพราะเวลานี้มีเหลืออยู่ในสต๊อกไม่มากแล้ว คาดว่าไม่นานคงจะหมดเช่นกัน ส่วนเสื้อเหลืองตราสัญลักษณ์งาน 80 พรรษา ของร้านภูฟ้าก็อาจจะหมดในไม่ช้านี้

              ขณะที่นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงการจำหน่ายเสื้อชมพูประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ที่กรมฯผลิตว่า ในวันที่ 1-5 ธ.ค.นี้ กรมจะนำเสื้อสีชมพูประดับตราสัญลักษณ์ฯไปขายที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมือง-ทองธานี ในงานนิทรรศการในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ที่จัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในเบื้องต้นคาดจะนำไปขายประมาณ 10,000 ตัว และคาดว่ากรมจะไม่เปิดจองเพิ่มอีกแล้ว เพราะไม่อยากขายแข่งกับเอกชน และอยากให้กลไกตลาดทำงานบ้าง เช่นเดียวกับเสื้อสีฟ้าและสีเขียวที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น

               กระทรวงพาณิชย์คงยังไม่เปิดจองเสื้อทั้ง 2 สี เพราะหากขอความร่วมมือจากผู้ผลิตให้ผลิตเสื้อให้กรม จะเท่ากับเป็นการเพิ่มภาระ และเป็นต้นทุนให้ผู้ผลิต เนื่องจากขณะนี้ผู้ผลิตมีผ้าสีเหลืองและสีชมพูเป็นส่วนใหญ่ หากจะให้ผลิตผ้าสีอื่นๆ อีกจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งเห็นว่าการแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลือง และสีชมพูก็น่าจะเป็นระเบียบเรียบร้อยและเพียงพอแล้ว

              ส่วนบรรยากาศการลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนคิรนทร์ ที่ศาลาศิริราช 100 ปี ตลอดวันที่ 18 พ.ย. มีประชาชนส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลืองและสีชมพูมากันแบบครอบครัว มาลงนามภวายพระพร รวมทั้งสิ้น 5,765 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีอาทิ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่กล่าวว่า นอกจากมาลงนามถวายพระพรของตนเองแล้ว ยังได้นำคำลงนามถวายพระพรของ พญ.สุดารัตน์ เกียรติอำนวย หลานสาว ซึ่งเป็นแพทย์ประจำศูนย์มะเร็งแอนเดอร์สัน เมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ มาทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

              นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน ศูนย์วิจัยเอแบค มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยรายงานดัชนีความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness Index, GDHI) ของประชาชนภายในประเทศ ช่วงเดือนตุลาคม 2550: กรณีศึกษาประชาชนคนไทยใน 21 จังหวัดของประเทศ จำนวน 4,860 คน สำรวจระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-17 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าความสุขมวลรวมหรือความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนในช่วงดังกล่าว เพิ่มขึ้นจาก 5.94 ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ 6.90 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา 

              โดยความสุขของประชาชนในด้านต่างๆ พบว่า 3 อันดับแรก คือความสุขต่อเรื่องความจงรักภักดีของคนในชาติ สูงเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนความสุข 9.34 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน อันดับ 2 คือความสุขต่อบรรยากาศของคนในครอบครัวได้ 7.47 อันดับ 3 คือความสุขต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย 7.44 และเมื่อจำแนกตามภูมิภาคกลับพบว่าประชาชนในภาคใต้มีความสุขมวลรวมสูงเป็นอันดับ 1 ได้ 6.99 รองลงมา คือภาคกลาง 6.97 ภาคเหนือ 6.92 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ 6.84 และกรุงเทพมหานคร ยังคงได้ระดับความสุขต่ำสุด คือได้ 6.82

              ทั้งนี้ ผลสำรวจระบุชัดว่าปัจจัยเกื้อหนุนที่ทำให้ ความสุขประชาชนเพิ่มขึ้น คือประชาชนได้เห็นพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีขึ้น สุขที่เห็นคนไทยแสดงความจงรักภักดี และคนไทยหาความสุขได้จากบรรยากาศความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และความสุขต่อวัฒนธรรมประเพณี จึงเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า ความสุขของประชาชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องการเมืองและเรื่องปากท้องอย่างเดียว



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องอื่นๆ
  1. แก๊งโจรจอมโหด ยิงหัวดาบตำรวจ ปล้นฆ่าชิงทรัพย์
  2. ประชาธิปัตย์ เตรียมประกาศวาระประชาชน ชูเรียนฟรีจริง
  3. เหมืองถ่านหินยูเครนระเบิด คนงานดับกว่า 60 ราย
  4. รักหมดอายุ... จะรู้ได้ยังไง?
  5. แกงกะหรี่ ช่วยสกัด มะเร็งเต้านม
  6. The Mummy : Tomb of the Dragon Emperor
  7. แอนิเมชั่น คนไทย พระพุทธเจ้า พร้อมฉาย 5 ธ.ค. นี้
  8. ผ่านงาน บันเทิง มามาก อิงค์ รับ หนัง มีเสน่ห์
  9. ร้องศาลรธน. คว่ำมติกกต. ซากทรท. ฮึดสู้! อ้างถูกตัดสิทธิ์มากเกินไป
  10. มัชฌิมาธิปไตย ลุยกลยุทธ์ดาวกระจาย คุยคะแนนดีวันดีคืน

เรื่องน่าสนใจ