








ข่าว รายงานตำรวจดีเอสไอบุกทลายบริษัทอีซี่เน็ตเวิร์คมาร์เก็ตติ้ง หรือ แชร์ข้าวสาร ของหัวหน้า พรรคไทยร่ำรวย สาวก แชร์ข้าวสาร ฮือล้อมเจ้าหน้าที่ ทำร้ายนักข่าว ทั้งนี้สมาชิกและพนักงาน แชร์ข้าวสาร ยันไม่โกงหรือหลอกลวงใคร

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) นายภิญโญ ทองชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกลุ่มงานปราบปรามเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง รวมประมาณ 30 นาย ถือหมายค้นและหมายจับที่ได้รับอนุมัติจากศาลอาญาบุกเข้าตรวจค้น บริษัท อีซี่ เน็ต เวิร์ค มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่อ้างทำธุรกิจขายตรงข้าวสาร โดยบริษัทดังกล่าวมี นายปฐม อัญสุกล หัวหน้าพรรคไทยร่ำรวย เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในที่ทำการบริษัทพบว่าพนักงานบริษัทได้พากันหลบหนีไปทางบันไดหนีไฟ และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปยังห้องผู้บริหารก็ไม่พบบุคคลใดอยู่ภายในห้อง จึงได้เก็บเอกสารต่างๆไปตรวจสอบ ส่วนนายปฐม ถูกควบคุมตัวมาสอบสวนที่ดีเอสไอตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนด้วยการเปิดกิจการระดมเงินจากประชาชน โดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนซื้อข้าวสารหรือแชร์ข้าวสาร ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
สำหรับบรรยากาศด้านหน้าบริษัทอีซี่ฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าจับกุมและตรวจค้น มีกลุ่มสมาชิกขายตรงของบริษัทหรือบรรดาลูกแชร์ กว่า 100 คน เดินทางมารวมตัวกันอยู่ เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้สื่อข่าวไม่สามารถเดินทางออกจากบริษัทได้ โดยกลุ่มผู้ประท้วงร่วมกันร้องตะโกนว่า "ไทยร่ำรวย ๆ" ทั้งนี้ สถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้นเมื่อมีผู้ตะโกนว่า สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีออกข่าวดีเอสไอปิดบริษัท สร้างความโกรธแค้นให้สมาชิกขายตรงอย่างมาก ต่างตะโกนด่าทอกลุ่มสื่อมวลชนอย่างรุนแรง ก่อนมีกลุ่มชายฉกรรจ์ปรี่เข้าล้อมรถข่าวทีไอทีวี กระชากคอเสื้อนายวิโรจน์ สุขศรี ผู้ช่วยช่างภาพทีไอทีวี จนต้องทิ้งรถวิ่งหนี
แต่เมื่อกลุ่มผู้สื่อข่าวเห็นเหตุการณ์ได้กรูเข้าช่วยเหลือจนเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุ แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ยังแสดงอาญาเถื่อนล้อมกรอบนายวิโรจน์ และนายปริญญา ศิวะสกุล ช่างภาพทีไอทีวี นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ ทัดเจริญ ผู้สื่อข่าวช่างภาพ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ยังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์บังคับให้ถอดการ์ดความจำกล้องออกมาหักทิ้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยินยอมให้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนออกจากพื้นที่ได้ โดยมีรถเก๋งของสื่อบางคนถูกทุบและทำลายได้รับความเสียหายด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทอีซี่ฯจดทะเบียนขายตรงสินค้าอุปโภคบริโภค มีการจ่ายเงินตอบแทนสูงกว่ากฎหมายกำหนด และโดนเพิกถอนใบอนุญาตขายตรงเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2550 เบื้องต้นพบว่าบริษัทดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 1 พันล้านบาท มีสมาชิกกว่า 1 แสนคน ทั่วประเทศ
ส่วนแผนการตลาดที่ดีเอสไอเชื่อว่า จ่ายเงินตอบแทนในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด คือสมาชิกต้องซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีกว่า 100 ชนิดให้ได้ตามราคาที่กำหนดไว้ ถึงได้รับหุ้น 1 หุ้น มีสิทธิรับเงินตอบแทน 2 พันบาท ภายใน 5 เดือน เช่น สมาชิกต้องซื้อข้าวสารหอมมะลิ 1,450 บาท ได้รับ 1 หุ้น และหางบัตรชิงรางวัล 1 ใบ เมื่อครบ 2 เดือน สมาชิกได้รับเงินปันผล 500 บาท ครบ 3 เดือน สมาชิกได้รับอีก 1,500 บาท โอนผ่านบัญชีธนาคาร สมาชิกรายใดไม่ต้องการรับข้าวสารคืน บริษัทฯจะคืนเงินให้อีก 750 บาท เท่ากับว่าสมาชิกลงทุนจ่ายเงินสดทุก 700 บาท จะได้กำไร 1,300 บาท ภายใน 5 เดือน พร้อมให้หางบัตรส่งชิงรางวัลใหญ่

ล่าสุดวันนี้ (29 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ควบคุมตัว นายปฐม อัญสกุล อายุ 28 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท อีซี่ เน็ตเวิร์ค มาเก็ตติ้ง จำกัด และหัวหน้าพรรคไทยร่ำรวย ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และไม่ปฏิบัติตามแผนการตลาดที่จดแจ้งไว้ต่อ สคบ. ไปขอผลัดฟ้องฝากขังต่อศาลอาญาไป ซึ่งคำร้องฝากขังระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ควบคุมผู้ต้องหารายนี้ไว้ครบ 48 ชั่วโมง แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นและยังเหลือพยานที่ต้องสอบปากคำอีก 20 ปาก รวมทั้งโทษของผู้ต้องหารายนี้ผิดอาญาร้ายแรงมีโทษจำคุก เกิน 3 ปี จึงขอร้องขอต่อศาลเพื่อฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค. 2550
โดยขอคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีเนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้าน และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือกลับไปดำเนินกิจการต่อ อาจจะทำให้ประชาชนหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุน ซึ่งเป็นการกระทำผิดซ้ำอีก
ทั้งนี้ หลังจากศาลไม่ขออนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




































































































































































แม้ว












































































































้มาลงทุน อ่ะนะ เงินทองไม่เข้าใครออกใคร อะไรที่ได้มาง่าย ๆไม่มีหรอกครับ...ขายตรงไม่ต้องขายของ ซึ่งมันก็ผิดวิสัยอยู่แล้ว กำไรเป็น 100 % ยิ่งไปกันใหญ่...กรรมใคร กรรมมันละครับ พี่น้อง... 



























































































