สุดยอดคุณพ่อ บิ๊ก ดีทูบี ขอแค่ลูกสื่อสารได้ก็พอใจ
วันพ่อแห่งชาติ วันพ่อ 5 ธันวาคม ใกล้มาถึงแล้ว วันนี้เรามี เรียงความวันพ่อ บทความวันพ่อ คำขวัญวันพ่อ การ์ดวันพ่อ และบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับ พ่อ ใน วันพ่อ มาฝากค่ะ ซึ่งวันนี้ บทความวันพ่อ เรียงความวันพ่อ กลอนวันพ่อ คำขวัญวันพ่อ เป็นเรื่อง ยอดคุณพ่อ ของ ดารา นักร้อง บิ๊ก ดีทูบี ค่ะ อยากรู้ว่า พ่อ ดารา คนนี้หวังอะไรจากลูกชาย คลิกอ่านที่นี่เลยค่ะ

ใกล้ "วันพ่อ" วันที่ 5 ธ.ค. ระยะนี้เรื่องราวของคนเป็น "พ่อ" ที่น่าสนใจ ก็มีออกมามากขึ้น ซึ่งว่ากันถึง "ยอดคุณพ่อ" ในยุคนี้ ก็ต้องยกนิ้วให้ "คุณพ่อของอดีตนักร้อง...บิ๊ก ดีทูบี" คนนี้ด้วยอย่างแน่นอน...
คุณพ่อที่ชื่อ "อุดม กิตติกรเจริญ"
ย้อนไปเมื่อกว่า 4 ปีที่แล้ว อุบัติเหตุรถพลิกคว่ำลงคูน้ำบริเวณถนนศรีนครินทร์ ทำให้ "บิ๊ก-ปาณรวัฐ (อภิเชษฐ์) กิตติกรเจริญ" 1 ในนักร้องหนุ่มสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดัง "ดีทูบี" ต้องกลายเป็น "เจ้าชายนิทรา" เนื่องจากสำลักน้ำครำเข้าปอด ติดเชื้อรากระจายเข้ากระแสเลือดและสมอง เป็นเหตุให้เกิดฝีที่สมอง แพทย์ต้องผ่าตัดดูดเอาหนองที่ฝีออกหลายครั้ง ซึ่ง 1 สัปดาห์ที่โรงพยาบาลวชิรปราการ, 8 เดือนที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และอีก 4 เดือนที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ปรากฏการณ์บรรดาแฟนคลับกลุ่มมหึมาไปนั่งเฝ้า นอนเฝ้า รอฟังข่าว ร้องไห้ จับกลุ่มพับนกกระเรียน เขียนแผ่นป้ายต่าง ๆ นานา เป็นข่าวดังอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ "บิ๊ก ดีทูบี" ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับบิ๊กเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ รักษาตัวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลศิริราช
ขณะเดียวกัน บุคคลสำคัญยิ่งในชีวิตของบิ๊กบุคคลหนึ่งก็คอยเคียงข้างบิ๊กโดยตลอด นั่นคือ "อุดม กิตติกรเจริญ" ผู้เป็นพ่อของบิ๊กนั่นเอง ซึ่งแม้เหตุการณ์นอกบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แต่หลังจากที่บิ๊กออกจากโรงพยาบาลมาพักที่บ้านแล้ว ชีวิตของอุดมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง คือต้องอยู่เฝ้าบ้านดูแลลูกชายคนเดียว พร้อมกับ "ยุพา กิตติกรเจริญ" คุณแม่ของบิ๊ก ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
ช่วงบ่ายของวันหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ อุดมในวัย 60 ปี เปิดบ้านรับทีม "วิถีชีวิต" ให้สัมภาษณ์ว่า ครอบครัวกิตติกรเจริญเป็นครอบครัวเดี่ยว อยู่ที่สมุทรปราการมาตลอด เขาเองเคยทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทเอกชนที่นำเข้ารถแทรก เตอร์จากญี่ปุ่น แต่ได้ลาออกในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกเพื่อหันมาทำธุรกิจส่วนตัว สร้างหอพักเล็ก ๆ ให้เช่า และทำมินิมาร์ท แต่ช่วงหลังไม่มีคนดูแลมินิมาร์ท จึงต้องปิดไป เหลือแต่หอพัก
"ครอบครัวเราเป็นครอบครัวปกติทั่วไป เวลาไปไหนก็จะไปเป็นครอบครัว..." หัวหน้าครอบครัวกิตติกรเจริญกล่าว ก่อนจะเล่าย้อนต่อไปว่า ช่วงที่บิ๊กเข้าวงการ ตนเองก็มีงาน บิ๊กก็มีงาน เรียกว่าเป็นช่วงที่งานเยอะ บิ๊กเองก็ต้องแสดงคอนเสิร์ตทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนแทบไม่ได้เจอกันเลย บ่อยครั้งที่ใช้วิธีสื่อสารกันด้วยการเขียนโน้ตแปะไว้ว่าไปไหน หรือให้ปลุกตอนกี่โมง เป็นเวลากว่า 2 ปี ก่อนที่บิ๊กจะประสบอุบัติเหตุ
"ช่วงที่ทราบว่าบิ๊กมีโอกาสหายน้อยมาก หรือจะดีขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนั้นจะคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเท่านั้น ที่ไม่ได้รู้สึกเสียใจมาก ก็เพราะเราทราบจากประสบการณ์ส่วนตัวว่าถ้าเป็นแบบนี้ ผลจะเป็นแบบไหน ซึ่งก็ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว"
อุดมบอกว่า ช่วงที่บิ๊กจะต้องพักรักษาตัวที่บ้านก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ต้องเตรียมซื้ออุปกรณ์ ทั้งเครื่องออก ซิเจน เครื่องดูดเสมหะ สายดูดเสมหะ ผ้าเช็ดตัว คีมที่จะต้องใช้ ทุกอย่างต้องครบหมด และต้องศึกษาวิธีดูแล ทั้งจำจากโรงพยาบาล และเรียนรู้จากคู่มือ ซึ่งตอนนี้ชำนาญแล้ว
ทุกวันนี้ อุดมและยุพาแม่ของบิ๊กจะต้องตื่นนอนในเวลาไล่เลี่ยกัน คือตี 5 ครึ่ง ช่วยกันทำแผล ทำความสะอาดเศษอาหารบริเวณหลอดลมและช่องท้อง แต่ยังไม่ต้องเช็ดตัวให้บิ๊ก เพราะช่วงกลางคืนจะมีผู้ช่วย 2 คนทำไว้ให้แล้ว และเวลาที่ป้อนอาหารคือ 6 โมงเช้า จากนั้นจับบิ๊กตะแคงตัว เพื่อไม่ให้หลังร้อน
เสร็จจากมื้ออาหารซึ่งเป็นอาหารทางการแพทย์ ลักษณะคล้ายนมผง โดยป้อนทางสายยาง จากนั้นก็ให้ยา และอีก 1 ชั่วโมงจะจับตะแคงอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่บิ๊กพักผ่อนนั้นก็ต้องพลิกไปมาด้วย

ในช่วงเช้าจะต้องมีการปรับตะแคง ปรับท่านั่งบ้าง 2 ครั้ง จะดูว่าบิ๊กส่งเสียงจุ๊กจิ๊ก ๆ ไหม ถ้าท่ายังไม่ได้ก็จะปรับให้เข้าที่ เปลี่ยนข้างบ้าง ถ้าเป็นท่านั่งก็จะให้ส่วนหัวสูงนิดหน่อย ขายกนิดหน่อยเพื่อกันตัวเลื่อน ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้อยู่ตลอด ซึ่งการพลิกตัวนี่ในช่วงแรกอุดมและยุพาจะช่วยกัน แต่หลัง ๆ ยุพาเกิดปัญหากระดูกทับเส้นทำให้ปวดหลัง หน้าที่นี้อุดมจึงรับผิดชอบคนเดียว ซึ่งยุพาบอกว่า "ตัวบิ๊กหนักอยู่เหมือนกัน"
ประมาณ 10 โมงเช้า ก็จะต้องตรวจดูว่าอาหารย่อยหมดหรือยัง ต้องระวังไม่ให้ตกค้างไปถึงเวลาอาหารเที่ยงโดยอาหารยังย่อยไม่หมด ช่วงบ่าย 2-บ่าย 3 โมงก็จะป้อนนมเปรี้ยวไขมันต่ำกับน้ำอีกนิดหน่อย
อาหารบิ๊กนั้น จะ ใช้ไซรินจ์ดูดใส่ไปที่สายอาหารบริเวณช่องท้อง ส่วนช่องที่เจาะบริเวณหลอดลมจะเป็นช่องสำหรับดูดเสมหะ ซึ่งทั้ง 2 จุดนี้อุดมต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ต้องทำความสะอาดทุกเช้า-เย็นเพื่อไม่ให้กากอาหาร-เศษเสมหะเข้าไปค้างแข็งในสายยาง เพราะจะทำให้บิ๊กอาเจียนได้
"เศษเสมหะถ้าแข็งจะบาดหลอดลม ตอนอาเจียนจะทรมานมาก พ่อสงสารเขา เวลาอาเจียนต้องพาบิ๊กไปหาหมอ ซึ่งไม่อยากให้ลูกลำบากไปโรงพยาบาล อยากให้อยู่บ้านมากกว่า"
ยอดคุณพ่อบอกเล่ากิจวัตรประจำวันต่อไปว่า ช่วงบ่าย 3 ถึงบ่าย 4 โมงครึ่ง จะมีการเช็ดตัว ซึ่งจะมีผู้ช่วย 2 คนที่ทำหน้าที่แทน ช่วงเวลานี้อุดมก็จะได้พักบ้าง โดยอุดมบอกว่าการดูแลบิ๊กนั้นเหมือนจะว่าง แต่จริง ๆ แทบไม่ว่าง เพราะตลอดทุก 15-20 นาที ต้องคอยดู เช่น ปัสสาวะไหม ? ถ้าปัสสาวะบิ๊กจะทำท่าจุ๊กจิ๊ก ๆ
นอกจากนี้ บางครั้งก็จะมีแขกมาเยี่ยมบิ๊ก โดยอุดมขอร้องว่าให้มาเฉพาะวันอาทิตย์ หรือติดตามข่าวของบิ๊กได้ในเว็บไซต์ http://www.fbfcthailand.com/ เพราะถ้ามีแขกมาเพียงแค่ 2-3 คน อุดมก็จะเหนื่อยขึ้นเป็น 2 เท่าทันที ซึ่งนอกจากภารกิจกิจวัตรประจำวันของบิ๊กแล้ว อุดมยังต้องคอยเตรียมอุปกรณ์ประจำต่าง ๆ ของบิ๊ก อาหาร-ยา อุปกรณ์ เสื้อผ้า แทบไม่ได้หยุดมือ และบางทีก็จะพาบิ๊กนั่งวีลแชร์บ้าง เพื่อเปลี่ยนท่าทาง

"ตอนนี้บิ๊กนั่งวีลแชร์สัปดาห์ละสามวัน นั่งพิงอย่างเดียว มีสายรัดและหมอนรองเพื่อไม่ให้ตกจากรถ เพราะว่าเขาบังคับรถไม่ได้เลย นั่งรถได้อย่างเดียว บิ๊กเคยนั่งม้านั่งธรรมดาแล้วหักไปสองตัว บิ๊กคงเกร็งมาก เกือบตกเก้าอี้ พ่อคว้าตัวเกือบไม่ทัน" คุณพ่อของบิ๊กเล่า
ก่อนจะบอกอีกว่า ช่วงไหนพอมีเวลาว่างนิดหน่อยก็จะนั่งพักที่โซฟา ถ้าเครียดก็นั่งอ่านหนังสือผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไร เพราะต้องคอยเหลียวดูลูกตลอด ต้องทำโน่นทำนี่ ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างจุกจิก "แต่ก็ไม่เหนื่อยนะ คือเราทำทุกวันเราก็ชิน ค่อย ๆ ปรับตัว และทำจนกระทั่งชำนาญ"
ปัจจุบันทุก 3-4 เดือน อุดมยังจะต้อง พาบิ๊กไปพบหมอที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทำโบทอก (ฉีดกล้ามเนื้อ) และตรวจต่อมไร้ท่อ รายงานผลปัสสาวะ และรับยาประจำ ซึ่งก็เป็นกิจวัตรที่ทำมาหลายปีแล้ว
อุดมเปิดใจว่า ไม่ได้ทำงานมาตลอดระยะเวลาที่ต้องดูแลบิ๊ก แต่ก็ไม่เครียดมาก เรื่องค่ารักษาพยาบาลของบิ๊กทางครอบครัวได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ซึ่งช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายไปได้มาก ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็พอมีรายได้จากค่าเช่าหอพัก และมีทรัพย์สินที่สะสมไว้ ใช้แบบพอเพียงเท่าที่จำเป็นก็ยังพออยู่ได้ นอกจากนี้ก็มีการแสดงคอนเสิร์ตซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้บิ๊ก หรือมีคนเอาอาหารเสริมมาให้ บางทีก็มีแฟนคลับส่งเงินมาให้ซึ่งก็ซาบซึ้งใจมาก ๆ
กว่า 4 ปีที่ผ่านมาอุดมไม่ได้ไปไหนเลย นอกจากโรงพยาบาลศิริราชที่หมอเจ้าของไข้บิ๊กนัดตรวจเท่านั้น ซึ่งเขาบอกว่าทุกวันนี้ก็สบาย ๆ เพราะ ปรับวิธีคิดใหม่ ให้สบาย ๆ ไม่เครียด ทำให้สิ่งที่ผิดปกติเป็นสิ่งที่ปกติ เพื่อไม่ให้ทุกข์ คิดว่าชีวิตจะต้องเปลี่ยน ไม่เหมือนกับคนปกติทั่วไป คือทั่วไปคนที่เกษียณแล้วสามารถไปไหนมาไหนสบาย นี่ต้องมีทุกข์-มีห่วง และก็มานั่งดูแลบิ๊กเขาตลอด แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว
"ไม่ได้สวดมนต์อ้อนวอนขออะไร แค่ดูแลบิ๊กให้ดีที่สุด ทั้งการกิน-อยู่-นอน และทำกายภาพบำบัด สิ่งที่อยากได้มากคืออยากให้เขาสื่อสารกับเราได้บ้าง เราก็พอใจแล้ว ส่วนจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม เราเต็มที่อยู่แล้ว เพราะตอนนี้เขาบอกอะไรเราไม่ได้เลย กลัวว่าวันหนึ่งเขาเป็นอะไร เขาจะบอกเราไม่ได้ เราเองก็ไม่ใช่หมอ แต่พ่อก็พยายามดูแลเขาให้ปลอดภัยไม่ให้มีอะไรแทรกซ้อน"
...อุดม คุณพ่อของบิ๊กดีทูบี กล่าวในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ขณะที่ยุพา คุณแม่ของบิ๊ก ก็ทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้พ่อบิ๊กจะดูแลบิ๊กเป็นหลัก ส่วนตนเองจะทำงานบ้าน และช่วยเหลือเล็กน้อย
"ดูแลลูกชายคนเดียวมากว่า 4 ปี เขาไม่ได้ทำเพราะหน้าที่ แต่ทำด้วยความรัก เพราะบิ๊กเป็นลูก และภาวนาให้ลูกหาย พยายามให้กำลังใจตัวเองว่าลูกต้องหาย อยากให้มีปาฏิหาริย์อีก สักครั้ง"
ก็มีอยู่บ้างที่ผู้ชายบางคนที่มีลูกทำตัวไม่เหมาะสมกับการเป็นพ่อ แต่นั่นก็ส่วนน้อยมิใช่ส่วนใหญ่ ขณะที่ในส่วนใหญ่ที่ดี-ที่รักลูกดูแลลูก ก็มีบางคนที่ต้องทำยิ่ง ๆ กว่า ซึ่งก็ด้วย "ความรักของพ่อ" ดังเช่นยอดคุณพ่อ "อุดม กิตติกรเจริญ"
"สเต็มเซลล์" ความหวังของบิ๊ก
เชื้อราจากน้ำครำทำลายเนื้อสมองของ "บิ๊ก ดีทูบี" ไปมาก ทำให้ระบบประสาทเสียหาย และการต้องผ่าตัดสมองเพื่อดูดหนองออกหลายครั้งก็ทำให้สมองของบิ๊กมีปัญหาทั้งเรื่องการสื่อสาร การขยับตัว ซึ่ง "อุดม" พ่อของบิ๊ก บอกว่า ร่างกายของบิ๊กนั้นยังสมบูรณ์ดี แต่ตอนนี้สมองซีกซ้ายและขวาของบิ๊กไม่เท่ากัน และการปลูกถ่าย "สเต็มเซลล์" คือความหวัง
สถาบันวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ บุญยรัตเวช เลขา ธิการ ได้มีหนังสือติดต่อครอบครัวของบิ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการทำสเต็มเซลล์สร้างเนื้อเยื่อสมองที่ถูกทำลายไป อุดมก็ได้ไปปรึกษาผู้อำนายการโรงพยาบาลประสาท ได้รับคำตอบว่าการทำต้องมีทีมแพทย์เฉพาะทางและรอผลวิจัยในต่างประเทศว่าได้ผลแค่ไหน เพราะการทำสเต็มเซลล์เพื่อสร้างเนื้อเยื่อในสมองยังไม่มีผลวิจัยที่ชัดเจน 100% เหมือนส่วนอื่น ๆ และยังไม่แน่ชัดว่าทำไปแล้วจะปลูกได้เท่าไหร่ แต่หากทำสำเร็จก็จะปลูกแทนเซลล์สมองที่เสียไปได้
การต่อส่วนประสาทนั้นเหมือนกับการเชื่อมต่อกระแสไฟ ซึ่งตอนนี้กำลังขาดตอน ทำให้ไปไม่ถึงส่วนอื่น ร่างกายส่วนอื่นจึงใช้การไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่ครอบครัวบิ๊กจดจ่อตอนนี้คือรอความหวังกับ "สเต็มเซลล์"
รวม กลอนวันพ่อ คำขวัญวันพ่อ การ์ดวันพ่อ เรียงความวันพ่อ บทความวันพ่อ กลอนในหลวง สำหรับ วันพ่อ 5 ธันวาคม วันพ่อแห่งชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- วันเกิด 25 ปี บิ๊ก ดีทูบี แฟนคลับอวยพรแน่น
- "บิ๊ก ดีทูบี" อาการดีขึ้นแฟนเพลงแห่ร่วมอวยพรครบวันเกิด 24 ปี
- "แดน-บีม" หลั่งน้ำตา คิดถึง "บิ๊ก ดีทูบี"
- "ดีทูบี" ยุบ นักร้อง "แดน - บีม" ประกาศแยกวง
- พ่อ "บิ๊ก ดีทูบี" เสียดาย "แดน-บีม" แยกวงปิดตำนานดีทูบี
- หัวอก พ่ออุดม มอบแก่ บิ๊ก D2B
- 'บิ๊กดีทูบี' อาการดีขึ้น เตรียมสะเดาะเคราะห์
- หามด่วน 'บิ๊กดีทูบี' ผ่าสมอง เกิดช็อกกะทันหัน
- นักร้องดังขวัญวัยโจ๋บิ๊ก-ดีทูบี ควบเก๋งบีเอ็มจมคู
- เผยนาทีระทึก ช่วย 'บิ๊ก-ดีทูบี'
- บิ๊ก ดีทูบี โคม่าไม่รู้สึกตัว
ข้อมูลจาก
ข่าวโดย : สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล / วิภาพร เปลี่ยนเจริญ
ภาพโดย : จเร รัตนราตรี