











ข่าวสังคม รายงาน เด็กหญิงวัย 11 ขวบ สุขภาพ ไม่ดีเป็น มะเร็ง วอนขอผู้มีจิตเมตตาบริจาคขาเทียมและ ทุนการศึกษา เพื่อกลับไปเรียนต่อกับเพื่อน ๆ อีกครั้ง ทั้งนี้เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็น มะเร็ง เพราะอุบัติเหตุจักรยานล้มจนลามเป็น มะเร็ง ทำให้ต้องตัดขาทิ้ง

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยเรื่องราวน่าเวทนาจาก นางกัน จันดาหาญ อายุ 47 ปี จ.เพชรบูรณ์ อาชีพช่างก่อสร้างและรับจ้างทาสีบ้านว่าตนและสามีคือ นายสมชาย ทาคำมา อายุ 55 ปี อาชีพเดียวกัน มีลูก 3 คน ซึ่งลูกสาวคนโตแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ส่วนคนรองเป็นผู้ชายทำงานแล้วเช่นกันแต่รายได้เลี้ยงได้แค่ตัวเอง ส่วนคนเล็กคือ ด.ญ.เพ็ญเพชร ทาคำมา หรือน้องหยก อายุ 11 ปี เรียนชั้นป.5 โรงเรียนเสรีศึกษา ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งพ่อแม่หวังว่าจะทุ่มเทเพื่อเขาคนเดียวเท่านั้นอยากให้เขาเรียนสูงๆ แต่พอมาประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขาทิ้ง เพียงเพราะจักรยานล้ม
นางกัน เล่าถึงสาเหตุที่ลูกคนเล็กต้องถูกตัดขาว่า แม่ให้น้องหยกอยู่กับคุณยายที่อายุ 73 ปีแล้วที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตนและนายสมชายก็ได้เดินทางไปเยี่ยมลูกอยู่เป็นระยะและโทรศัพท์คุยกันทุกวัน วันหนึ่งเขาบอกว่าหกล้ม เขาก็บอกว่าเขาปวดขาเฉยๆ ซึ่งตนมาทราบทีหลังว่าเขาก็ไม่ได้บอกคุณยายด้วยเพราะเห็นยายแก่แล้ว และน้องหยกยังบอกอีกว่าหนูยังกระเตงไปโรงเรียน ซึ่งน้องหยกทำได้อย่างนั้นประมาณ 2 สัปดาห์
"แม่ก็บอกว่าเขาว่าถ้าไม่ไหวหนูก็ขอลาครูก่อน 1 อาทิตย์ก่อนนะลูก แล้วสิ้นเดือนแม่จะไปหา จึงได้มาหาลูกวันที่ 28 พ.ค. พอมาเห็นลูกนั่งใต้ถุนบ้านขาเขาบวมมากแผลแกเน่า แม่ถึงกับร้องไห้ เราจึงพาแกไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแล้วแกก็เล่าความจริงให้ฟังทั้งหมด" นางกัน กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
ด้านน้องหยก เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นหนูขี่รถจักรยานล้มภายในหมู่บ้านเชิงชาย หมู่ 5 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ แล้วต่อมาแม่พาไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ หมอบอกว่าขาซ้ายหัก โรงพยาบาลจึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลที่จังหวัด ซึ่งเมื่อหมอได้ดูแผ่นเอ็กซเรย์ หมอก็ทำการรักษาโดยการใส่เหล็ก โดยในตอนแรกหมอแจ้งว่าจะทำการผ่าแล้วใส่เหล็ก แต่ตอนใส่เหล็กจริงหมอกลับไม่ได้ผ่า แต่หมอทำการยิงเหล็กเข้าไป
และต่อมาบริเวณแผลมีอาการบวมขึ้นเรื่อยๆ และจากนั้นหมอนัดให้เอาเหล็กออกวันที่ 13 ก.ค. 2550 และแม่ก็ได้นำตัวไปพบหมออีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค. เพื่อเอ็กซเรย์ดูอีกครั้ง ซึ่งหมอได้บอกว่ามีเนื้อร้ายอยู่ในขา จากนั้นจึงมีการส่งตัวมายังโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเมื่อถึงมือหมอหมอได้ทำการปาดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ผลปรากฏว่าเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องตัดขาดทิ้ง
"หมอบอกว่าจะตัดขาทิ้งทีแรกหนูบอกว่าไม่ยอม ขอตัวกลับไปทำใจอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน ทีแรกพ่อแม่ก็ทำใจไม่ได้ แต่พอเห็นหนูปวดมาก พ่อแม่คงเห็นหนูเจ็บทรมาน เพราะแผลบวมมากและมีเลือดไหลออกมาตลอด เขาก็ยอมให้หนูก็กลับมาตัดขาซ้าย" น้องหยก กล่าวด้วยเสียงเศร้า
น้องหยก กล่าวอีกว่า หนูอยากได้ขาเทียมและทุนการศึกษา เพราะหนูสงสารพ่อแม่ หนูจะได้กลับไปเรียนหนังสือ เพราะเพื่อนๆก็โทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง เพื่อนก็อยากให้เรากลับไปเรียน หนูเองก็อยากกลับไปเรียน เพราะหนูชอบวิชาภาษาไทยมากได้เกรด 4 ตลอด และถ้าโตขึ้นอยากเป็นคุณครูเพราะอยากสอนให้เด็กในวันข้างหน้าให้เป็นคนดี
คุณแม่น้องหยก กล่าวถึงการรักษาว่า ขณะนี้น้องหยกรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี ตึกศิรินทร ชั้น 10 ออร์โซปิดิกส์หญิง ห้องสามัญ 6 ซึ่ง คุณหมอแจ้งว่าจากนี้ต้องทำคีโมแผล 6 เดือนเดือนละครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาคงไม่สูงมาก เพราะตนใช้บัตรทองในการรักษา แต่อย่างไรก็ตามจากนี้ตนต้องพาน้องหยกไปนั่งอยู่ในที่ทำงานก่อสร้างด้วย และเมื่อถึงกำหนดหมอนัดก็ค่อยพาน้องหยกเดินทางมาทำคีโม ซึ่งน้องหยกก็คงยังไม่ได้เรียน เพราะพ่อแม่เองก็ยังไม่มีเงิน
เมื่อถามสงสัยในกระบวนการรักษาของแพทย์หรือไม่ เพราะทำไมจู่ๆ ถึงเป็นมะเร็ง นางกัน กล่าวว่า หมอเขาก็ถามหากรรมพันธุ์ เราก็บอกว่ากรรมพันธุ์ไม่มี แล้วต่อมาคุณหมอก็บอกว่าบางครั้งก็ไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์ เพราะอาจจะเป็นที่เซลล์ของเด็กก็ได้เขาบอกว่าอย่างนี้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขาซ้ายที่น้องหยกถูกตัดนั้นถ้าวัดด้วยไม้บรรทัดจากระดับเอว จะพบว่าส่วนที่เหลือของขาซ้ายน้องหยกนั้นมีเพียง 15 เซ็นติเมตรเท่านั้น









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |













































































































































































































































































ิงเหล็กแทนที่จะผ่า ฉนั้นหมอควรชดใช้ร้อยเปอร์เซนต์ 



















































































































































