








ผู้เช่า พระ สมเด็จเหนือหัว มีเฮ ข่าว รายงานกระทรวงยุติธรรม แนะผู้เช่า พระสมเด็จเหนือหัว ขอเงินคืนจากธนาคารและไปรษณีย์ หากสำคัญผิดในสาระสำคัญการจัดสร้าง สัญญาจอง พระเครื่อง ต้องถือเป็นโมฆียกรรม เผยจากการตรวจสอบการจัดสร้าง พระสมเด็จเหนือหัว ยังไม่เข้าข้อกฎหมายที่ดีเอสไอจะเข้าไปสอบสวนได้

(17 ธ.ค.) นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ว่าในทางกฎหมาย สัญญามีช่องทางบอกไว้ว่า ผู้ทำสัญญา หากทำโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญของพฤติกรรมนั้นทำให้สัญญานั้น เป็นโมฆียะ และสามารถถูกบอกล้างได้ และหากเข้าขั้นถูกฉ้อฉลหลอกลวงให้หลงผิดก็มีสิทธิที่จะบอกล้างโมฆียกรรมนั้นได้เช่นกัน
ดังนั้นช่องทางของประชาชนที่ต้องการจะได้เงินจองคืน หรือผู้ที่ได้พระไปแล้ว ก็อาจทำได้โดยบอกล้างโมฆียกรรม ซึ่งเป็นมาตรการตามกฎหมายแพ่ง ถึงได้พระแล้ว หากเป็นการทำสัญญาไปโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือทำนิติกรรมสัญญาโดยถูกฉ้อฉลให้เข้าใจผิดไปไม่ตรงกับความจริง ก็เป็นเหตุทำให้นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะบอกล้างได้ และถ้าบอกล้างแล้วคู่กรณีก็ต้องกลับคืนสู่สถานะเดิม คือ ต้องส่งพระสมเด็จเหนือหัวที่ได้ไปคืน และต้องเรียกเงินคืนได้
นายจรัญ กล่าวอีกว่า ธนาคารที่เป็นช่องทางรับจองพระสมเด็จเหนือหัว ทั้งธนาคารกรุงไทย นครหลวงไทย ธนาคารทหารไทย และบริษัทไปรษณีย์ไทย ควรต้องหารือกันเพื่อคืนเงินจองพระให้แก่ประชาชน เพราะทั้งธนาคารและ ไปรษณีย์ ต่างก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นเพียงช่องทางหรือคนกลางที่ทำให้ติดต่อทำสัญญาเรื่องนี้ ดังนั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ผิดเพี้ยนไป จากความเข้าใจเดิมก็น่าจะหาทางออกให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายได้
จากการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ในเบื้องต้น ยังไม่เข้าข้อกฎหมายที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะมีอำนาจเข้าไปสืบสวนสอบสวนได้ หากจะเข้าข่ายความผิดที่ดีเอสไอเข้าไปทำคดีได้ ต้องเป็นการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนด แต่ถ้าเป็นการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา หรือเป็นเรื่องความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้ ก็ต้องมีการเริ่มต้นดำเนินคดีตามความผิดมูลฐานนั้นก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเริ่มต้นดำเนินการในความผิดมูลฐาน ดีเอสไอจึงทำได้เพียงตรวจสอบข้อมูลทั่วไปไว้ก่อน กระบวนการที่ชัดเจนต้องมีคดีพื้นฐานก่อนปปง.จึงจะเข้าไปดำเนินการได้ ส่วนเรื่องการใช้พระมงกุฏไว้ด้านหลังพระสมเด็จเหนือหัว โดยมีการขอหรือไม่ขออนุญาตนั้น ก็ยังไม่เข้าข่ายงานในรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีการจัดสร้างพระเครื่องจำนวนมากนำสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้อง นายจรัญกล่าวว่า ถ้าจัดสร้างพระเครื่องถูกต้องตรงไปตรงมา พอเหมาะพอดี เกิดประโยชน์แก่สาธารณะก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่เป็นปัญหา เพราะไม่ตรงไปตรงมา ทำให้ประโยชน์ที่ได้ไม่เท่าความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สำนักพระราชวัง แจงถูกแอบอ้างสร้าง สมเด็จเหนือหัว
- เตือนอย่ารีบจอง พระ สมเด็จเหนือหัว รอดูว่าฉ้อโกงหรือไม่?
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |









































































































































































































































































































































































































|