แม่เด็กหญิงขาเทียม ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พระพี่นาง
ข่าว ข่าวในพระราชสำนัก รายงาน ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดินพร้อมใจกันแต่งชุดดำไว้ทุกข์ ถวายแด่ พระพี่นาง พระพี่นางเธอ สมเด็จพระพี่นาง สมเด็จพระพี่นางเธอ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ขณะที่แม่เด็กหญิงขาเทียม ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พระพี่นาง เผย ลูกสาวอยู่ในความดูแลของมูลนิธิขาเทียมฯ อ่าน ข่าว พระพี่นาง ประวัติพระพี่นาง พระราชประวัติพระพี่นาง ได้ที่นี่ค่ะ

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดินพร้อมใจกันแต่งชุดดำไว้ทุกข์ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หลังการสิ้นพระชนม์ เป็นการแสดงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ขณะเดียวกัน ประชาชนได้เดินทางไปถวายน้ำสรงพระศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ ที่แต่ละจังหวัดจัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด หรือตามหน่วยราชการ และสถานศึกษาหลายแห่ง โดยเฉพาะหน่วยงานที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณช่วยเหลือ ได้จัดพิธีขึ้นเพื่อรำลึกถึงและไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้าอย่างยิ่ง
ทั้งนี้นายแพทย์นิพล วิวัฒน์สมวงค์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่า เป็นสมาชิกแพทย์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ตั้งแต่ปี 2526 ที่จังหวัดยะลา ซึ่งขณะนั้นกันดารมาก จะออกปฏิบัติงานในวันหยุด การเดินทางยากลำบาก พระองค์ทรงทำคุณประโยชน์ด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในชนบท ทรงห่วงราษฎรอย่างมาก สอนให้พวกเราทุกคนเสียสละตนขอปฏิญาณว่าจะเสียสละทำตามรับสั่งและปณิธานของพระองค์
ส่วนผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาจากแพทย์ พอ.สว. เช่น
นางอารีรัตน์ ไทยทิพย์สุวรรณ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 1 ต.เขามีเกียรติ์ อ.สะเดา ป่วยเป็นโรคความดัน หลั่งน้ำตากล่าวว่า
เป็นการสูญเสียของคนทั้งประเทศ ความดีของพระองค์อยู่ในหัวใจทุกคนและเปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ขณะที่นายขุ่นเช่ง ทศทิตโยธิน อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/39 ถนนปาดังเบซาร์ ต.สะเดา ผู้ป่วยโรคเบาหวาน กล่าวว่า ขาดร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชน เสียใจจนไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร
ส่วน
นางอารมณ์ พรหมรักษ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/9 ถนนท่าพรุวิทยา ต.สะเดา ผู้ป่วยโรคความดัน กล่าวว่า รู้สึกใจหาย
พระองค์เป็นที่เคารพบูชา ทำเพื่อประชาชนอย่างมาก ด้าน น.ส.สินีนุช วุ่นชุม อายุ 20 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง กล่าวว่า เมื่อปี 2541 ตอนนั้นอายุ 11 ปี หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ได้ช่วยเหลือผ่าตัดรักษาโรคเพดานโหว่จนสามารถพูดได้ชัดเจนมากขึ้น หากไม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ตนคงลำบาก เพราะครอบครัวฐานะยากจน
ทางด้าน
นางจิตรา บัวแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/10 หมู่ 3 ต.ตากแดด อ.เมืองพังงา มารดาของ เด็กหญิงวาสนา สาระกุล อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านท้ายช้าง เปิดเผยว่า เด็กหญิงวาสนาพิการขาซ้ายขาดถึงหัวเข่า ขาขวานิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วขาด ขาซ้ายต้องใส่ขาเทียม ส่วนเท้าขวาต้องใส่อุปกรณ์ช้อนหุ้มฝ่าเท้า อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิขาเทียมฯ มีพระองค์ทรงเป็นประธาน ตอนคลอดลูกก็เป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป แต่ 17 วันหลังคลอด ลูกน้อยน้ำหนักลด ตัวเหลือง เท้าซ้ายมีรอยเขียวช้ำคล้ายไฟไหม้และลามถึงหัวเข่า จนขาช่วงเข่าหลุดออกจากกัน และยังลามไปถึงขาขวา ทำให้นิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วหลุดไปด้วย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคเส้นเลือดอุดตัน
ต่อมาปี 2545 ขณะลูกอายุ 4 ขวบ มูลนิธิขาเทียมฯได้มาปฏิบัติงานที่ศาลาอเนกประสงค์เขาช้าง อ.เมืองพังงา จึงช่วยทำขาเทียมและให้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิขาเทียมฯ พร้อมกับส่งอุปกรณ์ช้อนหุ้มฝ่าเท้ามาให้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ขาเทียมปีละ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2546 มูลนิธิขาเทียมฯปฏิบัติงานที่สนามหลวง กรุงเทพมหานคร
พระองค์ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ลูกฉายพระรูปด้วย เป็นความกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ รู้สึกเสียใจมาก ขณะที่เด็กหญิงวาสนากล่าวว่า ทรงสั่งสอนและให้กำลังใจ โดยตรัสว่าให้มีความเข้มแข็ง เพราะความพิการเป็นเพียงร่างกายภายนอก ที่สำคัญคือสมองยังสมบูรณ์
ข้อมูลและภาพประกอบจาก