ศาลฎีการับฟ้อง คดีล้มเลือกตั้ง 3 คดีรวด
ข่าว เลือกตั้ง ข่าวการเมือง รายงาน ศาลฎีกา รับฟ้องคดีล้มเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน พร้อม สมัคร เป็น นอมินี ไทยรักไทย… อ่าน ข่าว เลือกตั้ง ข่าวการเมือง เกาะติด ผลการเลือกตั้ง ผลเลือกตั้ง ที่นี่ค่ะ
ศาลฎีกา รับฟ้องคดีล้มเลือกตั้ง 3 คดีรวด คดีแรก อดีตผู้สมัคร ปชป.ฟ้อง กกต.-พรรคพลังประชาชนพร้อม "สมัคร" เป็นนอมินี ทรท. และอีก 2 คดี ในประเด็นเดียวกันกรณี ตัวแทนภาคอีสานพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และโฆษกความหวังใหม่ ฟ้อง กกต. เรื่องขอให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า เป็นโมฆะ
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวงเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 3 ม.ค.51 ศาลโดยนายชาลี ทัพภวิมล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนมีคำสั่งรับฟ้องคดีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้งคณะ,พรรคพลังประชาชน,นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย 4 ข้อ
1. พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ซึ่งไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต โดยให้ศาลมีคำสั่งว่า การส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต เป็นโมฆะ หรือไม่เป็นผลทางกฎหมาย
2. นายสมัครที่เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
3. ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคมที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า ตลอดจนการเอาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมนับคะแนนเสียงโดยให้เพิกถอนการนับคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมาทั้งหมดแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
4. ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการแจกซีดีให้กับประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และห้ามไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน
โดยศาลมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา เป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต.1/2551 โดยนัดพิจารณาคดีใน 15 มกราคม เวลา 10.00 น. และให้ส่งหมายแจ้งวันนัดพิจารณาคดี พร้อมสำเนาคำร้องให้ กกต. พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค นายสนอง เทพอักษรณรงค์ และนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนทราบ ซึ่งหากผู้คัดค้านจะยื่นคำคัดค้าน ให้ดำเนินการภายใน 7 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำฟ้อง มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน ทั้งนี้การส่งหมายแจ้งวันนัดพิจารณา พร้อมสำเนาคำร้องหากไม่มีผู้รับโดยชอบ ให้ปิดหมายไว้ในที่ๆแลเห็นได้ง่าย ณ สำนักงาน กกต. และบุคคล
ส่วนที่ผู้ร้องยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราว ให้ศาลฎีกานัดพิจารณาไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งระงับการจัดการเลือกตั้ง ระงับการรับรองผลการเลือกตั้ง และระงับการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ของ กกต.นั้น ศาลเห็นว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ม.235 วรรค 1 บัญญัติให้ กกต.เป็นผู้ควบคุม และดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 กกต.ก็ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเรื่อยมา
ซึ่งการที่ผู้ร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งระงับการจัดการเลือกตั้ง ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง และระงับการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้ชั่วคราว ซึ่งเป็นการระงับกระบวนการเพื่อให้ได้บุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ในการใช้อำนาจปกครองประเทศ ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร ย่อมจะกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ของสาธารณะชนเป็นอย่างยิ่ง กรณีจึงไม่มีเหตุเพียงพอที่ศาลจะไต่สวนและคุ้มครองชั่วคราวตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว
วันเดียวกันนี้ ศาลฎีกายังได้มีคำสั่งรับฟ้องคดีที่ นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ ประเครือข่ายประชาชนภาคอีสานพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ยื่นฟ้อง กกต. เรื่องขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม เป็นโมฆะ ไว้เป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต.2/2551 และนัดพิจารณา วันที่ 16 มกราคม เวลา 10.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดที่ีี่ นายสราวุท ทองเพ็ญ โฆษกพรรคความหวังใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 3 ลำดับ 3 ยื่นฟ้อง กกต. เรื่องขอให้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15 - 16 ธันวาคม เป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในเลือกตั้ง เป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต. 44/2550 และนัดพิจารณาคดีวันที่ 11 มกราคม เวลา 10.00 น.
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ปชป. กล่าวว่า ในการไต่สวนวันที่ 15 มกราคม จะนำพยานซึ่งรับทราบข้อมูล และรู้เห็นที่จะพิสูจน์ความผิดได้ว่า พรรคพลังประชาชนเป็นนิมินีของพรรคไทยรักไทย เข้าเบิกความ โดยจะนำพยานเบิกความประมาณ 10 ปาก อาทิ สสร. สนช. สื่อมวลชนที่มีความเป็นกลาง รวมทั้งราษฎรที่ได้รับซีดี โดยพยานทุกปากเป็นที่น่าเชื่อถือ และรู้เห็นว่า นายสมัคร เคยพูดว่าเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยพูดว่าให้เลือกพรรคพลังประชาชน เพราะพรรคพลังประชาชนคือไทยรักไทย ส่วน สสร.และ สนช.ที่จะให้มาเป็นพยาน จะมีประธาน สสร.และประธาน สนช.หรือไม่ เป็นรายละเอียดที่กำลังหารือกัน โดยขอให้รอดูวันที่ 15 มกราคม ซึ่งในการนำสืบเรื่องนอมินี และการแจกจ่ายซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำสืบไปพร้อมกันโดยใช้พยานชุดเดียวกัน
"ในการพิสูจน์ว่านายสมัคร และพรรคพลังประชาชน เป็นนิมินี พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทยหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะที่ผ่านมามีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้นายสมัคร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาพูด รวมทั้ง เมื่อพิจารณาจากการกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้น เช่น ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ก็ใช้สำนักงานเดียวกันกับที่ทำการพรรคไทยรักไทยเดิม ส่วนบุคคลกรก็ยังเป็นชุดเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะสามารถพิสูจน์ได้ และถ้าเราไม่มั่นใจในพยานหลักฐาน ก็คงจะไม่ยื่นฟ้อง นอกจากจะมีพยานบุคคลแล้ว ยังมีพยานวัตถุ เช่น ซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แจกจ่าย เข้าประกอบการนำสืบด้วย" นายวิรัตน์กล่าว
ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อโดยสุจริตว่า พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบสัดส่วน และระบบเขตทั่วประเทศ
รวมข่าวการเมือง และ บทความควรรู้ ในการเลือกตั้ง
อัพเดทล่าสุดที่นี่ค่ะ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก