








บทความ เกร็ดความรู้ เรื่อง พจนานุกรม ภาษาบรู อนุรักษ์เผ่าโบราณโขงเจียม หลังจากค้นพบ ชนเผ่าบรู ชนเผ่าเก่าแก่อายุหลายพันปี ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม อุบลราชธานี ซึ่งมีภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงรวบรวมเป็น พจนานุกรม ฉบับ ภาษาบรู เพื่อใช้สื่อสารกับคนภายนอกให้เข้าใจ

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อมีครูการศึกษานอกโรงเรียน หรือ กศน. พบชนเผ่าเก่าแก่อายุหลายพันปี อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม มีภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงรวบรวมเป็นพจนานุกรมใช้สื่อสารกับคนภายนอกให้เข้าใจ และเป็นการอนุรักษ์ภาษาถิ่นโบราณไว้สืบทอดในท้องถิ่นต่อไป ปัจจุบันชนเผ่านี้มาตั้งบ้านเรือนที่บ้านเวินบึก และบ้านท่าล้ง ในเขตอำเภอโขงเจียม โดยประชากรรวมกันทั้ง 2 หมู่บ้านมีประมาณ 500 คน
บันทึกระบุว่า คนเผ่าบรูมีภาษาพูดคล้ายคลึงกับภาษาส่วยที่ยังมีใช้กันอยู่ใน จ.ศรีสะเกษ แต่คนทั้งสองภาษานี้แม้จะมีภาษาพูดที่ใกล้เคียงกันแต่มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จึงสันนิษฐานว่า ชนเผ่าบรูได้รับอิทธิพลทางภาษามาจากขอมโบราณ เมื่อกว่า 3,000 ปีก่อน ได้แผ่อารยธรรมผ่านมาทางลุ่มแม่น้ำโขง ปัจจุบันยังมีศาสนสถานรูปแบบขอมปรากฏอยู่ที่ปราสาทวัดภู เมืองจำปาสัก แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

สำหรับเอกลักษณ์ของชนเผ่าบรูที่ไม่เหมือนใครคือ เป็นคนรักถิ่นที่อยู่ ไม่รับอารยธรรมจากภายนอก อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ และมีภาษาพูดเป็นของตนเอง โดยใช้พูดกันเฉพาะคนในหมู่บ้าน ทำให้เด็กหญิงและเด็กชายที่เกิดในชนเผ่านี้จะแต่งงานกับคนในหมู่บ้านด้วยกันเอง ทั้งหมู่บ้าน จึงมีนามสกุลใช้ไม่กี่นามสกุล
นายอุกฤษฏ์ รินทรามี ผอ.กศน.อ.โขงเจียม เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการรวบรวมจัดทำพจนานุกรมฉบับภาษาพูดของชนเผ่าบรูว่า เมื่อ 8 เดือนก่อนย้ายมารับราชการที่อำเภอแห่งนี้และได้เข้าไปคลุกคลีกับคนในชนเผ่าบรู สังเกตเห็นว่าคนในหมู่บ้านจะใช้ภาษาอีสานพูดกับคนที่มาจากนอกหมู่บ้าน แต่เมื่อพูดกันเองในหมู่บ้านก็จะใช้ภาษาบรูพูดคุยกันเอง จึงเกิดความสนใจและได้ทำการศึกษาค้นคว้าจนทราบว่าภาษาบรูมีเพียงภาษาพูด แต่ไม่มีภาษาเขียน วิธีการถ่ายทอดก็ใช้วิธีจดจำจากพ่อแม่ และนำมาถ่ายทอดต่อกันเป็นรุ่นๆ
"ด้วยความคิดนี้จึงได้คิดรวบรวมทำเป็นพจนานุกรมฉบับภาษาบรู เพื่ออนุรักษ์ภาษาถิ่นสมัยโบราณไว้เป็นหลักฐาน พร้อมใช้สื่อภาษากับคนนอกหมู่บ้านให้เข้าใจกันได้ด้วย เพราะจากที่ชนเผ่าบรูดำรงอารยธรรมของชนเผ่ามาได้อย่างยาวนาน ทำให้กลายเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจแวะเวียนเข้ามาสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายปีหนึ่งหลายหมื่นคน จึงได้ขออนุมัติศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดทำพจนานุกรมแบ่งหมวดหมู่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาบรู ซึ่งมีความหมายเดียวกัน แต่มีการออกเสียงพูดที่ต่างกัน"
นายอุกฤษฏ์กล่าวระบุพร้อมให้ข้อมูลว่า อย่างเช่นคำทักทายในตอนเช้าที่ภาษาอังกฤษออกเสียงว่า กุด-มอร์นิง ส่วนภาษาไทยคือ สวัสดีครับ/ค่ะ ส่วนภาษาบรูจะออกเสียงว่า "ตอนแตติ๊ก" และในคำทักทายซึ่งภาษาไทยไม่นิยมแบ่งเป็นช่วงเช้า บ่าย หรือค่ำ แต่ภาษาบรูมีการแบ่งไว้เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ โดยการทักทายช่วงบ่ายที่ภาษาอังกฤษออกเสียงว่า กุด-อาฟทะนูน ภาษาบรูก็จะออกเสียงว่า "ตอนตะไง" คำทักทายในตอนค่ำภาษาบรูก็ออกเสียงว่า "ตอนสะเดา" และภาษาอังกฤษออกเสียงว่า กุด-อีฟนิง
แต่ขณะเดียวกันในบางคำที่ภาษาบรูไม่มีปรากฏไว้ เช่น หมอ ก็จะออกเสียงเป็นภาษาไทยคือ หมอ หรือคำว่ากำนันก็เช่นกัน ซึ่งแสดงว่าในอดีตเมื่อเกิดภาษาบรูใหม่ๆ ยังไม่มีผู้ประกอบอาชีพเป็นหมอ หรือกำนันในสมัยนั้น
การรวบรวมจัดทำเป็นพจนานุกรมฉบับภาษาบรู อาจารย์อุกฤษฏ์ได้เลือกคัดรวบรวมเฉพาะคำที่มีความจำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะมีเวลารวบรวมเพียงไม่กี่เดือน และต้องการให้ผู้ที่นำภาษาไปใช้ไม่เกิดความสับสนจนเกินไป รวมทั้งการจัดทำมีงบประมาณสนับสนุนไม่มาก
แต่อย่างน้อยการรวบรวมทำเป็นพจนานุกรมฉบับภาษาพูดของชนเผ่าบรู ก็ได้มีหลักฐานใช้ยืนยันความเป็นชนชาติที่มีภาษาพูดเป็นของตนเองของชาวบ้านท่าล้งและบ้านเวนบึก แห่งอำเภอโขงเจียม ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใครในอุบลราชธานี
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















































|