









นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ยกร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือทีวีสาธารณะ ให้สัมภาษณ์พิเศษ มติชน ถึงสถานะ ทีไอทีวี สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ แจงขั้นตอนแปลงสภาพจาก ทีไอทีวี เป็นทีวีสาธารณะ
หมายเหตุ...นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือทีวีสาธารณะ ให้สัมภาษณ์พิเศษ มติชน เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เรื่องสถานะของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี หลังจาก พ.ร.บ.ทีวีสาธารณะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 14 มกราคม และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมเป็นต้นไป
คลิกที่นี่ อ่านพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ฉบับจริง คลิกอ่าน อวสาน ทีไอทีวี ใช้ช่อง 11 ยิงแก้ขัด เลิกจ้างพนง. ลือ ขวัญสรวง นั่งปธ.บอร์ด หลัง พ.ร.บ.บังคับใช้สถานะของทีไอทีวีจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง
ที่ชัดเจนที่สุดคือหลังเที่ยงคืนของวันที่ 14 มกราคม 2551 สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีจะไม่มีโฆษณาในเชิงพาณิชย์อีกต่อไป แต่หากโฆษณาในเชิงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือซีเอสอาร์ จะเข้าข่ายเงินสนับสนุนองค์กร หากหน่วยงานองค์กรต่างๆ จะนำเงินบริจาคให้กับองค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่ภายใต้ชื่อ องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีสถานะเป็นนิติบุคคล ใช้ชื่อย่อว่า ส.ส.ท. หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Thai Public Broadcasting Service หรือ TPBS สามารถทำได้ แต่ต้องไม่มีเงื่อนไขอื่นแลกเปลี่ยน หรือให้ในลักษณะมีข้อต่อรอง หน่วยงานหรือบริษัทเอกชน สามารถนำเงินที่บริจาคไปหักภาษีได้ ขณะนี้ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการร่างหลักเกณฑ์เรื่องเงินว่าจะหักลดหย่อนได้มากน้อยแค่ไหน
ในช่วงหนึ่งสัปดาห์หรือช่วงเดือนแรกหลัง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ผมขอเรียกว่าทีวีสาธารณะขัดตาทัพไปก่อน รายการที่นำเสนอคงเป็นเรื่องพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งต้องขอความเห็นใจให้กับคนทำงานด้วย เพราะยังไม่มีความพร้อมเรื่องคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ต้องจัดตั้งขึ้นมาตามกฎหมาย
สำหรับคณะกรรมการชุดหลักที่ต้องจัดตั้งขึ้นมาเพื่อมากำหนดนโยบาย ให้ความเห็นชอบแผนการบริหารกิจการ และแผนการจัดทำรายการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตาม มาตรา 7 ที่ให้ดำเนินการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในลักษณะให้การสนับสนุน การพัฒนาสังคมที่มีคุณภาพ คุณธรรม ผ่านการบริการข่าวสารที่เที่ยงตรง รอบด้าน และผลิตรายการทางด้านข่าวสาร สารประโยชน์ทางด้านการศึกษา สาระบันเทิง คือ คณะกรรมการนโยบาย
ทั้งนี้ ใน พ.ร.บ.มาตรา 17 กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบาย 9 คน ประกอบด้วย ด้านกิจการสื่อสารมวลชน 2 คน, ด้านการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านการบริหารจัดการ การเงิน 3 คน, ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย การพัฒนาชุมชนหรือองค์กรท้องถิ่น การเรียนรู้ และการศึกษา การคุ้มครองและพัฒนาเด็ก เยาวชนหรือครอบครัว หรือการส่งเสริมสิทธิของผู้ด้อยโอกาสทางสังคม 4 คน
ที่มาของคณะกรรมการนโยบายชุดนี้จะมาจากคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง จำนวน 15 คน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.ประธานสภาการหนังหนังสือพิมพ์แห่งชาติ 2.นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 3.นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ 4.ประธานสภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย 5.ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน 6.ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค
7.ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์ 8.ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย 9.นายกสภาทนายความ 10.ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย 11.ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 12.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 13 ปลัดกระทรวงการคลัง 14.ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ 15.ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากทีไอทีวีมาเป็นทีวีสาธารณะในช่วงระยะเริ่มแรกนั้น ในบทเฉพาะกาล มาตรา 58 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวขึ้นมาจำนวนไม่เกิน 5 คน เพื่อปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการนโยบายชั่วคราวไปก่อน โดย ครม.จะแต่งตั้งบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมให้มาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการนโยบายในวันที่ 15 มกราคม
อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการสรรหามีไม่ครบ 15 คน พ.ร.บ.ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาไม่น้อยกว่า 10 คนได้ เพราะไม่อยากให้เกิดข้อพิพาทหรือเกิดการตีรวนจนกระบวนการสรรหายืดเยื้อเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับกระบวนการสรรหา คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและกิจการวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)
ผู้ที่จะมาดูแลผังรายการให้กับทีวีสาธารณะ
คนที่จะมาดูแลผังรายการช่วงแรกให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ไปก่อน ซึ่งผู้อำนวยการที่จะมาดูแลผังรายการในช่วงแรกนั้นจะมาจากการแต่งตั้งของคณะกรรมการนโยบายที่ ครม.แต่งตั้งขึ้น คนที่มาเป็นผู้อำนวยการมีฐานะเป็นเหมือนประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอ ส่วนคณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่เป็นเหมือนบอร์ดของบริษัท ซึ่งอาจจะมาจากคนในคณะกรรมการนโยบาย 5 คนที่แต่งตั้งจาก ครม. หรือคณะกรรมการนโยบายจำนวน 5 คน จะแต่งตั้งบุคคลคนที่เห็นว่ามีความรู้ความสามารถทางด้านกิจการวิทยุโทรทัศน์ จากสถานีทีไอทีวีเดิมก็ได้
สำหรับเนื้อหาหลักๆ ของผังรายการทีวีสาธารณะนั้น จะเน้นเรื่องสาระเป็นหลัก มีบันเทิงได้เหมือนกันแต่ต้องเป็นบันเทิงแบบสร้างสรรค์ รายการที่ให้บริการผ่านสถานีหากเป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อสาธารณะต้องนำเสนออย่างเที่ยงตรง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ รอบด้านและมีความเป็นธรรม นำเสนอในช่วงเวลาที่มีการรับชมหรือรับฟังมาก หรือช่วงไพรม์ไทม์
ส่วนรายการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และรายการที่เกี่ยวกับเด็ก ต้องนำเสนอในช่วงเวลาที่เด็กรับชมเป็นจำนวนมากหรือไพรม์ไทม์เช่นเดียวกัน และการกำหนดผังรายการสำหรับเด็ก ทางผู้อำนวยการจะต้องนำผังรายการของฟรีทีวีช่องอื่น เช่น ช่อง 3,5,7,9 มาประกอบด้วย เพราะถือว่าสถานีเหล่านี้เป็นคู่แข่ง แม้ว่าจะไม่ได้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์แล้วก็ตาม
เรื่องกรอบระยะเวลาในการสรรหาคณะกรรมการนโยบาย
ตามกรอบที่ได้ระบุเอาไว้ใน พ.ร.บ.กำหนดว่า ให้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการนโยบายภายใน 120-180 วัน หากยึดตามกรอบนี้ ภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ควรจะเห็นคณะกรรมการนโยบายแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.บ.ได้กำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่มาเป็นกรรมการนโยบายที่เข้มงวดมาก เช่น ต้องไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงาน หรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น แต่มีข้อยกเว้นให้กับอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หรือไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
นอกจากนี้ ต้องไม่เป็นหุ้นส่วน กรรมการ พนักงาน ในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม หรือในห้างหุ้นส่วนบริษัทที่ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิตรายการให้องค์กร เพื่อให้เป็นทีวีสาธารณะจริงๆ ไม่ถูกแทรกแซงจากข้าราชการประจำหรือนักการเมือง เรากลัวเหมือนกันว่าข้อกำหนดเรื่องคุณสมบัติที่เข้มงวดนี้จะหาคนมาเป็นกรรมการนโยบายได้ยาก
แต่อย่างไรก็ตาม หากกระบวนการสรรรหาล่าช้าออกไป เลยวันที่ 1 มิถุนายน 2551 ไปแล้วยังไม่ได้กรรมการนโยบาย องค์กรจะดำเนินต่อไปได้ด้วยตัวของผู้อำนวยการ ซึ่งจะไม่หมดวาระไปพร้อมกับคณะกรรมการนโยบาย 5 คนที่ ครม. จะแต่งตั้งในวันที่ 15 มกราคม ซึ่งมีอายุการดำเนินงาน 180 วัน
แหล่งที่มาของเงินทุนและเงินที่มาสนับสนุนองค์กร
ส.ส.ท.จะมีเงินงบประมาณสนับสนุนต่อปีไม่เกิน 2,000 ล้านบาท เงินทุนหลักมีแหล่งที่มาจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่จัดเก็บจากสุราและยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ และหากองค์กรมีการขยายธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น ทำทีวีดาวเทียม หรือรายการใหม่ งบประมาณสามารถปรับเพิ่มได้ ทุกๆ สามปี ทั้งนี้ การปรับเพิ่มงบประมาณให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หลัง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มกราคม ในบทเฉพาะกาล มาตรา 57 ยังได้กำหนดให้โอนกิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิคลื่นความถี่และภาระผูกพันของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ ไปเป็นขององค์กร ส.ส.ท. แต่ในส่วนข้อพิพาทข้อโต้แย้งระหว่าง สปน.กับบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ในเรื่องที่เกี่ยวกับค่าปรับนั้น จะไม่โอนไปด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปิด TITV คืนนี้! เชื่อมสัญญาณช่อง11
- อ้างต้องไม่มีโฆษณา กรมกร๊วกแจงเหตุปิดทีไอทีวี
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |





























เครือเนชั่นมันยึดครองประเทศไทยด้วยสื่อ โดยมีทหารหน้าโง่เป็นเบ้ ปล่อยให้มันยึดครองรายการข่าวทั้งทีวีเสรีของรัฐ และ ทีวีสาธารณะ ต่อไปคนนามสกุล หยุ่นๆ หย่องๆ คงรวมหัวกันกอบโกยงบประมาณหลวงกันเพลิน รัฐบาลใหม่ต้องเร่งการสรรหา 9 อรหันต์ที่เป็นกลางแทนอ้าย 5 ตนที่เล่นพวกโดยด่วน ก่อนที่มันจะผ่องถ่ายความชั่วแอบแฝงไว้ในองค์กร




































































































































ปิดแล้วก้อไม่น่ามาเปิดสถานีใหม่ที่ต้อง












































































































you fulk 





















































ลอติโพธิแล้วเหรอทำไมท่านต้องกลัวขนาดนั้นกับคนอีกเกือบ60ล้านคนท่านไม่เคยกลัวเลยใช่ไหมปิดหูปิดตาประชาชนนี่ประชาธิปไตย ขอถาม คมช.และรัฐบาลว่าคนเก่งมีแค่ตระ
ลนี้เหรอ ทีวีที่เขาช่วยประชาชนมาตลอดบอกความจริงตลอดมาท่านทำยังกับเขาเป็นโจรสั่งประหารทันทีสมครวไหม 

























































