









กับคอลัมน์ใหม่ของ "บันเทิงเดลินิวส์" ในคอลัมน์ "หนุ่มเนื้อหอม" ที่เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกในวันเสาร์นี้ และประเดิมด้วยผู้ชายที่เรียกว่าเนื้อหอมสุด ๆ ในตอนนี้เลยทีเดียวกับ "อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์" นักแสดงหนุ่มมากความสามารถที่มีผลงานอย่างมากมายทางช่อง 3 และละครมักจะประสบความสำเร็จเสียทุกเรื่องไป
รวมถึงข่าวคราวของพ่อหนุ่มคนนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา มีออกมาอยู่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องความรัก ที่มักถูกจับตามอง ซึ่งล่าสุดมีภาพหลุดจากการไปเที่ยวญี่ปุ่นออกมาให้เห็นกับนางเอกสาวข้ามค่าย "พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช" และกับ ความรักครั้งนี้ดูจะจริงจัง ส่วนจะดำเนินต่อไปอย่างไรนั้น วันนี้ไปเปิดใจผู้ชายที่ชื่อ อั้ม-อธิชาติ พร้อม ๆ กันเลย
อย่างอั้ม นี่เรียกว่าเป็นหนุ่มเนื้อหอมได้ไหม?
อั้ม : อันนี้ผมไม่แน่ใจนะ เพราะตอนนี้ไปไหนมาไหนมีแต่คนจะเอาเปลือกทุเรียนปาใส่ (หัวเราะ) เพราะว่าคนเขากำลังอินกับละครเรื่อง "จำเลยรัก" กันครับ มีคนบอกว่าเมื่อก่อนดูละครที่ผมเล่นแล้ว เคยร้องไห้เพราะว่าสงสาร แต่ตอนนี้เจอหน้าจะบอกว่าทำไมใจร้ายจัง รังแกผู้หญิง ส่วนจะเรียกว่าเนื้อหอมหรือเปล่า ผมว่าคงต้องไปถามแฟน ๆ ละครเขาดูกันใหม่แล้วละครับ (หัวเราะ)
ตั้งแต่เข้าวงการมาจนถึงวันนี้ คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน อีโก้ ขึ้นไหม?
อั้ม : เปลี่ยนครับ ผมว่าเวลาผ่านไปเราเองก็โตขึ้น แน่นอนว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป ส่วนอีโก้ ถ้าถามว่ามีไหมมีแน่นอนครับ แต่มีเฉพาะเรื่องงาน ไม่ได้มีแบบว่าเราจะต้องเด่นต้องดังกว่าคนอื่นเขา แต่เรามีกับตัวเองเพราะเราทำงานมานานแน่นอนว่าเราต้องมีการพัฒนาฝีมือของตัวเอง พัฒนาชีวิต ให้มันมีมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าคนเราถ้าเราแข่งกับตัวเองแล้วเราชนะ ผมว่ามันสุด ๆ ยอดกว่าเราจะชนะคนอื่นอีกนะครับ เพราะการชนะใจตัวเองได้มันเป็นเรื่องที่ยากมาก
ถ้าย้อนอดีตได้สิ่งที่อั้ม อยากกลับไปแก้ไข ในอดีตมีบ้างไหม?
อั้ม : ผมว่าสิ่งที่ผ่านมาในอดีต ทุกอย่างที่ผมได้ทำหรือว่าเจอมา มันคือประสบการณ์ที่สอนให้เราเป็นเราในวันนี้ ถ้าไม่เจออะไรมาเมื่อในอดีต เราเองอาจจะไม่ได้เรียนรู้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจการใช้ชีวิต ผมว่าชีวิตคือการเรียนรู้ มันต้องมีผิดพลาดกันเพียงแต่เรายอมรับมันได้แค่ไหนกับผลของมัน และเมื่อเราพลาดไปแล้ว เราไม่ควรจะพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก และถ้าย้อนอดีตไปได้ ผมก็ไม่อยากจะแก้ไขอะไรครับ
ที่มาถึงเรื่องของข่าวคราวบ้าง สังเกตไหมว่า อั้ม จะมีข่าวตลอดทั้งปีเลยนะ?
อั้ม : ข่าวที่ออกมา 80 เปอร์เซ็นต์ไม่จริง จะมีจริงอยู่บ้างแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง แต่ผมก็ไม่โกรธพี่เขานะ ผมเข้าใจการทำงาน แต่ก็มีบ้างที่ไม่เข้าใจคนที่พูดให้ข่าว ว่าพูดออกมาเพื่ออะไร ต้องการอะไร เมื่อก่อนผมจะไม่สนใจ ใครจะพูดอะไร เขียนอะไรไม่ว่า เพราะว่ามันไม่ได้กระทบกับการใช้ชีวิตของผม ครอบครัวเข้าใจรู้ว่าเราเป็นยังไง ผมโอเคแล้วในตอนนั้นนะ
เพราะว่าอะไรที่มันเป็นจริงผมจะยอมรับ แต่เรื่องไหนที่ไม่ใช่ผมจะบอก คือจะพูดทีเดียวจบ ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกย์ ข่าวใครเลี้ยง ข่าวคบใครเลิกกับใคร ผมไม่เห็นความสำคัญที่จะต้องเคลียร์อะไรมาก เพราะคิดว่ายังไงจะโดนก็แค่เราคนเดียว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เรายังมีคนรอบข้าง คนที่ยืนข้าง ๆ เรา เขากระทบไปด้วย เขาต้องมานั่งตอบคำถามแทนเรา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องมานั่งตอบคำถามแทนเรา หลัง ๆ ผมเริ่มเคลียร์ทุกอย่าง อย่างชัดเจน และด้วยคำตอบที่ผมตอบไปมันอาจจะดูแรง ในตัวมันเอง แต่นั่นคือผมพยายามที่จะสื่อและอยากจะให้เชื่อในสิ่งที่ผมพูดครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดมันคือเรื่องจริง
อั้มเคยรู้สึกโกรธบ้างไหมเวลาที่ข่าวมันออกมาแรง ๆ?
อั้ม : ทุกครั้งที่มีข่าวไม่จริง ผมก็ยังเป็นมนุษย์นะครับ ก็มีบ้าง แต่ด้วยความที่ที่บ้านผมใกล้วัด ก็มานั่งคิดใช้สติมากกว่าอารมณ์ มานั่งพิจารณาดูว่าทำไมเขาถึงคิดกันไปขนาดนั้นมองกลับมาหาจุดเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ มองออกไปกว้าง ๆ หาเหตุและผลของมัน สุดท้ายเราเองก็นิ่งได้
แล้วกับความรัก ที่ถูกจับตามองในตอนนี้ละคะ กับน้อง พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช ตอนนี้ความสัมพันธ์สามารถที่จะเรียกว่าแฟนได้หรือยัง?
อั้ม : ยังครับ ผมตอบไม่ได้จริง ๆ ว่าอนาคตเป็นยังไง เอาเป็นว่าสำหรับน้องพิ้งกี้ คือ ผู้หญิงที่ผมสนิทที่สุด และเป็นผู้หญิงที่พิเศษที่สุดคนเดียวของผมดีกว่าครับ ผมว่าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า เรามีโอกาสได้เจอกัน ได้รู้จักกัน ซึ่งครอบครัวของน้องน่ารักมาก ทั้งคุณแม่ คุณพ่อ เพราะฉะนั้นเรามอบแต่สิ่งดี ๆ ให้กันดีกว่า โดยที่เราไม่หวังอะไรตอบแทน ผมว่าวันหนึ่งถ้าแม้เราจะต้องห่างกันไป แต่อย่างน้อยก็ยังเหลือความทรงจำที่ดีต่อกันนะครับ
อย่างที่ข่าวออกมา ล่าสุดไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมา เพราะ อั้ม เข้าทางคุณแม่ เลยได้ไฟเขียว?
อั้ม : ถือว่าผมไม่ชอบเลยนะ กับคำที่ว่าผม เข้าทางแม่น้อง เป็นลูกรัก คุณแม่ไฟเขียว จริง ๆ นะ มันไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ว่าผมทำอะไร ผมต้องให้เกียรติ หรือแม้แต่ว่าผมจะพูดให้สัมภาษณ์อะไรที่มันต้องไปเกี่ยวข้องกับน้อง ไม่ว่ากับใครก็ตาม "ผมแคร์มากที่ว่าเวลาข่าวออกมาแล้ว คนที่เราพูดถึง เขาอ่านแล้ว เขารู้สึกยังไงเป็นอันดับแรก เพราะเขาอยู่ข้าง ๆ เรา" สำหรับคุณแม่น้องที่ท่านเมตตา ผมถือว่าผมโชคดีมากที่ทั้งคุณพ่อ คุณแม่น้องให้ความเอ็นดูผม ไม่รังเกียจผม ผมถือว่าผมโชคดีจริง ๆ ครับ
และมีข่าวอีกกระแสออกมาว่า อั้ม กับ พิ้งกี้ สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มกระแสให้ตัวเอง?
อั้ม : คือตรงนี้มีคนจับตามองเยอะ ลงข่าวกันแทบทุกวันมาเป็นเวลาหลายเดือน แล้วก็มีคนพูดว่าเราสร้างกระแสจริง ๆ ผมอยากจะบอกว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยซ้ำนะ แต่ก็มีหลายคนที่พยายามมองแตกต่างออกไป แต่ผมถามหน่อยเถอะครับ เราจะทำอย่างนั้นทำไมครับ เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องความรู้สึกของคน ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเล่นกับความรู้สึกครับ
นี่คือเสี้ยวหนึ่งของผู้ชายที่ชื่อ อั้ม-อธิชาติ ที่เปิดใจคุยกับเรา เชื่อว่าจะต้องถูกใจเหล่าบรรดาแฟนคลับอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องความรักกับนางเอกข้ามค่าย อนาคตจะลงเอยอย่างไรนั้น คงต้องก็ติดตามข่าวคราวกันต่อไป และต้องให้กำลังใจทั้งคู่ ที่สำคัญ รักอั้ม ชอบอั้ม ก็ต้องติดตามผลงานของหนุ่มคนนี้ด้วยนะจ๊ะ
ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- อั้ม-พิงกี้ รอหักธงหมอดู ฉุน!ทายผู้ชายสองเพศ
- ของขวัญ รักแท้ อั้ม - พิงค์กี้
- ต่างศาสนาไร้ปัญหา อั้ม งดกินหมูเพื่อ พิงค์กี้
- "อั้ม" ฉุน! เม้าท์จีบ "พิงค์กี้" กลบข่าวเกย์
- "อั้ม" รับดูใจ "พิ้งกี้" ปัดคบสาว กลบ ข่าว "เกย์"
- "พิ้งค์กี้" เลือกไม่ถูก "เจฟ" ก็ดี "อั้ม" ก็น่ารัก
- "พิ้งค์กี้" ดารา ช่อง 7 แย้มสัมพันธ์ "อั้ม" อธิชาติ มีสิทธิ์ลุ้น หัวใจ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































ขอให้โชคดีกับผู้ชาย2เพศ +555 หุ หุ














































































ชอบจำเลยรักมาก แต่ไม่อยากให้อั้มเป็นแฟนกับพิ้งกี้เลย สวยดีแต่ขอร้องว่าอย่าเป็นแฟนกันเลยนะ













































|