ว่าด้วยห้องทำงาน ระดับโลก



          ที่มาความสำเร็จของการทำงานมาจากหลายปัจจัย นับตั้งแต่มันสมอง ความทะเยอทะยาน และก็คงหนีไม่พ้น อีกหลายชั่วโมงในที่ทำงาน

1. พอล รัดนิค นักเขียนบทภาพยนตร์แห่งกรีนวิช วิลเลจ

          บางคนอาจมองว่า ห้องทำงานในอพาร์ตเมนต์ของเขาเหมือนกับ "ฮัดสัน ริเวอร์ ปาร์ค" แห่งใหม่ ทว่าห้องทำงานของรัดนิคที่ตกแต่งภายในอย่างอลังการงานสร้าง มองไปมุมไหนก็เต็มไปด้วยสิ่งของแต่งห้องทุกตารางนิ้วกลับไม่มีหน้าต่างให้ปลดปล่อยไอเดียไปตามอากาศ

          เจ้าของห้องบอกว่าอย่างนี้แหละที่เขาชอบ สไตล์ของแต่งห้องก็มีหลากหลายนับตั้งแต่สไตล์โกธิคซึ่งนำมาปัดฝุ่นให้เข้ากับศิลปะแขนงอื่นที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว ของตกแต่งส่วนใหญ่ก็เป็นของเก่า โต๊ะทำงานที่อยู่กลางห้องทำงานเป็นไม้เก่าขนาดใหญ่และหนักมาก ส่วนชั้นวางหนังสือขนาด 2 ชั้นวางก็มีไว้ใส่ของที่ไม่เข้าพวกกับห้อง อย่างเช่นเครื่องรับโทรสาร เป็นต้น

2. ดร.ลูอิส คอร์นฮาวเซอร์ ศาตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งนิวยอร์ค ยูนิเวอร์ซิตี้

          มองรวมๆ อาจจะดูรก ไม่เป็นระเบียบ และขัดกับงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า ห้องทำงานเป็นระเบียบมากเท่าใด ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการทำงานมากเท่านั้น แต่กฎทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น และกลายเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ "ไร้ระเบียบอย่างสมบูรณ์แบบ" ที่เอื้อประโยชน์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

          ศาสตราจารย์คอร์นฮาวเซอร์ กล่าวว่า แม้จะไร้ระเบียบก็เป็นการไร้ระเบียบในระดับที่เหมาะสมและสามารถเอื้อการทำงานให้กับบุคคลนั้นๆ ได้ (หมายความว่าความไร้ระเบียบดังว่าอาจใช้ไม่ได้กับทุกคน) ห้องทำงานอันกว้างขวางนี้สามารถตอบสนองทุกความรู้สึกนึกคิดในการทำงานของเขาได้อย่างเต็มที่ และไม่ว่าห้องทำงานลักษณะนี้จะสะท้อนถึงตัวตนของคนที่เป็นเจ้าของห้องทำงานหรือไม่ สิ่งสำคัญคือผลของงานที่ประสบความสำเร็จและทุกคนให้การยอมรับต่างหาก

3. มาร์ธ่า สจ๊วร์ต ผู้ก่อตั้งบริษัท มาร์ธ่า สจ๊วร์ต ลิฟวิ่ง ออมนิมีเดีย

          เพราะเหตุผลใดกัน มาร์ธ่า สจ๊วร์ต จึงได้หลงใหลมุมทำงานในชั้นที่ 9 ของบริษัท MSLO (มาร์ธ่า สจ๊วร์ต ลิฟวิ่ง ออมนิมีเดีย) ในอาคารสตาร์เร็ตต์-ลีไฮท์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 180,000 ตารางฟุต และมีพนักงานทั้งสิ้น 350 คน

          สจ๊วร์ตตอบว่าเธอชอบความเรียบง่าย ในบ้านของเธอดูมีของเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นเวลาทำงานก็อยากจัดแต่งให้เกิดความเรียบง่าย ดูโล่ง โปร่ง สบายใจเหมือนกับความรู้สึกที่ได้ไปสปา โต๊ะทำงานกลางห้อง บนโต๊ะก็มีคอมพิวเตอร์ มีกระถางไม้ประดับให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่ข้อแนะนำอย่างหนึ่งก็คือต้องคอยทำความสะอาดกระจกตรงผนังให้กิ๊งอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นจะไม่รู้สึกถึงความโปร่งโล่งสบาย

4. ไซม่อน เดอ พูรี ประธานบริษัทฟิลิปส์ เดอ พูรี แอนด์ คอมพานี ออคชั่น เฮ้าส์ 
    
          สิ่งที่อยู่กลางห้อง ไม่ใช่โต๊ะและเก้าอี้ธรรมดา หากเป็นงานที่ออกแบบโดย รอน แอรัด ที่สะท้อนถึงงานอุตสาหกรรมศิลป์ที่เรียบหรูดูดีของ เดอ พูรี ผู้เป็นเจ้าของบริษัท

          จุดโฟกัสสายตาอีกอย่างก็คงจะเป็นโคมไฟระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือโต๊ะทำงาน ส่วนชั้นวางหนังสือที่อยู่ด้านหลังที่ดูโฉบเฉี่ยวเปรี้ยวไม่เหมือนใครก็ออกแบบโดยศิลปิน วีโต้ แอ็คคอนนี แม้มีคนมองว่าโต๊ะทำงานแบบนี้ไม่น่าจะนำมาใช้งานได้จริง น่าจะเป็นตัวอย่างในการนำออกไปแสดงโชว์มากกว่า เพราะช่างดูจริงจังซะเหลือเกิน แต่อะไรๆ ที่มันต่างจากชาวบ้านแบบนี้แหละที่เดอ พูรี ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าคือสภาพแวดล้อมที่สร้างความแข็งแกร่งให้หุ้นส่วนบริษัทของเขาได้

5. โรเบิร์ต คูทูเรียร์ นักออกแบบภายในและสถาปนิก

          รสนิยมในการตกแต่งห้องทำงานของโรเบิร์ต คูทูเรียร์ไม่มีข้อบกพร่องให้เห็นแม้แต่สักตารางนิ้ว ทุกอย่างดูเนี้ยบ เฉียบ นิ้ง เริ่มจากพรมแดงจาก Ernest Boiceau ในยุค เธอร์ตี้ส์ของฝรั่งเศสซึ่งราคาค่างวดก็ไม่เท่าไหร่ ประมาณสัก 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเก้าอี้ที่ออกแบบในสไตล์นีโอคลาสิคฝรั่งเศสก็ราคา 20,000 ดอลลาร์ โดยเป็นงานออกแบบของ Jacques Adnet ซึ่งเขาได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นคุณปู่ อย่างไรก็ดีท่ามกลางความเรียบหรูดูดี อีกมุมหนึ่งของห้องทำงานก็มีเครื่องออกกำลังกาย ทุกครั้งที่หดหู่ เขาก็จะออกกำลังกายโดยเชิญเทรนเนอร์มาช่วยแนะนำท่ากายบริหารให้ถูกสุขลักษณะด้วย



6. อาบี้ โรเซ่น ประธานบริษัท อาร์เอฟอาร์ โฮลดิ้ง

          เพื่อให้บริษัทที่ดำเนินกิจการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตั้งอยู่ในย่านลีเวอร์ เฮ้าส์ ออกมาหน้าตาสไตล์ห้องสวีต โรเซ่นได้ว่าจ้างสถาปนิกสคิดมอร์และโอวิ่ง แอนด์ เมอร์ริลล์ มาออกแบบห้องทำงานของเขาซึ่งอยู่ตรงส่วนมุมของอาคารที่มีระเบียงขนาดใหญ่และมีทัศนียภาพที่สะท้อนถึงอาคารซีแกรม (อาคารอีกแห่งของเขา) ส่วนอาคารด้านนอกที่สูงลิ่วก็ทำด้วยกระจก ภายในห้องทำงานผสมผสานไปด้วยศิลปะในแบบของวอร์ฮอลส์และรัสเซลล์ มีนส์ที่สะท้อนถึงความเป็นอเมริกัน

7. ไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ค สหรัฐฯ 

          ในปี 2002 แทนที่บลูมเบิร์กจะย้ายเข้ามาทำงานของนายกเทศมนตรีจิอูเลียนี ที่อยู่ชั้นล่างตรงหัวมุม แต่บลูมเบิร์กกลับพลิกห้องเปล่าที่อยู่ด้านบน มาเป็นห้องรวมพลคนทำงานแผนกต่างๆ ให้ดูเป็นเหมือนการการทำงานกองบรรณาธิการข่าวยังไงยังงั้น

          ออฟฟิศนี้เพียงพอสำหรับจุพนักงานในระดับอาวุโสและผู้ช่วยถึง 50 คน บลูมเบิร์กกล่าวว่าไม่คิดว่าการที่จะแยกพนักงานงานไม่ว่าคนใดคนหนึ่งให้ปลีกออกมาทำงานเงียบๆคนเดียวจะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นห้องทำงานของพนักงานของเขาจึงไม่มีผนังกั้น ไม่มียาม และไม่มีอุปสรรคมาคอยขวางกั้นเวลาที่จะสื่อสารต่อกัน



ข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ว่าด้วยห้องทำงาน ระดับโลก โพสต์เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 00:00:00 2,417 อ่าน
TOP
x close