









เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ขณะที่ พ.ต.ท.ธนกฤต ลาภอิทธิสันต์ สารวัตรเวร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก น.ส.จอยซ์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เดินหน้าเศร้าเข้ามาแจ้งความ โดยมี น.ส.คอลลีน (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี น้องสาว และ น.ส.กลอ เรีย (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี เพื่อนร่วมชาติ เดินเคียงข้างคอยปลอบใจอยู่ตลอดเวลา น.ส. จอยซ์ ให้การเป็นภาษาอังกฤษผ่านล่ามว่าถูกคนร้าย 3 คนเป็นคนไทย หลอกพาไปรุมโทรมข่มขืนแบบซาดิสต์ในบ้านพักหลังหนึ่ง พูดได้แค่นี้ น.ส.จอยซ์ ก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น เหมือนยังทำใจไม่ได้ เพราะเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายมาหยก ๆ
ทันทีที่คลายโศกเศร้าและตั้งสติได้ น.ส.จอยซ์ ให้การอ้างว่า ทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เดินทางมาท่องเที่ยวฉลองวันวาเลนไทน์กับน้องสาวและเพื่อนที่พัทยา โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จากนั้นออกตระเวนดูสีสันยามราตรีทุกคืน กระทั่งคืนเกิดเหตุวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ตกลงแยกย้ายกันไปเที่ยวตามที่แต่ละคนชอบ
โดยตนมาเที่ยวที่ถนนวอล์ก กิ้งสตรีทย่านพัทยาใต้ ขณะกำลังเดินชมแสงสียามค่ำคืน ถูกหนุ่มชาวไทย 3 คน อายุ 20-25 ปี เดินเข้ามาตีสนิทขออาสาเป็นไกด์พาท่องราตรี ตนเห็นท่าทางน่าเชื่อถือ จึงหลงเชื่อยอมนั่งซ้อนท้ายรถ จยย.หนึ่งในคนร้ายไป ส่วนคนร้ายอีก 2 คนขี่รถ จยย.อีกคันตามหลังมา สุดท้ายกลับถูกหลอกพาไปใช้มีดจี้บังคับพยายามข่มขืนในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง แต่ตนปัดป้องต่อสู้
ครูสาวชาวออสซี่ ให้การต่อว่า ต่อมา แก๊งคนร้ายเปลี่ยนใจใช้มีดจี้พาขึ้นรถไปที่บ้านไม้หลังหนึ่งนอกเมืองพัทยา แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน ภายในบ้านเพื่อน ๆ ของแก๊งคนร้ายนั่งตั้งวงดื่มเหล้าอยู่ประมาณ 10 คน จากนั้นทั้ง 3 คน ผลัดกันรุมข่มขืนแบบซาดิสต์จนสำเร็จความใคร่ต่อหน้าเพื่อน ๆ และขู่จะข่มขืนรอบสอง โชคดีหนึ่งในเพื่อนคนร้ายที่นั่งดื่มเหล้าสงสารเห็นใจตน และ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนร้าย จึงขี่รถ จยย.พาไปส่งที่โรงแรม ตนจึงโทรศัพท์ไปปรึกษาเพื่อนกับน้องสาวก่อนเข้าแจ้งความ น.ส.จอยซ์ ยังกล่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม แต่เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้มาเที่ยวที่พัทยา บอกว่าพัทยาอากาศดี และคนไทยนิสัยดี แต่พอมาประสบเรื่องเลวร้ายแบบนี้ จึงตั้งใจว่าในชั่วชีวิตนี้จะไม่มาเที่ยวเมืองไทยอีก
ต่อมา พ.ต.ท.ธนกฤต รายงานให้ พ.ต.อ.นภดล วงษ์น้อม ผกก.สภ.พัทยา รับทราบโดยพ.ต.อ.นภดล สั่งการให้ชุดสืบสวน กระจายกำลังกันออกสืบสวนหาข่าวกันจนวุ่น เนื่องจาก น.ส.จอยซ์ ให้การวกวนและมีพิรุธหลายอย่าง แต่ยังมองโลกในแง่ดีว่า น.ส.จอยซ์ คงไม่กุเรื่องขึ้น กระทั่งช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.นภดล ออกมาเปิดเผยว่า หลังส่งชุดสืบสวนออกหาเบาะแสอย่างเร่งด่วน ล่าสุดทราบว่า น.ส.จอยซ์ กุเรื่องขึ้นเอง โดยเรื่องจริง คือ เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา น.ส.จอยซ์ได้ไปซื้อบริการทางเพศจากนายเชน (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ที่บาร์แห่งหนึ่ง และร่วมหลับนอนกันจนสำเร็จความใคร่ ก่อนฝ่ายชายจะขี่รถ จยย.ไปส่งฝ่ายหญิงที่โรงแรม และปลีกตัวกลับไป
ผกก.สภ.พัทยา ยังกล่าวว่า ต่อมา น.ส.จอยซ์ เกรงว่าตัวเองจะติดโรคเอดส์ หรือติดโรคร้าย จึงปรึกษาเพื่อนและพากันไปตรวจร่างกายที่รพ.แห่งหนึ่ง แพทย์ระบุว่ามีร่องรอยการร่วมเพศ ก่อนจะนำเอกสารผลตรวจจากแพทย์เข้าแจ้งความกุเรื่องว่าถูกข่มขืนรุมโทรม เพื่อหวังนำใบแจ้งความและหลักฐานของตำรวจไปเคลมเงินประกันภัยจากบริษัทว่าตัวเองถูกตกเป็นเหยื่อถูกข่มขืนขณะมาเที่ยวเมืองไทย ล่าสุดตำรวจเดินทางไปตรวจสอบยังที่ห้องพักในโรงแรม ปรากฏว่า น.ส.จอยซ์ พร้อมน้องสาวและเพื่อน ได้หลบหนีออกจากโรงแรมไปแล้ว โดยไม่ได้ชำระเงินค่าที่พัก และไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด เบื้องต้นจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ น.ส.จอยซ์ มาดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ ที่กุเรื่องถูกข่มขืนขึ้นมาซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยและเมืองพัทยาเสียหายไปทั่วโลก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















l,สมนำหน้าที่ถูกจำอยากกุเรื่องดีนัก 







































































อยากจะก้อไม่บอกน่าด้านยังจะทำให้ประเทศไทยเสียหายอีก ฟ้อง..































































ไปนอนเด ก่า





































































































































































































































































