
db









ด้วยความที่เป็นข้อมูลที่เข้าถึงง่าย แค่ "คลิกนิ้ว" ทำให้ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากที่ชอบเข้าไปค้นหาข้อมูลที่สงสัย อยากรู้คำตอบในอินเตอร์เน็ต แต่คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า... ข้อมูลเหล่านั้น ไม่ได้ "ถูกต้อง" เสมอไป
โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งทรวงอก หรือมะเร็งเต้านม ที่มีทีมนักวิจัยจากศูนย์ศึกษาโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยเท็กซัส ในสหรัฐอเมริกา พบว่ามีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลบิดเบือนไม่ถูกต้องอยู่ถึง 5% หรือร้อยละ 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาแบบ "ทางเลือก" และพวกยาเสริมต่างๆ
"สิ่งที่เราอยากแนะนำผู้ป่วยก็คือ ให้สงสัยไว้บ้าง อย่าเพิ่งเชื่อสนิทใจ และเพื่อความมั่นใจว่าข้อมูลที่อ่านมานั้นน่าเชื่อถือผู้ป่วยควรนำไปปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะลงมือทำตาม" คุณหมอฟันดา เมอริค-เบิร์นสแตม หัวหน้าทีมศึกษาจากศูนย์ศึกษาโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัยเท็กซัส เขียนไว้ในวารสารโรคมะเร็ง
ทีมของคุณหมอฟันดาได้ศึกษาข้อมูลในเว็บไซต์ราว 343 เว็บเพจ แล้วพบว่า 1 ใน 20 เว็บไซต์ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และพบด้วยว่ามีประโยคหรือข้อมูลที่บิดเบือนอยู่ถึง 41 แห่งในเว็บไซต์ 18 เว็บ และหากเป็นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีรักษาแบบทางเลือก และพวกยาเสริมต่างๆ ด้วยแล้ว ยิ่งมีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลไม่ถูกต้องอยู่สูงถึง 15 เท่า!!!
ส่วนพฤติกรรมของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่เข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มักจะใช้การเสิร์จหาในเว็บไซต์ทั่วไป อย่างเช่น กูเกิล (Google), Yahoo, Alta-Vista,Overtrue และ AllTheweb มากกว่าที่จะเข้าไปค้นหาข้อมูล ความรู้ในเว็บไซต์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งมักจะเปิดอ่านข้อมูลในเกิน 1 หน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่มีการตรวจสอบดูว่าข้อมูลนั้นเชื่อถือได้แค่ไหน
อย่างไรก็ตาม คุณหมอก็ว่ายัง "ยาก" ที่เธอและทีมงานจะระบุชี้ชัดลงไปว่าเว็บไซต์ไหนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมบิดเบือน ดังนั้น วิธีปลอดภัยที่สุดก็คือ ก่อนจะทำอะไรลงไป คนไข้ควรจะได้ปรึกษากับแพทย์ผู้รักษา หรือถามผู้เชี่ยวชาญก่อน
หมอฟันดาซึ่งเป็นหมอรักษาโรคมะเร็งเล่าว่า มีเหมือนกันที่เธอได้ข้อมูลความรู้ดีๆ ที่น่าสนใจจากคนไข้ ซึ่งนับเป็นสิ่งดี "แต่ในทางตรงข้ามก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่คนไข้เสียเวลาไปอ่านข้อมูลที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ และไม่สามารถนำมาปรับใช้กับการรักษาตัวคนไข้ได้เลย อีกทั้งยังกลายเป็นข้อมูลที่ทำให้คนไข้ยิ่งเครียด กังวลหนักขึ้นไปอีก"
ด้านคุณหมอเอลเมอร์ เบิร์นสแตม หนึ่งในทีมศึกษา ก็ว่า "มีคนไข้จำนวนมากด้วยที่พอใจกับข้อมูลที่ได้จากอินเตอร์เน็ต และตัดสินใจเลือกวิธีรักษาจากข้อมูลที่ได้มานั้น"
ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากคนไข้ไม่มีโอกาสรู้เลยว่านั่นเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่แพทย์ก็ไม่มีโอกาสอธิบาย แก้ความเข้าใจผิดเหล่านั้น เนื่องจากคนไข้ตัดสินใจพึ่งการรักษาแบบทางเลือก หรือกินยาเสริม โดยไม่บอกให้หมอรู้









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |






















รายได้ผ่านเน็ต งานง่าย เงินดี สนใจส่งเมลล์มาขอรายละเอียดที่ money_baht@h... แล้วเราจะส่งข้อมูลการสมัครและการทำงานให้ 








































|