"รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" ซูเปอร์สตาร์คนนี้ อย่างที่เรารู้ว่าในชีวิตของเขา เดินทางในวงการนี้อย่างยากลำบาก กว่าจะมาถึงวันที่ทุกคนยอมรับ ทั้งคำสบประมาท ทั้งข่าวฉาว แต่เขาก็ฝ่าฟันและต่อสู้มาได้อย่างไม่ย่อท้อ และถึงวันนี้เขาจะยืนอยู่บนความสำเร็จที่ได้มาอย่างภาคภูมิใจ แต่ฟิล์มก็ยังยืนยันเขาคือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งวันนี้เขาจะมาเปิดอกคุยกับเราทุกๆ เรื่องราวทุกย่างก้าวของชีวิต
ย้อนกลับไปวันแรกที่เข้ามาในวงการหน่อย จากตรงนั้นจนถึงวันนี้ มันเปลี่ยน ไปขนาดไหน?
ฟิล์ม : ผมเริ่มต้นจากการเป็นตัวประกอบครับ ตอนนั้นมันก็ตื่นเต้นนะเราจะได้เข้าฉากแล้ว แต่ว่ามันคนละฟิวส์กับตอนที่เราขึ้นมาเป็นพระเอกแล้ว ตอนที่เราเข้ามาเต็มตัวมันจะตื่นเต้นแบบว่า งานเรามันจะออกมาเป็นยังไง คนจะชอบไหม แล้วแต่ละฉากเราจะเล่นยังไงดีถึงจะออกมาดีที่สุด คือมันคิดกันคนละแบบเลยครับ
แล้วกับงานเพลงล่ะ?
ฟิล์ม : มันหนักกว่าการแสดงอีกนะครับ ละครถ้าเล่นไม่ดีก็ถ่ายใหม่ แต่การขึ้นคอนเสิร์ต มันสดเลย ผมตื่นเต้นทุกครั้ง แล้วคิดตลอดว่า ถ้าเราทำผิดพลาดบนเวทีเนี่ย แฟนๆ จะให้อภัยเราไหม ถามว่าตรงนั้นเครียดไหมก็เครียดนะ แต่ผมชอบความรู้สึกแบบนั้น ผมอยากมีความรู้สึกแบบนี้ไปตลอดชีวิต ผมคิดว่าถ้าความรู้สึกแบบนี้มันหมดไป เราต้องแย่แน่ๆ เพราะว่าความรู้สึกเครียดๆ กดดันๆ เสียงตบมือของแฟนเพลงเนี่ย มันทำให้เราสู้ ทำให้เราฮึดนะ
ก่อนหน้านี้กับงานเพลง มีคนเคยพูดว่า ฟิล์ม ขายหน้าตามากกว่าความสามารถ โกรธไหม?
ฟิล์ม : วันนี้ผมกลับมาพิสูจน์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมโกรธนะ แต่ผมถือว่ามันคือแรงที่ทำให้เราเดินมาถึงตรงนี้ เราต้องทำให้ได้ 5 ปีแล้วครับที่ผมยังเรียนร้องเพลง ยังเรียน เต้นอยู่ เพราะว่าผมไม่ได้เก่ง เรียนจนมาถึงอัลบั้มชุดนี้ว่าผมไหวหรือยัง แล้วผมก็จะไม่อยู่นิ่งกับที่ เราต้องพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ เราต้องสู้ไม่สู้ไม่ได้ครับ
แล้วจากวันที่เข้าวงการมาเป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ ธรรมดา กับวันนี้เป็น ฟิล์ม รัฐภูมิ ที่เป็นซูเปอร์สตาร์มีคนรักเยอะ กดดัน ไหม?
ฟิล์ม : ไม่นะ ผมก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งนะ ยังใช้ชีวิตง่ายๆ มองโลกในแง่ดี และที่สำคัญผมต้องขอบคุณทุกๆ คนนะครับที่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง แล้วผมก็ไม่ได้เอาคำเหล่านั้นมากดดันตัวเอง เอาคำเหล่านั้นที่ทุกคนเรียก ที่ทุกคนมอบให้ เอามันมาเป็นแรงกำลังใจให้ตัวเองสู้ ว่าเราต้องทำให้ได้ ต้องไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง
คิดว่าตัวเองเคยเหลิงไหม?
ฟิล์ม : ก็เคยนะครับ ตอนที่เราเด็กๆ ตอนที่เข้าวงการแรกๆ จากที่เราเป็นคนที่ไม่เคยมีใครรู้จักแล้วอยู่ๆ ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรัก ตอนนั้นคิดเลยว่าเราเป็นเทวดา เป็นเทพเจ้าหรือเปล่าเนี่ย ทำไมเดินไปมีแต่คนรัก ทำไมเดินไปมีแต่คนเรียก แน่นอนครับมันทำให้เราเหลิง มันทำให้เราลืมตัวไปนิดหนึ่ง
แต่พอวันหนึ่งผมเริ่มคิดได้นะ อาจจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้น ก็มานั่งคิดว่าเราจะเป็นอย่างนี้ได้อีกนานไหม คนจะรักเราอีกนานแค่ไหน ถ้าเรามัวแต่เหลิง พอเราคิดได้เราก็ต้องปรับเปลี่ยน กลับมาทำตัวเหมือนเดิมเพราะเราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เทวดาที่ไหน กลับมาตั้งใจทำงาน กลับมาสร้างงานให้มันมีคุณภาพมาก กว่าเดิมดีกว่า
กับโครงการอาร์พีแทค ได้ข่าวว่าเก็บเสื้อผ้า เก็บเอกสารไปสมัครเอง?
ฟิล์ม : ใช่ครับ ไม่มีใครมาดึงให้ไปทำ ผมไปสมัครของผมเองจริงๆ มันมีความรู้สึกว่าเราอยู่วงการมาสักพักแล้ว เราได้อะไรจากสังคมมาเยอะแล้ว เลยคิดว่าควรจะตอบแทนคืนสังคมบ้าง ก็เลยไปสมัครที่อเมริกา แล้วสุดท้ายก็ผ่าน เขาเลือกผมให้ไปทำงานตรงนั้น ก็บินไปเลยครับ อาร์เจนตินา เกาหลี สเปน และที่ประเทศไทย กับโครงการนี้ผมภูมิใจมากครับ อย่างตอนที่ผมไปอาร์เจนตินา วันที่ไป ทางอาร์พีแทค อาร์เจนตินา เขามารับผมที่สนามบิน เขาแสดงความขอบคุณเราอย่างมาก บอกว่าไม่คิดเลยว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเอเชีย เพราะที่ผ่านมาพวกเขาต้องมาช่วยเหลือทางเอเชีย ผมก็เลยบอกว่า ผมคนไทย คนไทยถูกสอนมาว่าเราต้องรักกัน และเมื่อเห็นใครเดือดร้อนเราก็ต้องช่วยเขา ซึ่งเขาไม่เชื่อว่าเราจะไปจริงๆ เพราะต้องนั่งเครื่องไป 2 วัน แล้วเขารู้ด้วยว่าเราเป็นนักแสดง พอไปถึงที่งาน ผมก็ไปทำจริงเลย เขาสอนเลยว่าการสร้างบ้าน เขาทำกันยังไงตอนนี้ผมทำเป็นแล้ว สร้างบ้านได้ทั้งหลังเลยครับ
เอาแรงผลักดันมาจากไหน?
ฟิล์ม : จากแฟนเพลงครับ จากครอบครัว ผมว่าผมโชคดีอย่างที่ไม่มีใครทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นพี่สื่อมวลชน แฟนเพลง ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะแฟนเพลง ผมเข้าไปอ่านในเน็ตมีน้องเข้ามาเขียนทิ้งไว้ว่า ไม่ว่าพี่ฟิล์มจะเจอข่าวอะไรถ้ามีเราเรือลำนี้จะไม่ล่ม อ่านแล้วน้ำตาแทบไหล ทำไมเขารักเราขนาดนี้ ผมก็รักพวกเขานะ ตรงนี้ต้องขอบคุณมากครับ ที่ทำให้ผมมีแรงสู้ เพราะงานตรงนี้เป็นงานที่ผมรักมาก ผมฝันมาตั้งแต่เด็กว่าจะเข้ามาทำงานในวงการนี้ และผมเองไม่เคยทิ้งฝัน ผมว่าคนเราถ้าเราฝันแล้ว เราทำตามที่เราฝัน เราไม่ทิ้งมันเสียก่อน ทุกคนเดินไปถึงฝันแน่นอน ผมเชื่อคำว่า
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น คำนี้เป็นจริงครับไม่มีอะไรหรอกครับที่เกินความพยายามเรา
แล้วเคยท้อไหม?
ฟิล์ม : คำนี้มันมีตอนแรกๆ ว่า ทำไมมันยากอย่างนี้ ทำไมมันไม่ได้ออกเทปสักที ทำไมงานของเราทุกอย่างยากหมด แต่ว่าวันนี้เราผ่านตรงนั้นมาแล้ว เรารู้แล้วว่ามีคนรักเราเยอะ ความท้อแท้ที่เคยมีมันกลายเป็นแรงผลักดันมากกว่า ว่าเวลาเราเจอปัญหาเรายังมีน้องๆ แฟนเพลงที่เขารักเรา แล้วผมก็อยากให้แบบว่าเวลาใครพูดถึงฟิล์ม แล้วทุกคนจะต้องร้องโอ้โห งานฟิล์มมันคุณภาพนะ ผมจะต้องพยายามทำให้มันเป็นอย่างนั้นให้ได้ครับ
แล้วเป็นซูเปอร์สตาร์ มีแฟนได้รึเปล่า?
ฟิล์ม : ก็ได้นะครับ ผมก็คนนี่ครับ (หัวเราะ) แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมยังไม่อยากมีใคร เพราะว่าไม่มีเวลาให้จริงๆ ครับ ถามว่าเคยไปจีบเขาหรือเปล่า ก็เคยนะแล้วผิดหวังกลับมา (หัวเราะ) มันก็ธรรมดาแหละครับ อย่างที่บอกผมก็ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
คำถามสุดท้าย คิดว่าตัวเองเป็นหนุ่มเนื้อหอมไหม?
ฟิล์ม : อันนี้ไม่ทราบครับ คงต้องมาดมเองแล้วแหละครับ (หัวเราะ)
เรียกว่าวันนี้ ฟิล์ม เปลี่ยนไป เขาโตขึ้นและกล้าหาญที่จะรับความผิดพลาดในชีวิต และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข ส่วนเขาจะลบคำสบประมาทได้หรือไม่ อันนี้คงต้องให้โอกาสเขาพิสูจน์กันอีกครั้ง กับงานเพลงชุดใหม่ที่จะวางแผงเร็วๆ นี้
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
กลีบลำดวน ชวนชม