กระติก แจงดราม่าพูดถึงแม่แตงโม ยกมือไหว้ขอโทษที่หนี รับกลัว ไม่กล้าสู้หน้า ปมชวนมาเที่ยวแต่ดูแลไม่ได้ ส่วนประโยคโมตายเงินติกก็หาย ย้ำผูกพันมากกว่านั้น ชี้เหมือนเสียทุกอย่าง
ยังมีประเด็นให้ติดตามต่อเนื่องจากข่าวการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา ซึ่งวานนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2565) กระติก อิจศรินทร์ ผู้จัดการส่วนตัวแตงโม ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์นี้ ช่วงหนึ่งระบุว่า ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ขณะที่เพื่อนตกลงไป แต่ย้ำว่าไม่ใช่การทะเลาะกัน ถ้าโมเสียชีวิตไป เงินติกก็หายไปเหมือนกัน ส่วนที่หลังเกิดเหตุไม่ได้แจ้งแม่โมเพราะคุณแม่ไม่ใช่นักประดาน้ำ และอีกมุมหนึ่งคือไม่ได้สนิทกับแม่ของโมมากนัก จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์จำนวนมาก
อ่านข่าว : คัดเน้น ๆ ประโยคอีหยังวะ หลังแถลงข่าว แตงโมตาย เงินกระติกก็หาย เฮ้ย...อะไรกันเนี่ย !
ล่าสุด (28 กุมภาพันธ์ 2565) กระติก เปิดใจผ่านรายการ โหนกระแส ชี้แจงเกี่ยวกับคำพูดประโยคข้างต้น โดยยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมระบุว่า บุคลิกหนูพูดไม่เพราะอยู่แล้ว ตอนนั้นหนูตกใจ คิดว่าโทร. หาแม่ แม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ หนูก็สะเพร่าที่คิดไปแบบนั้น ตอนนี้หนูตกตะกอนแล้ว อยากขอโทษจากใจ เพราะมันไม่สมควรจริง ๆ ยอมรับว่า สิ่งที่พูดไปคนด่าทั้งประเทศ ก็ต้องยอมรับ แต่ตอนนี้หนูสำนึกแล้ว ขอโทษกับทุกคำที่ไม่เหมาะสม แต่ยืนยันที่พูดไปไม่ได้เฟียร์ซ หรือตั้งใจกวนตีน เป็นภาพในหัวที่ไม่ได้กลั่นกรองเป็นคำพูดดี ๆ ไม่ทราบว่าจะถูกถามอะไรบ้าง ตอนนั้นรู้สึกกดดัน ตอนนี้ได้คุยกับแม่โมแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้เรื่องเพราะตนเองร้องไห้ฟูมฟาย
ทำไมไม่ได้กลับมาจุดเกิดเหตุ ?
ยอมรับว่า ไม่กล้าเผชิญหน้า กลัว เอาลูกเขามาเที่ยวแล้วไม่ดูแล ไม่รู้จะสู้หน้ายังไง เพราะเราก็เป็นแม่คน พูดตรง ๆ (ยกมือไหว้) ขอโทษที่หนีสถานการณ์นั้นที่ต้องเผชิญกับคุณแม่ ซึ่งจริง ๆ กระบวนการคิดของเราควรต้องดีกว่านี้ ยืนยันว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้ยุ่งกับโทรศัพท์โมเลย บนเรือมีการใส่ของรวมกัน แต่พอกลับไปบ้าน ก็หยิบของโมไปใส่กระเป๋าของโมแล้วมอบให้กับแม่บ้านช่วง ตี 3 แล้วไม่ได้ยุ่งอีกเลย หลังจากนั้นก็กลับไปบ้านอยู่คนเดียว (ร้องไห้) นั่งคิดถึงเพื่อน หนูคิดถึงเพื่อนแต่หนูไม่รู้จะทำยังไง มันไปไม่เป็น เปิดคลิปนั้นดูอยู่คนเดียว มันทรมานมาก หนูรู้สึกผิดแต่แค่ไม่แสดงมันออกมา นี่คือข้อเสียของตัวเอง ซึ่งเมื่อถูกต้องยอมรับกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ไม่โทษใครและต้องโทษตัวเอง
ประโยคว่าแตงโมตายรายได้กระติกก็ขาด ?
เรื่องนี้มันกว้างมาก หนูกับโมไม่ได้เป็นแค่นั้น ทุกคนรู้ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานาน เป็นเพื่อนกันก่อนจะมาทำงานกับโม มันไม่ได้เริ่มจากเรื่องเงินเลย โมมาอยู่บ้านหนูด้วยซ้ำ คุณแต๊งค์ (แฟนเก่าโม) ก็จะทราบดีในตอนนั้น เราก็คบกันมาเรื่อย ๆ จนหนูมาเป็นผู้จัดการให้ เราไม่ได้เป็นแค่เพื่อน คนทำงานให้ โมเป็นทั้งแม่อีสเตอร์ เป็นทุกอย่าง มันคือชีวิตเรา คือไม่มีเขาเราก็แย่ในทุกเรื่อง ๆ เสียเพื่อน เสียบัดดี้ไป (คือง่าย ๆ ไม่มีโมชีวิตคุณกับลูกก็พังเหมือนกัน ?) แน่นอนค่ะ (ลูกคุณจะมีใครส่ง นี่คือสิ่งที่คุณจะสื่อออกมา แต่พอสื่อออกมามันเป็นอีกภาษาหนึ่ง) อย่างที่บอกมันคือข้อเสียของหนูเรื่องการสื่อออกมาที่ต้องปรับปรุง
เรื่องข่าวที่แตงโมมอบมรดกให้ลูกกระติก
ยืนยันว่าไม่มีเลย แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการเซ็น จด ใด ๆ ทั้งสิ้น หนูเป็นคนดูแล เป็นแม่เด็ก 100% มันเป็นการช่วยกันดูแล ไม่ใช่การผลักภาระไปให้โม อะไรทำได้ก็ทำ อะไรทำไม่ได้ก็บอกโมตรง ๆ แต่ภาพที่สื่อออกไปคือเราโอเคที่ยกหน้าที่ให้โมดูแลลูก เพราะโมเหมือนแม่บุญธรรม หนูก็ทำงาน โมก็ทำงาน เราเพื่อนกันคุยกันตรง ๆ
ประโยคที่แตงโมบอกว่า รักกระติกชีวิตโมขาดกระติกไม่ได้
(ร้องไห้) หนูก็รักโม ไม่ใช่ไม่รักโม แต่ด้วยหนูไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ หนูเข้าใจว่าเหมือนโมส่งบททดสอบมาให้หนู ให้เข้าใจว่าชีวิตโมเจอกับอะไรมาบ้าง หนูเจอแค่นี้ยังรู้สึกว่ามันหนัก
คำถามว่าทำไมคุยกันเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้อง หนูไม่ชอบร้องไห้ต่อหน้าใคร เพราะเป็นแบบนี้หนูถึงไม่อยากออกมาพูดอะไร หนูทำตัวไม่ถูก มันไม่เป็นธรรมชาติของหนู พอหนูเป็นธรรมชาติของหนูออกไปทุกคนรับหนูไม่ได้ หนูไม่รู้ว่าเขาหวังจะเห็นอะไรจากเรา หนูเสียใจตรงจุดนี้ หนูชอบที่จะอยู่คนเดียวแล้วก็ร้องไห้กับตัวเอง แต่แบบนี้หนูต้องมีสมาธิ ต้องพูด ต้องหลายอย่าง มีกล้องด้วยอะไรด้วย คือมันไม่ใช่ทางของหนู ที่หนูพูดกับพี่ขณะนี้ก็ต้องดึงสติกลับมาเพื่อจะพูดให้รู้เรื่อง

ภาพจาก โหนกระแส

ภาพจาก Instagram kiddybo

ภาพจาก Instagram melonp.official

ภาพจาก Instagram melonp.official

ภาพจาก Instagram melonp.official









