












วันที่ 27 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการระบุว่าผลประกอบการของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่ขาดทุน 27 ล้านบาทว่า การขาดทุนในรอบ 7 ปีถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แสดงให้เห็นว่าทิศทางการบริหารงานที่ผ่านมามีปัญหา จึงต้องมีการประเมินองค์กร ผู้บริหาร และภรรยาของผู้บริหาร ทั้งนี้ ตนไม่เคยบอกว่าจะย้ายนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท เพราะไม่ได้พุ่งเป้าที่ตัวบุคคล แต่พุ่งเป้าที่การบริหารงาน เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดังนั้น ตนไม่กังวลหากจะนำมาตรา 268 มาตรวจสอบตน
วันเดียวกัน นายจักรภพตอบกระทู้สดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าไม่ได้กดดันนายวสันต์ เพียงแต่บอกเวลาว่าในเดือน เมษายน-พฤษภาคม จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นของ อสมท หากเรื่องที่ตนให้ข้อมูลไปได้รับความสนใจอาจตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา ยืนยันว่าไม่ได้ไปชี้นำ
"ผมจะไม่ยอมให้ อสมท เป็นเหมือนบริษัทเอ็นรอน ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานอันดับ 7 ของโลกที่ต้องล้มละลายเพราะซุกหนี้ปิดไว้ไม่ให้ตรวจสอบ สิ่งที่ผมชี้นำนั้นเป็นไปในฐานะผู้ถือหุ้น แต่การดำเนินไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่อยู่ที่มติของผู้ถือหุ้น"
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ของนายจักรภพเป็นลักษณะกดดันให้นายวสันต์ลาออก โดยหน้าที่ของรัฐมนตรีจะไปกำหนดว่าใครทำผิดหรือไม่ทำผิดไม่ได้ ถือเป็นการก้าวล่วงเกินไป เพราะนายวสันต์ได้รับการแต่งตั้งมาจากบอร์ด ถ้าบอร์ดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รัฐมนตรีชี้นำก่อนไม่ได้
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่าขณะนี้มี ส.ว.จำนวนหนึ่งหารือกันว่าจะเข้ารายชื่อถอดถอนการใช้อำนาจไม่ชอบธรรมของนายจักรภพ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาว่านายจักรภพใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |









































































































































































































เบื่อการเมืองเหลือเกิน โดยเฉพาะพรรคการเมืองพรรคนี้ 







































































ลต้องได้อายเพราะป่วนเมือง ใครกันจาบจ้วงเบื้องสูง เด็กเมื่อวานซืนอยากดีอยากเด่น ระวังจะเป็นภัยกับชาติ คนแบบนี้หรือคือรัฐมนตรี ควรเรียกว่ามันรัด- ถะ-มน-ตี 






























































ยนเป็นตัวของตัวเอง จะได้เปิดเผยไอ้คนที่รอบกันอยู่ข้างหลังให้ประชาชนรู้บ้าง ทำไมเหรอทนไม่ได้กันหรือไงโดนด่ากลับกันซะบ้างที่พวกมันจีบปากจีบคอด่าเขาทำไมทำได้เขาทำบ้างจะเป็นอะไร ยอมรับกันช้างซิไม่ใช่ทำได้ฝ่ายเดียวอย่างยุคก่อนๆ ด่ากลับให้หงอยตายไปเลยแหละดีแล้ว ไม่ต้องสนใจหน้าตาหรอก ไม่ต้องแสดงละครให้ประชาชนดูด้วย คิดอย่างไรพูดไปอย่างนั้นแหละดีแล้ว สิทธิของคนไทยคนหนึ่งเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ก็ตาม ใครทำถูกก็ว่าถูก ใครทำผิดก็ว่าผิดไปตามความจริงน่ะดีแล้ว ประชาชนจะได้รู้ความจริง อ่านข่าวอย่างเดียวมันบิดเบือนเยอะ 
























































































