ทนายตั้ม เปิดศึกซัด ส.ส. เต้
อย่าเก็บความนิยมทางการเมืองกับความสูญเสีย หลัง มงคลกิตติ์
ออกมาพูดเรื่องคดีแตงโม นิดา เยอะมาก ลั่น มันไม่คูล ด้านมงคลกิตติ์ โพสต์
ต่อให้คนว่าเราโง่แต่ขยัน ก็ถือว่าคุ้ม
แม้ว่าการเสียชีวิตของแตงโม นิดา จะผ่านมาเป็นเดือนแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าคดีจะยังคงปิดได้ไม่สนิท และเกิดศึกวงนอกระหว่างนายษิทรา
เบี้ยบังเกิด กับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์
ซึ่งล่าสุดนายษิทราได้เตือนนายมงคลกิตติ์ว่า
ระวังเสียหมาที่ไปให้ค่านายราชา ไฮเดอร์ หรือ บังแจ็ค ที่ออกมาบอกว่า
ผ้าลูกไม้ขาวของแตงโมอยู่ที่ตัวเขาเอง
นอกจากนี้ ทนายษิทรากับนายมงคลกิตติ์ มีการสัมภาษณ์กันโดยตรงผ่านสื่อช่องหนึ่งอีกด้วย โดยมีคำที่แรงสุดคือ คนโง่ที่ขยันต้องนำไปตัดหัว
อ่านข่าว : เอาแล้ว !! อ้างผ้าลูกไม้ขาว แตงโม อยู่ที่ บังแจ็ค ที่สหรัฐฯ - มงคลกิตติ์ เทียบให้ดูชัด ๆ ใช่มั้ย ?
อ่านข่าว : ทนายตั้ม ชี้มงคลกิตติ์ ทนายคุณแม๊ กำลังเสียหมา เพราะไปให้ค่าบังแจ็ค - หลุดแชตขู่กันเต็ม ๆ
นอกจากนี้ ทนายษิทรากับนายมงคลกิตติ์ มีการสัมภาษณ์กันโดยตรงผ่านสื่อช่องหนึ่งอีกด้วย โดยมีคำที่แรงสุดคือ คนโง่ที่ขยันต้องนำไปตัดหัว
อ่านข่าว : เอาแล้ว !! อ้างผ้าลูกไม้ขาว แตงโม อยู่ที่ บังแจ็ค ที่สหรัฐฯ - มงคลกิตติ์ เทียบให้ดูชัด ๆ ใช่มั้ย ?
อ่านข่าว : ทนายตั้ม ชี้มงคลกิตติ์ ทนายคุณแม๊ กำลังเสียหมา เพราะไปให้ค่าบังแจ็ค - หลุดแชตขู่กันเต็ม ๆ
วันที่ 7 เมษายน 2565 แม้ทนายตั้มจะออกมาเตือนแบบนี้ แต่เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะทนายตั้ม มีการโพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า นายมงคลกิตติ์โกหกออกสื่อ ที่บอกว่าโทรศัพท์มาคุยกับตนแล้วบอกเรื่องลูกไล่ เรื่องทันเกม หรือเรื่องแข่งกับใคร กับบอกตนว่า ขอให้อำนวยความยุติธรรมกับประชาชน คำพูดเหล่านี้ล้วนถูกแต่งเติมในการสัมภาษณ์สื่อ
แต่ความจริงคือ นายมงคลกิตติ์โทรศัพท์หาตน พูดด้วยน้ำเสียงข่มก่อนเลยว่า "น้องว่าพี่ออกสื่อขนาดนี้เลยเหรอ" ซึ่งตนก็สวนทันทีว่า "เป็นถึง ส.ส. อย่าโดนหลอกอะไรง่าย ๆ" พร้อมกับเล่าเรื่องบังแจ็คให้ฟัง อย่าบิดเบือนออกสื่อให้คนเข้าใจผิด
ก่อนหน้านี้ นายมงคลกิตติ์ก็เคยขอร้องให้ตนแชร์โพสต์ของเขาเกี่ยวกับเรื่องแตงโม เพราะเราเป็นพวกเดียวกัน แต่ตนไม่แชร์ให้ เพราะรู้ว่านายมงคลกิตติ์ต้องการอะไรกับคดีนี้ อย่ามาเก็บคะแนนนิยมทางการเมืองกับความสูญเสีย มันดูไม่คูล
มงคลกิตติ์ โพสต์ ต่อให้โดนว่าโง่แต่ขยัน ก็ถือว่าคุ้ม
ด้านนายมงคลกิตติ์ ก็โพสต์ถึงเรื่องที่ตัวเองมายุ่งคดีแตงโมว่า การลงมือทำมีทั้งข้อดีข้อเสีย มีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ แม้มีคนจะตำหนิว่า เราโง่แต่ขยันก็ถือว่าคุ้ม เพราะเราได้ลงมือทำ แต่ถ้าผู้ที่ตำหนิเรา ทำอะไรมากกว่าเรา เราก็ยินดี แต่ถ้าคนตำหนิไม่เคยลงมือทำอะไร จะทำให้คนทำงานเสียกำลังใจมาก
ก่อนที่นายมงคลกิตติ์ จะทิ้งท้ายว่า แม้ข้อมูลที่ได้มาจะมีประโยชน์เพียง 1% ก็คุ้มค่า แม้จะเสียเวลา ถูกตำหนิก็ตาม







