









"บิ๊กโต้ง" ยื่นหนังสือลาออกเป็นทางการ รับบริหารทีมผิดพลาด ทำคนไทยหัวใจสลาย "บังยี" ตั้ง "โค้ชหรั่ง" ดูแลทีมทั้งระบบ ขอเป็นกองหนุน ให้เต็มที่ ยันไม่แต่งตั้งใครตอนนี้ ประกาศ ไม่ยอมแพ้"4 นัด"ที่เหลือต้องสู้เต็มที่ เตรียมส่งเก็บตัว "อาหรับ-โคราช" หวังโค่น "บาห์เรน-โอมาน" ให้ได้ ส่วน "ชาญวิทย์" พร้อมทำหน้าที่ เล็งแข้ง "ไทยลีก" เสริมทัพ หวั่น "สภาพจิต" ผู้เล่นแย่ เรียก "นักจิตวิทยา" เข้าช่วยด่วน
"บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้เรียก โค้ชหรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักฟุตบอลทีมชาติไทย, อ.ทองสุข สัมปหังสิต, สมพล ชมชื่น, นิพนธ์ มาลานนท์ และ บิ๊กเปี๊ยก องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฯ มาประชุมร่วมกัน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่โรงแรมเรดิสัน เพื่อหารือเรื่องการเตรียมทีมชาติไทย เข้าแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย (20 ทีมสุดท้าย) กลุ่ม B หลังจากที่สถานการณ์ของทีมอยู่ในขั้น โคม่า มีโอกาสเสี่ยงต่อการตกรอบสูงมาก เนื่องจากทีมไทยพ่าย ญี่ปุ่น 1-4 และ แพ้ โอมาน 0-1
หลังการประชุมอย่างเคร่งเครียด บังยี เปิดเผยว่า เลขาส่วนตัวของ บิ๊กโต้ง นายกิตติ รัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการทีมชาติไทย ได้นำหนังสือที่ขอลาออกจากตำแหน่ง ผู้จัดการทีมชาติไทย มามอบให้อย่างเป็นทางการแล้ว รวมทั้งนำเทปการเล่นของบาห์เรน-ญี่ปุ่น มามอบให้กับทีมงานด้วย โดยใจความสำคัญของหนังสือฉบับนี้ระบุว่า ตั้งแต่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ผู้จัดการทีมชาติไทย ตั้งแต่ เดือน มิถุนายน 50 ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากสมาคมฯ จนพาทีมเข้าแข่งขันในฟุตบอล เอเชี่ยนคัพ 2007, ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบแรก, กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24, ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 2, ฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 38, ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 3 (20 ทีมสุดท้าย)
แต่การปราชัยต่อญี่ปุ่น และโอมาน จนสร้าง ความผิดหวังให้กับประชาชนคนไทย ทำให้โอกาสในการเข้ารอบของทีมไทยแทบจะเลือนรางนั้น ในฐานะที่เป็น ผู้จัดการทีมชาติไทย จึงต้องแสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากบริหารงานผิดพลาด ไม่สามารถสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จได้ ควรเปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถเข้ามาบริหารทีม เพื่อโอกาสลุ้นในการเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายต่อไป
ขณะที่นายวรวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้พยายาม โทรศัพท์ไปหา นายกิตติรัตน์ หลายครั้ง แต่ไม่สามารถ ติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณ บิ๊กโต้ง ที่ทุ่มเท-มุมานะในการสร้างทีมชาติไทยให้แข็งแกร่ง แต่งานของทีมชาติไทยยังไม่จบ ดังนั้นในการลงเตะ 4 นัดที่เหลือ คือ วันที่ 2 มิถุนายน เปิดบ้านรับ บาห์เรน, วันที่ 7 มิถุนายน ออกไปเยือน บาห์เรน, วันที่ 14 มิถุนายน เปิดบ้านรับ ญี่ปุ่น และวันที่ 22 มิถุนายน ออกไปเยือน โอมาน นั้น ทีมไทยจะต้องมีการเตรียมทีมให้ดีที่สุด เพราะแม้จะมีความหวังริบหรี่ แต่ก็ต้องพยายามสู้กันอย่างเต็มที่ เนื่องจากนี่คือเกมฟุตบอลโลก แต่ละทีมจะมายอมแพ้กันแบบง่าย ๆ ไม่ได้
ช่วงนี้จึงมอบหมายให้ โค้ชหรั่ง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และเฮดโค้ชไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ บิ๊กเปี๊ยก เข้าไปช่วยเหลือในการดูแลทีมชาติไทยด้วย เช่น ทีมไทยต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ไหน, กี่วัน, ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่, อุ่นเครื่องกับใคร ให้ โค้ชหรั่ง ประสานเรื่องนี้กับนายองอาจ ได้โดยตรง และในฐานะที่เป็นนายกสมาคมฯ จะรับผิดชอบดูแลทีมชาติไทยชุดนี้ด้วย ก่อนที่จะหาบุคคลที่มีความสามารถเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทยต่อไป
ทางด้าน โค้ชหรั่ง กล่าวว่า ในช่วงเดือน เมษายน จะมีการเรียกนักเตะมาซ้อมเป็นระยะ ๆ เช่น สัปดาห์ละ 1-2 วันเหมือนเดิม และจะเรียกผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีจาก ไทยลีก เข้ามาเสริมทีม จากนั้นเมื่อเกม ไทยลีก วันที่ 3 พฤษภาคม จบลง จะเรียกนักเตะทั้งหมดเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งการฝึกซ้อมที่เมืองไทย อาจไปเก็บตัวที่จังหวัดภูเก็ต หรือนครราชสีมา เนื่องจากมีศูนย์กีฬา ที่พร้อม รวมทั้งเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมในแถบตะวันออกกลางด้วย ตามนโยบายของนายกสมาคมฯ เพราะต้องการเตรียมทีมให้พร้อมมากที่สุดในการลงเล่นอีก 4 นัด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญตอนนี้ ก็คือ การสร้างขวัญและกำลังใจของนักเตะให้กลับคืนมาโดยเร็ว จึงเตรียมเชิญนักจิตวิทยา เข้ามาพูดคุยและช่วยเหลือบำบัดสภาพจิตใจของนักเตะ หลังจากที่ทุกคนได้ทุ่มเทกันอย่างหนัก แต่การมาพ่ายโอมานในบ้าน 0-1 แบบไม่มีใครคาดคิด ทำให้สภาพความมั่นใจต่างๆ มันหมดลงไปทันที
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































































|