สาวไม่รู้จะทำยังไง เจอแฟนหนุ่มเป็นมะเร็ง แต่ฝ่ายชายอยากมีลูกมากทั้งที่เราไม่พร้อม ควรปล่อยเขาไปหาคนใหม่ดีไหม โพสต์ถามจนเป็นไวรัล เจอคอมเมนต์เดียว จอดสนิท
กลายเป็นปัญหาที่คิดไม่ตกจริง ๆ สำหรับหญิงสาวรายหนึ่งที่กำลังหนักอกหนักใจ เนื่องจากทราบว่ารู้ว่าแฟนหนุ่มป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ แต่แฟนอยากมีลูกกับเธอ ทำให้เธอรู้สึกสับสนอย่างมาก ไม่รู้ว่าควรปฏิเสธอย่างไรให้แฟนไม่เสียความรู้สึก
ล่าสุด (10 สิงหาคม 2565) หญิงสาวโพสต์เรื่องราวของเธอลงเว็บไซต์พันทิป พร้อมหัวข้อว่า "ขอเหตุผลที่จะปฏิเสธแฟนป่วยเป็นมะเร็ง ที่อยากมีลูกกับเรายังไงดีคะ"
ทั้งนี้ เธอได้มาถามว่า เธออายุ 33 ปี แฟนอายุ 39 ปี แต่ทั้งสองคนเพิ่งคบหากันได้ไม่กี่เดือน ซึ่งทางแฟนก็มีความพร้อมในเรื่องฐานะและอายุ แต่ติดตรงที่ว่า แฟนเป็นโรคมะเร็งตับ
เธอบอกว่า เธอเองก็รักแฟน แฟนก็อยากใช้ชีวิตกับเธอ แต่เธอกลัวถึงอนาคตว่าแฟนจะเป็นอะไรไปแล้วเธอจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอจึงต้องการคำปรึกษาว่าจะบอกแฟนอย่างไร นอกจากเหตุผลที่ว่าเธอยังไม่พร้อม เธอรักเขามากและไม่อยากเลิก แต่ในขณะเดียวกัน ควรปล่อยให้เขาไปเจอคนที่จะเป็นแม่ของลูกได้
โลกออนไลน์ชี้ เรื่องนี้ต้องคุยกันตรง ๆ ถามตัวเองดัง ๆ พร้อมไหมถ้าต้องเลี้ยงลูกคนเดียว
ทั้งนี้ มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ามากมาย หลายคนมองว่าเรื่องนี้เธอก็มีส่วนตัดสินใจสำคัญมากว่าอยากมีหรือไม่อยากมีลูก และหากแฟนเสียชีวิตไปแล้ว เธอพร้อมจะเลี้ยงลูกคนเดียวหรือไม่ การมีลูกถือว่าเป็นอนาคตที่ต้องคิดกันไกล ๆ หากจะพร้อมมีลูก ต้องพร้อมทั้งเธอและแฟน ไม่ใช่พร้อมอยู่ฝ่ายเดียวเพียงเพราะเห็นว่าตัวเองใกล้ตายแล้วถึงจะมี แล้วแบบนี้ความรักมันอยู่ตรงไหน หากรักจริงต้องให้เกียรติและเคารพการตัดสินใจ ถ้าไม่ท้องแล้วเลิก แสดงว่าไม่ได้รักเรา แต่แค่รักคนที่มีมดลูก
ในขณะที่บางคนก็บอกว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกับแฟนตรง ๆ ต้องเปิดใจและหารือกัน การพูดว่า ไม่พร้อม อาจจะใช้ได้อีกไม่นาน ให้ทั้งสองคนหาทางออกร่วมกันว่า ว่าถ้ามีลูกและแฟนเสียชีวิตไปก่อนแล้ว เธอจะทำอย่างไร การรักษามะเร็งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ๆ ต่อให้แฟนมีฐานะดี ก็ไม่ได้การันตีว่าเงินที่จะใช้เลี้ยงลูก จะไม่นำเอามาใช้รักษามะเร็ง และถ้าแฟนหาทางออกให้เธอในเรื่องนี้ไม่ได้ เธอก็ต้องทำใจและปล่อยเขาไป เพราะสุดท้าย เจ้าของกระทู้คือคนที่ต้องอุ้มท้องและเลี้ยงลูกในวันที่ไม่มีเขาแน่นอน
คอมเมนต์เดียวทำชะงัก เป็นมะเร็งที่รักษายากมาก เงินที่ไว้ให้ลูก อาจต้องเก็บไว้รักษาตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ได้มีคนมาถามว่าแฟนเป็นมะเร็งอะไร รักษาถึงขั้นไหน ซึ่งเธอก็มาให้คำตอบว่า ตอนนี้แฟนเป็นมะเร็งตับ และหมอติดตามอาการทุก 3 เดือน แฟนอยากมีครอบครัวพร้อมหน้า แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นกับการตัดสินใจของเธอว่าจะเอาอย่างไร หากไม่มีก็ตามใจ แต่ถ้ามีให้ก็ดี
จากนั้นได้มีเจ้าของความคิดเห็นหนึ่ง เข้ามาตอบเธอว่า มะเร็งตับ ถือเป็นมะเร็งที่แย่และรักษายากที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 เพราะจุดจบของมะเร็งส่วนมาก คือแพร่ไปที่ตับ ขอตอบในฐานะที่เจ้าของความเห็นเป็นหมอทั้งตระกูล และเป็นมะเร็งกันทั้งบ้าน มะเร็งมันคือเรื่องของเซลล์ในร่างกายของเราที่ผลิตซ้ำ เป็นพันธุกรรมที่ลามไปถึงลูก การที่หมอยังตามนัด 3 เดือน ใน 2 ปีแรก แสดงว่ายังอยู่ในช่วงรับคีโม อสุจิไม่แข็งแรง ลูกที่ออกมาอาจจะพิการ และเธอก็อายุ 33 ปีแล้ว ถ้าอายุ 35 ปี ความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นออทิสติกจะมากกว่าผู้หญิงทั่วไป ดังนั้น ต่อให้แฟนมีเงินเยอะมาก เลี้ยงลูกได้สบาย แต่เก็บเงินตรงนั้นไว้รักษาตัวเองดีกว่า
ในขณะที่บางคนบอกว่า มะเร็งตับ จะรักษาให้หายหรือหายขาด ค่อนข้างยากมาก ถ้าจะดีที่สุด ให้เธอและเขาจับมือกันไปพบแพทย์ที่ทำการรักษา และถามถึงโอกาสว่าจะหายมากน้อยแค่ไหน รวมถึงโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำ มะเร็งตับชนิดไหน ระยะไหน ได้ข้อมูลแล้วนำมาตัดสินใจ ส่วนความกังวลในเรื่องอนาคตลูก หากเธอกังวลก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเลี้ยงเด็กสมัยนี้ต้องใช้เงิน หากอยากจะมีลูกจริง ๆ ก็ให้เปิดบัญชีในชื่อของลูก และให้เธอมีสิทธิ์จัดการบัญชีนี้ได้คนเดียว ก็น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่าหลังเสียชีวิตแล้ว แม่ลูกจะไม่ลำบาก






