









สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานเมื่อ 18 เมษายน อ้างการเปิดเผยของบริษัทการท่องเที่ยวในฮ่องกงที่ระบุว่า ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน บังคับใช้มาตรการคุมเข้มการเดินทางเข้าประเทศ ของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก หลังจากยกเลิกการออกวีซ่าประเภทเข้า-ออกประเทศได้หลายครั้ง ในกรอบเวลาที่กำหนด หรือ multiple-entry visas ซึ่งมี 2 แบบคือระยะเวลา 6 เดือนกับภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ นายดารีล เบนดิ้ง ที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวของบริษัทคองคอร์ด ทราเวล กล่าวว่า ตอนนี้ หากต้องการยื่นขอวีซ่าเข้าจีน จำเป็นต้องมีตั๋วเดินทางทั้งขาไปและกลับ รวมทั้งหลักฐานที่พัก ซึ่งถ้าหากไม่มีวีซ่าก็จะไม่ผ่านการอนุมัติ สอดคล้องกับนายไมเคิล อู๋ ประธานสมาคมตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวในฮ่องกงที่ระบุว่าการขอวีซ่านักท่องเที่ยวตอนนี้ มีกฎระเบียบยุ่งยากหลายขั้นตอน ต้องมีหลักฐานโรงแรมที่พักและตั๋วเครื่องบินไปกลับ ยื่นประกอบด้วย
ซึ่งผู้มีถิ่นพำนักในฮ่องกง ยังสามารถขอวีซ่าประเภทระยะสั้นจากตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว เพื่อเข้าไปที่นครเสิ่นเจิ้นซึ่งอยู่ติดกับฮ่องกงได้ โดยไม่ต้องใช้หลักฐานข้างต้นประกอบ แต่วีซ่าที่ออกให้ตรงด่านตรวจพรมแดน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนเดินทางไปเสิ่นเจิ้นไม่เกินหนึ่งวันเพื่อช็อปปิ้งหรือทำธุรกิจ ทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ส่วนตัวแทนการท่องเที่ยวคนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ผู้ประสงค์เดินทางไปจีนจากราว 33 ประเทศ รวมทั้งไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าเข้าจีนในฮ่องกงได้อีกแล้ว โดยต้องยื่นขอที่สถานทูตจีนในประเทศของตน อีกปัญหาหนึ่งคือตอนนี้ การขอวีซ่าเข้าจีนใช้เวลานาน กว่าจะทราบผลว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ผิดกับแต่ก่อนจะทราบผลได้ภายในหนึ่งวัน ชาวต่างชาติยังสามารถขอวีซ่าประเภท multiple-entry visas นานถึง 3 ปี
ด้านกลุ่มธุรกิจต่างชาติ ต่างวิจารณ์การเข้มงวดเรื่องวีซ่าของจีนว่า จะส่งผลกระทบกับนักธุรกิจอย่างมาก โดยนายคริสโตเฟอร์ ฮัมเมอร์เบค ประธานสภาหอการค้าอังกฤษในฮ่องกง กล่าวว่ามาตรการดังกล่าว ส่งผลลัพธ์ ร้ายแรงต่อการลงทุน การติดต่อธุรกิจที่ต้องข้ามพรมแดนไปดูโรงงานในจีนก็ยุ่งยากขึ้น ในระยะยาวอาจทำให้นักลงทุนคิดหาแหล่งลงทุนอื่นที่สะดวกกว่า เช่น อินเดียและเวียดนาม
ก่อนหน้านี้ บริษัทการท่องเที่ยวหลายแห่งในเอเชีย เผยว่า จีนยกเลิกวีซ่าประเภทเข้าออกหลายครั้งในเวลาที่กำหนด เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน และได้รับการแจ้งว่าวีซ่าประเภทดังกล่าว จะเริ่มออกให้อีกหลังจบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก สร้างความวิตกให้บรรดากลุ่มนักธุรกิจ ผู้จำเป็นต้องเข้าออกจีนบ่อยครั้งโดยคำแถลงดังกล่าว สอดคล้องกับแถลงการณ์ ในเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศของจีนในฮ่องกง ที่ระบุว่า ต้องเข็นมาตรการนี้ออกมา ป้องกันความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น เนื่องจากมีคนขอวีซ่าเข้าจีนเยอะมาก แต่ยืนยันว่า วีซ่าแบบ multiple-entry visas ยังมีการออกให้อยู่ แต่จะพิจารณาออกให้ตามความจำเป็นจริงๆ ของผู้ยื่นขอแต่ละราย
นางเจียง หยู โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เผยเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ยืนยันมาตรการที่ออกมา จะไม่กระทบต่อการยื่นขอวีซ่า สำหรับการเดินทางเข้าจีนทั้งแบบทั่วไป ธุรกิจและการท่องเที่ยว ระบุกระบวนการการออกวีซ่า เป็นไปตามกฎหมายจีน แต่ไม่ได้กล่าวถึงว่ามาตรการที่ออกมา เกี่ยวเนื่องกับการรักษาความปลอดภัยระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกหรือไม่
นอกจากนี้ แหล่งข่าวหลายฝ่ายในจีนระบุด้วยว่าจีนยังมีแผนสั่งให้นักศึกษาต่างชาติทั้งหมดเดินทางออกนอกประเทศในช่วง ก.ค.และ ส.ค. นี้ ก่อนกีฬาโอลิมปิกจะเริ่มขึ้น โดยให้ทุกมหาวิทยาลัยระงับการรับสมัครไว้ก่อน เป็นเวลา 2 เดือน ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาชาวตะวันตกคนหนึ่งระบุด้วยว่า คำสั่งนี้จะกระทบนักศึกษาต่างชาติในจีนอย่างน้อย 10,000 คน ทั้งนี้มหาวิทยาลัยของจีนในปัจจุบัน มีนักศึกษาต่างชาติแห่เข้าเรียนจำนวนมาก ทั้งสาขาภาษาจีนและสาขาอื่นๆ โดยมีรายงานว่ามีนักศึกษาราว 190,000 คนจาก 188 ประเทศ ที่สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในจีน
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนในไทย เกี่ยวกับระเบียบการขอวีซ่าใหม่ของจีน ได้รับการเปิดเผยว่า ระเบียบใหม่เกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศจีน เพิ่งกำหนดใช้เมื่อวันที่ 17 เม.ย. เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก สถานทูตจะกลับมาใช้ระเบียบเดิม ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนมาใช้ระเบียบใหม่ช่วงนี้ เพื่อลดจำนวนคนที่เดินทางเข้าจีน เนื่องจากเกรงว่าช่วงแข่งกีฬาโอลิมปิกหากมีคนเดินทางเข้าประเทศมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาไม่อำนวยความสะดวก เช่น ที่พักไม่พอเพียง เป็นต้น
ขณะที่ นายจาง จิ่ว หวน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าว ที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย จะมีการเข้มงวดในการขอวีซ่า ในช่วงระหว่างการแข่งขันว่า เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่สถานทูตจีนจะเข้มงวดการขอวีซ่า ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วงแข่งขัน แต่ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา เจ้าหน้าที่จากทุกชาติ และนักท่องเที่ยวทั่วไป ส่วนการที่จะมีการสกรีนคนเข้าประเทศจีนมากน้อยแค่ไหนนั้น ตอนนี้จับตาดูอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของบุคคลที่ต้องสงสัย ส่วนบุคคลทั่วไป จะใช้หลักปฏิบัติที่เคยทำมา ตอนนี้การขอวีซ่าเข้าประเทศจีน ยังอยู่ในจำนวนที่ปกติ เมื่อถึงช่วงแข่งขันทางสถานทูตจีนก็มีความพร้อมเต็มที่ ในการรองรับบุคคลทั่วไปที่จะมาขอวีซ่า ทั้งที่จะเข้าไปทำธุรกิจ ท่องเที่ยว และเข้าชมกีฬาโอลิมปิก ทั้งนี้ ในส่วนของนักกีฬาไทยจะใช้ไอดีการ์ด แทนวีซ่าเข้าประเทศจีน เวลานี้นักกีฬาไทยได้สิทธิ์ไป ปักกิ่งเกมส์แล้ว 40 คน โดยยังเหลือรอการคัดเลือกในอีกหลายชนิดกีฬา
ในส่วนผลกระทบของนักท่องเที่ยวนั้น นายสมชาย ชมระกา ประธานกรรมการ บริษัท วีคเอ็นทัวร์ กล่าวว่า ขณะนี้การทำวีซ่าเข้าประเทศจีน ประเภทวีซ่าธุรกิจ 1 ปี หรือ 2 ปี ถูกระงับชั่วคราว สามารถทำได้ครั้งต่อครั้งเท่านั้น ส่วนวีซ่ากรุ๊ปทัวร์ ตามปกติถึงแม้ว่าเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็สามารถส่งเอกสารทางโทรสารและรายชื่อลูกทัวร์ทั้งหมด ไปให้ตำรวจสันติบาลจีน ที่ประเทศจีน เพื่ออนุมัติวีซ่าได้ทันที แต่ตอนนี้ถูกระงับหมดแล้ว วีซ่ากรุ๊ปทัวร์ต้องไปขอผ่านสถานทูตจีน ประจำประเทศไทย เดินทางเข้าออกได้ครั้งเดียวแล้วต้องทำใหม่ เช่นกัน ขณะเดียวกัน
ช่วงนี้ทางการจีนมีการเตือนห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางไปเส้นทางหลักสู่ทิเบต คือแชงกรีล่า เมืองจงเตี้ยน มณฑลยูนนาน เมืองลาซา เมืองซี หลิง มณฑลกวางซู เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ส่วนที่ยังเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ คือเส้นทางมาเก๊า-เสิ่นเจิ้น ฮ่องกง-เสิ่นเจิ้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทราบจากบริษัททัวร์ที่ประเทศจีนว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวยุโรปและญี่ปุ่น ยกเลิกการเดินทางไปจีนถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่มั่นใจความปลอดภัยจากการประท้วงในหลายสถานที่ ส่วนสถานการณ์นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปจีนยังปกติ คงเป็นเพราะความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง ชาวเอเชียด้วยกัน ทำให้การเข้มงวดมีไม่มากนัก
ด้านนายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศไทย (สทน.) และเจ้าของบริษัท กังวาล ฮอลลิเดย์ จำกัด กล่าวว่า การขอวีซ่าเข้าจีนมีผลกระทบไม่มากนัก ขณะนี้การขอทำวีซ่ากรุ๊ปทัวร์ ต้องนำบุ๊กกิ้งโรงแรมและบุ๊กกิ้งทัวร์ ไปแสดงที่สถานทูตจีน ประจำประเทศไทย ส่วนวีซ่าธุรกิจขอเข้าได้ครั้งต่อครั้ง ต่างจากเมื่อก่อนที่สามารถขอได้ 1 ปี สถานการณ์ที่เกิดขึ้น นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าใจดี เพราะอยู่ในช่วงใกล้แข่งขันกีฬาโอลิมปิก จึงต้องมีการเข้มงวดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นคนทวีปเอเชียเหมือนกัน ทำให้มีปัญหาเกิดขึ้นน้อย
ส่วนนายสาธิต ยุวนันทการุญ กก.ผจก.บริษัท สตาร์บริดจ์ ทัวร์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบมีการเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ชาติที่เกี่ยวพันกับการก่อการร้าย และชาวทิเบตมากกว่า ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย ยังเดินทางไปจีนตามปกติ เพียงแต่อาจไม่สะดวกเรื่องของการขอวีซ่ารายบุคคลที่เคยเข้าออกได้ทั้งปี เป็นเข้าออกได้ครั้งต่อครั้งเท่านั้น แต่โดยภาพรวมด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยจีน ทำให้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จัดการเด็ดขาด ตำรวจเข้ม ไฟโอลิมปิก
- ไฟโอลิมปิก 2008 ถึงไทยแล้ว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |


































































































|