ทนายตั้ม จัดต่อเน้น ๆ อดีตรองนายกฯ มีเมียจดทะเบียน แต่อ้างรักจริงไปหมั้นกับสาวอื่น เชื่อสร้างเรื่องหาเหตุเอาสินสอด 19 ล้านคืน พรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์แน่
จากกรณีที่มีภาพหลุดของอดีตรองนายกรัฐมนตรี ย. และสาวสวย ซึ่งปัจจุบันเป็นภรรยาของชายอื่น โดยมีแชตที่พูดถึงในเรื่องชู้สาวทางเพศ และภาพของหญิงสาวคนนี้ในลักษณะไม่เหมาะสม รวมถึงภาพหลุดอีกเป็นขบวน ที่เป็นการเปิดตัวชัด ๆ ว่าสาวคนนี้และรองนายกฯ ย. ได้ไปเจอบ้านฝ่ายหญิงมาแล้ว
ก่อนที่ต่อมาจะมีการเผยแพร่เอกสารจาก สน.บางยี่ขัน ลงวันที่ 10 มกราคม 2566 เรียนถึงอดีตรองนายกฯ ย. ที่ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับคน 4 คน ได้แก่ นางสาว ธ. (สาวที่มีข่าวว่าเล่นชู้กับอดีตรองนายกฯ ย.), นาย จ. (สามีของนางสาว ธ.), นาง ธว. (แม่ของนางสาว ธ.) และนาย พ. (พ่อของนางสาว ธ.) ในคดีร่วมกันฉ้อโกง เพื่อเรียกสินสอดคืน
อ่านข่าว : คดีพลิก อดีตรองนายก ย. ที่มีภาพหลุด เรียกสินสอดคืนทุกบาท ตั้งหน้าฟ้องสาว-ผัว เปิดตัวกันแล้ว !
วันที่ 11 มกราคม 2566 เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า กรณีนี้ทั้งสามี ที่เป็นลูกความตน รวมถึงภรรยากับแม่ ได้ไปให้การกับตำรวจแล้ว แต่คนพ่อไม่ได้ไปให้การ เพราะมีหมายจับคดีเช็คติดตัวอยู่ หากไปพบตำรวจก็จะโดนจับ ซึ่งการแจ้งความดังกล่าวนั้นเป็นความต้องการที่อดีตรองนายกฯ อยากให้ภาพปรากฏบนสื่อตามนี้
ภายหลังคดีสั่งฟ้องในวัน 13 มกราคม 2566 ตนจะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้กับสามีที่เป็นลูกความ โดยให้อดีตรองนายกฯ มาให้การด้วยว่าเคยรู้จักหรือพบกับลูกความตนหรือไม่ ส่วนกรณีที่อ้างว่าถูกหลอกเอาทรัพย์สินไป 7 รายการนั้น ขณะเกิดเหตุมีใครอยู่บ้าง พ่อแม่และลูกความตนเกี่ยวข้องอย่างไร ต่อมาคือข้ออ้างเรื่องการสู่ขอฝ่ายหญิงนั้น อดีตรองนายกฯ ไปกับใคร มีสักขีพยานและหลักฐานขณะทำพิธีหรือไม่ ท้ายสุดคือทรัพย์สินมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทนั้น นำไปให้ฝ่ายหญิงเมื่อใด ลูกความตนอยู่ด้วยหรือไม่
- เรื่องสินสอดสู่ขอ ผูกข้อมือ
กรณีทำพิธีสู่ขอนั้นต้องมีภาพหลักฐาน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มี เป็นการสร้างเรื่องเพื่อหาเหตุเอาเงินคืน ตำรวจจึงต้องไปสืบหาเส้นทางการเงิน 20 ล้านบาท ที่อ้างว่าให้ฝ่ายหญิงไปด้วย โดยตนตั้งข้อสังเกตว่า หากอดีตรองนายกฯ รู้ว่าตัวเองโดนหลอก เหตุใดถึงไม่มาให้ข่าวแต่แรก กลับรอให้มีภาพหลุดมาก่อน
- มีคนติดต่อให้จบเรื่อง
ทนายตั้มเล่าอีกว่า หลังการแถลงข่าวครั้งแรก มีผู้ประสานมาหาตนว่าต้องการให้จบเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อมั่นในลูกความ เพราะมีหลักฐานชัดเจนทั้งหมด จากนี้ตนเตรียมดำเนินคดีกลับกับอดีตรองนายกฯ ฐานแจ้งความเท็จ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจะให้การช่วยเหลือลูกความตนในคดีฉ้อโกงที่ถูกแจ้งความ
- กระบวนการตบทรัพย์หรือไม่
ทนายตั้ม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กระบวนการตบทรัพย์ เพราะมีการฟ้องร้องตั้งแต่แรก หากเป็นการตบทรัพย์ต้องมีการต่อรองเพื่อไม่ให้เป็นข่าว ซึ่งฝั่งตนฟ้องร้องอย่างเงียบ ๆ มาตลอด กระทั่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงต้องออกมาเป็นข่าว เนื่องจากฝ่ายสามีถูกคุกคามจนต้องย้ายที่อยู่ ส่วนขั้นตอนการฟ้องหย่ากำลังดำเนินการ
- ทนายตั้ม โพสต์ฟาดต่อ
นอกจากนี้่ ทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "เรื่องนี้ชักสนุก ใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ !? คดีนี้มีการอ้างว่าอดีตรองนายกรัฐมนตรีรักจริง มีผูกข้อไม้ข้อมือ และเอาสินสอดของหมั้นให้ฝ่ายหญิง ถ้าจะเรียกคืนตามกฎหมายมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอดีตรองนายกรัฐมนตรี รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ จะไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นได้ยังไง
ที่สำคัญการทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายไหนไปบ้างครับ มีรูปหลักฐานสักรูปหรือเปล่า หรือเป็นแค่ข้ออ้างลอย ๆ เพื่อแก้เกมไปวัน ๆ ส่วนการจะอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้หญิงมีสามีแล้ว คนระดับนี้ก่อนจะทำพิธีจะไม่เช็กกันเลยเหรอ หรือรู้อยู่เต็มอกแต่ไม่สนใจแค่นั้นเอง ติดตามให้ดีนะครับ พรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์"
![ทนายตั้ม ฟาดต่อ เชื่อ อดีตรองนายกฯ สร้างเรื่อง ทนายตั้ม ฟาดต่อ เชื่อ อดีตรองนายกฯ สร้างเรื่อง]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
![ทนายตั้ม ฟาดต่อ เชื่อ อดีตรองนายกฯ สร้างเรื่อง ทนายตั้ม ฟาดต่อ เชื่อ อดีตรองนายกฯ สร้างเรื่อง]()
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ, เดลินิวส์ออนไลน์
จากกรณีที่มีภาพหลุดของอดีตรองนายกรัฐมนตรี ย. และสาวสวย ซึ่งปัจจุบันเป็นภรรยาของชายอื่น โดยมีแชตที่พูดถึงในเรื่องชู้สาวทางเพศ และภาพของหญิงสาวคนนี้ในลักษณะไม่เหมาะสม รวมถึงภาพหลุดอีกเป็นขบวน ที่เป็นการเปิดตัวชัด ๆ ว่าสาวคนนี้และรองนายกฯ ย. ได้ไปเจอบ้านฝ่ายหญิงมาแล้ว
ก่อนที่ต่อมาจะมีการเผยแพร่เอกสารจาก สน.บางยี่ขัน ลงวันที่ 10 มกราคม 2566 เรียนถึงอดีตรองนายกฯ ย. ที่ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับคน 4 คน ได้แก่ นางสาว ธ. (สาวที่มีข่าวว่าเล่นชู้กับอดีตรองนายกฯ ย.), นาย จ. (สามีของนางสาว ธ.), นาง ธว. (แม่ของนางสาว ธ.) และนาย พ. (พ่อของนางสาว ธ.) ในคดีร่วมกันฉ้อโกง เพื่อเรียกสินสอดคืน
อ่านข่าว : คดีพลิก อดีตรองนายก ย. ที่มีภาพหลุด เรียกสินสอดคืนทุกบาท ตั้งหน้าฟ้องสาว-ผัว เปิดตัวกันแล้ว !
วันที่ 11 มกราคม 2566 เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า กรณีนี้ทั้งสามี ที่เป็นลูกความตน รวมถึงภรรยากับแม่ ได้ไปให้การกับตำรวจแล้ว แต่คนพ่อไม่ได้ไปให้การ เพราะมีหมายจับคดีเช็คติดตัวอยู่ หากไปพบตำรวจก็จะโดนจับ ซึ่งการแจ้งความดังกล่าวนั้นเป็นความต้องการที่อดีตรองนายกฯ อยากให้ภาพปรากฏบนสื่อตามนี้
ภายหลังคดีสั่งฟ้องในวัน 13 มกราคม 2566 ตนจะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้กับสามีที่เป็นลูกความ โดยให้อดีตรองนายกฯ มาให้การด้วยว่าเคยรู้จักหรือพบกับลูกความตนหรือไม่ ส่วนกรณีที่อ้างว่าถูกหลอกเอาทรัพย์สินไป 7 รายการนั้น ขณะเกิดเหตุมีใครอยู่บ้าง พ่อแม่และลูกความตนเกี่ยวข้องอย่างไร ต่อมาคือข้ออ้างเรื่องการสู่ขอฝ่ายหญิงนั้น อดีตรองนายกฯ ไปกับใคร มีสักขีพยานและหลักฐานขณะทำพิธีหรือไม่ ท้ายสุดคือทรัพย์สินมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทนั้น นำไปให้ฝ่ายหญิงเมื่อใด ลูกความตนอยู่ด้วยหรือไม่
- เรื่องสินสอดสู่ขอ ผูกข้อมือ
กรณีทำพิธีสู่ขอนั้นต้องมีภาพหลักฐาน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มี เป็นการสร้างเรื่องเพื่อหาเหตุเอาเงินคืน ตำรวจจึงต้องไปสืบหาเส้นทางการเงิน 20 ล้านบาท ที่อ้างว่าให้ฝ่ายหญิงไปด้วย โดยตนตั้งข้อสังเกตว่า หากอดีตรองนายกฯ รู้ว่าตัวเองโดนหลอก เหตุใดถึงไม่มาให้ข่าวแต่แรก กลับรอให้มีภาพหลุดมาก่อน
- มีคนติดต่อให้จบเรื่อง
ทนายตั้มเล่าอีกว่า หลังการแถลงข่าวครั้งแรก มีผู้ประสานมาหาตนว่าต้องการให้จบเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อมั่นในลูกความ เพราะมีหลักฐานชัดเจนทั้งหมด จากนี้ตนเตรียมดำเนินคดีกลับกับอดีตรองนายกฯ ฐานแจ้งความเท็จ รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง พร้อมจะให้การช่วยเหลือลูกความตนในคดีฉ้อโกงที่ถูกแจ้งความ
- กระบวนการตบทรัพย์หรือไม่
ทนายตั้ม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กระบวนการตบทรัพย์ เพราะมีการฟ้องร้องตั้งแต่แรก หากเป็นการตบทรัพย์ต้องมีการต่อรองเพื่อไม่ให้เป็นข่าว ซึ่งฝั่งตนฟ้องร้องอย่างเงียบ ๆ มาตลอด กระทั่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยจึงต้องออกมาเป็นข่าว เนื่องจากฝ่ายสามีถูกคุกคามจนต้องย้ายที่อยู่ ส่วนขั้นตอนการฟ้องหย่ากำลังดำเนินการ
- ทนายตั้ม โพสต์ฟาดต่อ
นอกจากนี้่ ทนายตั้ม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "เรื่องนี้ชักสนุก ใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ !? คดีนี้มีการอ้างว่าอดีตรองนายกรัฐมนตรีรักจริง มีผูกข้อไม้ข้อมือ และเอาสินสอดของหมั้นให้ฝ่ายหญิง ถ้าจะเรียกคืนตามกฎหมายมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอดีตรองนายกรัฐมนตรี รู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ จะไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นได้ยังไง
ที่สำคัญการทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายไหนไปบ้างครับ มีรูปหลักฐานสักรูปหรือเปล่า หรือเป็นแค่ข้ออ้างลอย ๆ เพื่อแก้เกมไปวัน ๆ ส่วนการจะอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้หญิงมีสามีแล้ว คนระดับนี้ก่อนจะทำพิธีจะไม่เช็กกันเลยเหรอ หรือรู้อยู่เต็มอกแต่ไม่สนใจแค่นั้นเอง ติดตามให้ดีนะครับ พรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์"

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ, เดลินิวส์ออนไลน์









