












หนุ่มสระแก้วพาภรรยาไปเที่ยวสงกรานต์ที่บ้านเกิดโดนตะขาบกัดอัณฑะกลางดึก ขา กลับกรุงมีอาการปวดหัวไม่หาย ภรรยาจึงนำส่งโรงพยาบาลรักษาตัวอยู่ 4 วันก็สิ้นใจอนาถ หมอระบุเกิดจากไวรัสขึ้นสมอง ขณะที่ภรรยายืนยันสามีถูกตะขาบกัดไข่จริงๆ แต่ลืมไปไม่ได้แจ้งสาเหตุให้หมอทราบ เพราะตอนขาไปซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แต่ตอนกลับมาทำงานต้องนั่งรถโดยสารมา
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 เมษายน ที่วัดเขาตาก้อน หมู่ 5 ต.เมืองไผ่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพนายสมโพด นูพัฒน์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 6 ต.เมืองไผ่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากนางมาลี พิญญไทย อายุ 43 ปี นำศพนายสมโพดจากโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร มาทำพิธีทางศาสนา แพทย์ระบุว่า เสียชีวิตเนื่อง จากติดเชื้อไวรัสอย่างรุนแรงในสมอง
นางมาลี กล่าวว่า เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตนและสามี กลับมาทำบุญที่หมู่บ้านเกิดหมู่ 5 ต.เมืองไผ่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยนายสมโพด ซึ่งทำงานที่บริษัท ฮอนด้า มีนบุรี ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนตนมา ขณะนั้นที่หมู่บ้านได้จัดงานฉลองสงกรานต์ เมื่อวันที่ 14 เมษายนและมีงานเลี้ยง แต่นายสมโพดไม่ดื่มสุรา จึงกลับบ้านก่อนเพื่อไปนอนพัก ช่วงดึกมีตะขาบไต่เข้าไปกัดที่ลูกอัณฑะ ทำให้มีการปวดและบวมเป่ง รุ่งเช้าวันที่ 15 เม.ย. ก็เดินทางกลับ กทม. โดยนั่งรถโดยสารกลับ เนื่องจากไม่สามารถขับรถจักรยานยนต์กลับได้เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ จึงพาไปส่งโรงพยาบาลนพรัตนฯ ทันที แพทย์รับตัวไว้ตรวจคอยดูอาการ ให้ยาบรรเทาอาการปวด จนถึงวันที่ 20 เม.ย. เวลา 16.00 น. นายสมโพด ก็เสียชีวิต
นางมาลี กล่าวว่า ช่วงที่นำตัวสามีส่งโรงพยาบาล แพทย์ก็สอบถามว่ามีอาการอะไรเกิดขึ้นก่อนที่จะมาโรงพยาบาล ก็บอกแพทย์เพียงว่ามีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แต่ไม่ได้บอกว่าถูกตะขาบกัด เนื่องจากลืม แพทย์สอบถามหลายครั้ง แต่นายสมโพดก็ไม่ได้บอกเรื่องที่ถูกสัตว์มีพิษกัดที่อัณฑะ
ญาติของผู้เสียชีวิตหลายคนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าขอให้ออกข่าวไปด้วยว่า ใครก็ตามที่จะเข้าโรงพยาบาล แพทย์สอบถามอาการก็ขอให้บอกแพทย์ทราบโดยละเอียด ถ้าไม่บอกก็จะเสียใจเหมือนรายนี้ ทำให้ต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไป
ด้าน รศ.สพ.ญ.ดร.วรรณดา สุจริต เลขาธิการสัตวแพทยสภา กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ป่วยถูกตะขาบกัดบริเวณอัณฑะและเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ไวรัสขึ้นสมอง
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นจากการวินิจฉัยโดยส่วนตัวคิดว่า ก่อนหน้านี้คนไข้อาจป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่ แต่ขณะนั้นคนไข้ไม่ทราบว่าป่วยอยู่ ซึ่งหลังจากถูกตะขาบกัดบริเวณอัณฑะและเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ไวรัสชนิดดังกล่าวอาจเกิดกำเริบ ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับพิษของตะขาบที่ถูกกัด แต่อาจมาจากความโชคร้ายของคนไข้ ที่ไวรัสเกิดกำเริบจังหวะนั้นพอดีจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
รศ.สพ.ญ.ดร.วรรณดา กล่าวต่อว่า ตามปกติตะขาบถือเป็นสัตว์ที่มีพิษ แต่ไม่มีเชื้อไวรัสแต่อย่างใด สำหรับคนไข้ที่ถูกตะขาบกัดบริเวณอัณฑะ ซึ่งถือเป็นอวัยวะที่สำคัญ เนื่องจากใช้ในการผลิตฮอร์โมนและมีเส้นเลือดจำนวนมาก จึงอาจทำให้คนไข้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากคนไข้จะมีอาการเแพ้พิษของตะขาบอยู่แล้ว









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |















































โรงพยาบาลสมัยนี้เหมือนโรงงานอุตสาหกรรม เน้นกำลังการผลิต เพื่อผลกำไรที่สูง รวดเร็ว ว่องไว รักษาคนไข้ได้ปริมาณมากในเวลาที่น้อยนิด และมีเปอร์เซ็นต์การรักษาที่ขาดคุณภาพอยู่มาก 
















































































ทำไมมันน่ากลัวเยี่ยงนี้


















เสียใจด้วยนะค่ะ


















...จู๊













































น่าสงสารจังเลย ถ้าเป็นญาติเราจะเป็นยังไง
ว่ามันเจ็บและทรมานแค่ไหน


















พอด้ายอ่านข่าวนี้ก้คิดถึงหนังสือเรื่องเปลี่ยนตัวเองใหม่ใน5นาทีของคะมิโอะโอกะ โทะเมะ ในหนังสือบอกว่าตอนกางคืนให้แหงนหน้ามองฟ้าเราก้จะเจอกับพื้นฟ้าที่กว้างใหญ่แร้วเราก้จาเห็นความทุกที่เราเผชินอยู่นั้นจาเล็กลง ยิ่งถ้าเทียบกับอายุของดาวแร้วชีวิดของเรานั้นเปงแค่ชั่วพริบตา พอด้ายอ่านน้าซึ้งทันทีก้เลยอยากห้ายความสำคานกับชีวิดนายแต่ละวัน 








กรทู้ใหม่สวยจัง อิอิ 






























































Ooกินได้งัยง่าoO


















ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่กางเกงในนอน


















น่าสงสารจัง








































































