









โคราชซัดเสาอากาศงช่อง 3 ล้มครืนเสียหายร่วม 20 ล้าน ภาคเหนืออ่วมหลายจังหวัด เฉพาะที่ลำพูนบ้านพัง-หลังคาปลิวว่อนนับพันหลัง เสียหายยับนับล้าน เตรียมเบิกงบฉุกเฉินบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนพิษณุโลก-แม่ฮ่องสอนโดนกันถ้วนหน้า
ภาวะความแปรปรวนของสภาพอากาศในระยะนี้ ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง เริ่มที่ภาคอีสาน เมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน ได้เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงในเขตตัวเมืองนครราชสีมา ส่งผลให้เสาอากาศเครื่องส่งขนาด 20 กิโลวัตต์ ระบบยูเอชเอฟ (UHF) ของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ตั้งอยู่ที่ทุ่งนา พื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ล้มลงพังเสียหาย เป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ทำให้วัวของชาวบ้านใกล้เคียงถูกเสาอากาศขนาดใหญ่ทับตาย 2 ตัว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
นายศุภชัย จารมสุริยา ช่างเครื่องส่งประจำสถานีเครื่องส่งจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เสาอากาศเครื่องส่งของสถานี ถูกลมกระโชกแรงพัดกระหน่ำอย่างหนักจนทำให้โค่นล้ม เบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
มีรายงานว่า หลังเสาอากาศเครื่องส่งดังกล่าวโค่นล้ม ปรากฏว่าประชาชนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา รวมถึงบางพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ และ จ.ชัยภูมิ ไม่สามารถรับชมสัญญาณภาพของช่อง 3 ได้
อีกพื้นที่เมื่อเวลา 23.30 น.วันเดียวกัน เกิดพายุพัดถล่มที่ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นานกว่า 30 นาที ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎร หมู่ 1 ต.ห้วยผา ได้รับความเสียหายจำนวนมาก นอกจากนี้ บริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา ต.ห้วยผา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หักโค้นลงมา ทำให้สิ่งของต่างๆ ได้รับความเสียหาย ทั้งยังล้มขวางทางจราจรตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 190-194 เป็นระยะๆ
นายสมาน นิยมไทย อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่ถูกพายุถล่ม เล่าว่า ในช่วงเวลา 23.30 น. ขณะนั่งดูโทรทัศน์ได้เกิดพายุหมุนขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถเก็บสิ่งของต่างๆ ทัน ก่อนลมจะพัดเอาโครงหลังคาบ้านของตนไปทั้งหลัง สิ่งของต่างๆ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก
ส่วนที่ จ.ลำพูน นายอธิคม จันทรศัพท์ นายอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน กล่าวว่า เกิดพายุฝนกระหน่ำพื้นที่ อ.บ้านโฮ่ง ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 22 เมษายน เมื่อเข้าไปสำรวจความเสียหายพบว่า ที่ ต.บ้านโฮ่ง ได้รับความเสียหาย 12 หมู่บ้าน ต.เหล่ายาว เสียหาย 9 หมู่บ้าน และ ต.ศรีเตี้ย เสียหาย 1 หมู่บ้าน รวมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1,000 หลังคาเรือน มูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุมีหน่วยงานระดับท้องถิ่นเข้าไปสำรวจและให้ความช่วยเหลือ โดย ต.บ้านโฮ่ง ได้จัดงบประมาณซ่อมหลังคาบ้านกว่า 5 แสนบาท ส่วน ต.เหล่ายาว จัดงบประมาณช่วยเหลือชาวบ้าน 2 แสนบาท แต่งบประมาณดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการบรรเทาความเดือดร้อน ดังนั้น ในวันที่ 24 เมษายน จะมีการประชุมระดับอำเภอเพื่อขออนุมัติงบประมาณฉุกเฉินในส่วนของนายอำเภอต่อไป
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 เมษายน ที่บ้านวังขวัญ หมู่ 2 ต.วังโพรง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก นายเกรียงวิชญ์ ไกรพลวิมล นายอำเภอเนินมะปราง พร้อมด้วยนายบุญเกิด วงษา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังโพรง ได้สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนราษฎร ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดพังเสียหายทั้งหมู่บ้าน จำนวน 130 หลังคาเรือน โดยพบว่ามีมากถึง 30 หลังคาเรือน ถูกพายุพัดหลังคาเปิดเสียหายทั้งหมด ขณะที่เหลืออีก 100 หลังถูกพายุพัดหลังคาเปิดบางส่วน รวมถึงอาคารเรียนโรงเรียนบ้านวังขวัญ ที่ถูกพายุพัดหลังคาเสียหายจำนวนมาก
นายบุญเกิดกล่าวว่า พายุพัดอย่างรุนแรงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 22 เมษายน โดยหมู่บ้านวังขวัญ หมู่ 2 ได้รับความเสียหายมากที่สุด สำรวจเบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบร่วม 130 หลังคาเรือน
ทั้งนี้ จากการสำรวจความเสียหายที่หมู่ 5 บ้านปลวกง่าม ต.ชมพู อ.เนินมะปราง พบว่า บ้านเรือนเสียหาย 1 หลังคาเรือน หมู่ 1 บ้านทุ่งยาว ต.วังโพรง เสียหาย 9 หลัง และบ้านวังขวัญ หมู่ 1 ต.วังโพรง 111 หลัง ซึ่งในเวลา 12.00 น. วันที่ 23 เมษายน นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ได้เข้าไปสำรวจความเสียหายและแจกถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนแล้ว
จากภัยธรรมชาติครั้งนี้ นางเมาะ จันทะคูณ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.วังโพรง กล่าวว่า พายุครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดนับแต่เคยประสบมา เพราะทั้งลมและฝนมาแรงมาก พัดเอาหลังคาบ้านเปิดไปทั้งหมดเลย ตนกับแม่ต้องไปหลบอยู่ในห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งไฟก็ดับต้องไปอาศัยหลับนอนอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |










































































































































































































































|