









เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 นายนที ธีระโรจนพงษ์ ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทยและผู้ประสานงานองค์กรอัตลักษณ์ทางเพศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เสนอให้มีการจัดตั้งสำนักสงฆ์เฉพาะให้กับพระ สามเณร ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่จะมาบวชภาคฤดูร้อนขาดความเลื่อมใสศรัทธาจนไม่อยากมาบวช ว่า กลุ่มเกย์และเครือข่ายอัตลักษณ์ทางเพศ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อแนวคิดนี้ เนื่องจากจะเป็นการผลักกลุ่มพระ สามเณรที่เบี่ยงเบนทางเพศออกจากสังคม ทั้งที่มีความปรารถนาที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม และเป็นการนำคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมาร่วมอยู่ในที่เดียวกัน จะทำให้สังคมไทยแย่ลง
ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทย กล่าวด้วยว่า พระพยอมเป็นพระนักปฏิบัติที่กลุ่มเกย์และเครือข่ายอัตลักษณ์ทางเพศให้ความเคารพอย่างมาก แต่ข้อเสนอของพระพยอมพวกเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศได้เคยหารือและมีมติร่วมกันว่าบุคคลที่เป็นเกย์ หรือกะเทยที่มีสภาพร่างกายเป็นเพศชายทุกอย่าง สามารถบวชเรียนได้ เพราะตามหลักศาสนาอนุญาตให้เพศชายทุกคนบวชเรียนในพระพุทธศาสนาได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของศาสนาและปฏิบัติตามที่พระวินัยบัญญัติ
"ซึ่งหากเทียบจากสถิติที่มีการกำหนดว่าทุกสังคมจะมีผู้ที่เป็นเกย์ กะเทยประมาณ 10 % จึงเชื่อว่าจะมีกลุ่มเกย์และกะเทยที่เป็นพระ สามเณรประมาณ 10 % ของจำนวนเป็นเกย์ กะเทยในประเทศไทย และเป็นเรื่องปกติที่จะมีทั้งคนดีและไม่ดีเหมือนทุกสังคม" นายนที กล่าว
นายนที กล่าวอีกว่า ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ควรดำเนินตามกรอบที่พระวินัยบัญญัติไว้กับผู้ที่กระทำความผิด ไม่ควรเหมารวมทั้งหมด และต้องการเสนอแนะให้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดสวนแก้ว สำหรับใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมให้กับพระ สามเณรเกย์ กะเทย ที่มีพฤติกรรมอยู่ในข่ายที่พอจะอบรมสั่งสอนได้ เพื่อให้มีพฤติกรรมเป็นกุลเกย์ มีความสำรวมเหมาะสมตามหลักพระวินัย โดยหากพบพระ สามเณรมีพฤติกรรมเช่นนี้ในวัดใดทั่วประเทศ ก็ให้ส่งมาอบรม สั่งสอน กล่อมเกลาที่วัดสวนแก้ว
"หากพระพยอมเสนอเช่นนี้ ก็ควรเสนอให้พระ สามเณรที่เจ้าชู้ พูดจาแทะโลมหญิงสาว แยกออกไปตั้งสำนักสงฆ์ต่างหากด้วย อย่างไรก็ตาม องค์กรอัตลักษณ์ทางเพศ อยากขอร้องให้เกย์ ตุ๊ด ที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ บวชแล้วเข้าไปทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เดินบิดก้น หรืออะไรต่างๆนาๆ รวมถึง การทำผิดที่ร้ายแรง ขอให้สึกออกมา อย่าไปเป็นมารศาสนา เพราะการที่คุณออกมาอยู่ข้างนอก คุณก็จะมีอิสระมากกว่า" นายนทีกล่าว









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















ควายว่ะ 












































ทำไมเป้นก้อไม่ให้ใครเป้นด้วยนิไม่ได้ขอตังพระใช้ด้วย
จาไม่ใส่บาตร 


























ทุกๆๆท่านะคะถ้ารุ้ตัวเองว่าไม่ค่อยปกติทางด้านเพศอย่าไปบวชเลยนะคะ อย่าทำบุญด้วยนะคะพระและศาสนาทุกศาสนาเขาไม่ยอมรับพวกเราหรอกคะหรีอจะว่าอีกอย่างหนึ่งสังคมไม่ยอมรับไม่ว่าจะทำยังไงก็แล้วแต่คะเราไม่มีหนทางที่จะปองดองกันได้หรอกคะ ตั้งแต่น่าทีนี้ไปก็บอกต่อๆๆกันด้วยนะคะถ้าพวกเรารุ้ตัวว่ามีอาการเบี่ยนเบงทางเพศอย่าทำบุญตักบาตนะคะอย่าบริจาคเงินเข้าวัดหรี่อว่าที่ใหนๆๆนะคะเก็บไว้ใช้พวกเราเองดีก่าวนะคะการทำบุญก็คีอการดูแลตัวเองก่อนให้ดีที่สุดนะคะ อย่าพยามเลยคะเสียเวลาคะ ลิสาคะ 






































































































































เกย์ ตุ๊ด กระเทย พวกนี้ดีๆก็เยอะครับ ผมว่าแล้วแต่บุคคล..แต่เรื่องบวช..แล้วไปกระตุ้งกระติ้ง ผมว่ามันดูไม่เหมาะสม มันดูไม่งาม ถ้าอยู่ในผ้าเหลืองแล้ว..ไม่รู้จะบวชเพื่ออะไรในวัตถุประสงค์ของ.ชายไม่แท้เหล่านี้..บวชเพื่อนร่วมกลุ่ม หาตังค์ หาชาย..หรือเพื่อ? ... 




















































































































จะเป็นอะไรก็บวชได้ทั้งนั้น เพียงแต่เมื่อบวชแล้วขอให้อยู่ในวินัยสงฆ์ ถือว่าไม่ผิด









จริต จะก้านเหมือนหญิง นั่นแหละบวชไม่ได้




































