












ในหลวงทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้นำพม่ากรณีพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มประเทศ ด้านองค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน ระบุยอดผู้เสียชีวิตอาจถึง 50,000 ศพ ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศชี้มีคนตายอย่างน้อย 22,000 ศพ สูญหายอีกประมาณ 40,000 คน ขณะเดียวกันทูตพม่าประจำประเทศไทยก็ยอมรับว่ามีชาวบ้านตาย 15,000 คน สูญหายราว 30,000 คน เผยทางการอินเดียได้เตือนพม่าให้รีบอพยพผู้คนก่อนพายุเข้า 48 ชั่วโมงแต่รัฐบาลไม่นำพา องค์กรด้านภัยธรรมชาติประเมินความเสียหายในพม่าเท่ากับเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเอเชียเมื่อปี 2547 ด้านรัฐมนตรีพม่าระบุสาเหตุที่เสียหายหนักเพราะพายุสูง 3 เมตรครึ่งถล่มชายฝั่งริมแม่น้ำอิรวดีแล้วซัดลงสู่ทะเล
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบการช่วยเหลือประเทศพม่าหลังได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนนาร์กีส โดยทางพม่าได้ขอรับการช่วยเหลือมายังรัฐบาลไทย ซึ่งในวันเดียวกันนี้เวลา 13.00 น. เครื่องบินซี-130 ของกองทัพไทย นำยารักษาโรคพร้อมอาหารสำเร็จรูปเที่ยวแรก เดินทางไปให้ความช่วยเหลือ
ส่วนที่เหลือคือยารักษาโรคอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งของใช้จำเป็น ทางกระทรวงสาธารณสุขได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาท อยู่ระหว่างการจัดหาเวชภัณฑ์ต่างๆ ที่จำเป็นโดยจะจัดส่งตามไปภายหลัง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ จัดงบประมาณเพื่อซื้อสิ่งที่พม่าจำเป็นต้องใช้ คือ อุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ อาทิ ตะปู สังกะสี ผ้าใบกันฝน โดยขอความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าไทย ในการจัดซื้ออุปกรณ์ในราคาเป็นธรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศพม่า
เวลา 17.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 7 พ.ค. นี้ ประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข จะจัดส่งเวชภัณฑ์จำนวน 30 ตัน และสภากาชาดไทยได้จัดเตรียมของอุปโภค-บริโภค จำนวน 12 ตัน เพื่อส่งไปให้ทางการพม่า นอกจากนั้นทางไทยได้จัดเตรียมทีมแพทย์และพยาบาล 20 ทีม รวมทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการดูแลปราบปรามโรคระบาดอีก 20 ทีม หากทางพม่าพร้อมรับ ทางการไทยก็จะส่งไปทันที โดยกองทัพอากาศจะอำนวยความสะดวกในเรื่องเครื่องบินซี-130 ในการขนส่งครั้งนี้
นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือสหภาพพม่าว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขไทย ส่งยาและเวชภัณฑ์ 14 รายการ เช่น ชุดประสบภัยฉุกเฉิน 50,000 ชุด ยารักษาโรคต่างๆ เช่น ยาแก้ปวด ลดไข้ ยาแก้อักเสบต่างๆ เวชภัณฑ์ เช่น น้ำเกลือ ผงน้ำตาลเกลือแร่ กระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยา ชุดทำแผล 100,000 ชุด ยาหยอดตารักษาโรคตาแดง 50,000 ขวด ถุงมือ 500,000 คู่ ผงคลอรีนและถุงดำอย่างละ 5,000 กิโลกรัม รวมมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท โดยจะส่งทันทีทางเครื่องบินซี-130 ภายหลังได้รับการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย
น.พ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในด้านการรักษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานใกล้ชิดกับสภากาชาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้จัดหน่วยแพทย์รักษาพยาบาล และหน่วยควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วควบคุมป้องกันโรคระบาดหลังเกิดภัยพิบัติ จำนวน 19 ทีม พร้อมยาและเวชภัณฑ์จำเป็น พร้อมเดินทางทันทีเมื่อทางพม่าร้องขอ
"ในส่วนของการควบคุมโรค มีนายแพทย์ปรีชา เปรมปรี เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขพม่า เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า รวมทั้งความพร้อมการสื่อสาร และวางแผนร่วมกับหน่วยควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วของกระทรวงสาธารณสุขพม่า ซึ่งไทย-พม่า มีความร่วมมือกันอยู่แล้ว หลังจากนั้นจะส่งทีมชุดใหญ่ลงไปพื้นที่ที่ประสบภัยในพม่า จะสามารถเดินทางในอีก 2-3 สัปดาห์นี้" น.พ.ปราชญ์ กล่าว
น.พ.ปราชญ์กล่าวว่า หลังเกิดภัยพิบัติ ปัญหาสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวังก็คือ โรคอุจจาระร่วง โรคตาแดงจากเชื้อต่างๆ เนื่องจากสภาพขาดแคลนน้ำสะอาด อาหารอาจมีการปนเปื้อนได้ง่าย โรคที่ป้องกันด้วยวัคซีน โดยเฉพาะโรคหัด เนื่องจากเด็กๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โรคไข้เลือดออก มาลาเรีย รวมทั้งเชื้อบาดบาดทะยัก เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ในดินโคลน ทำให้บาดแผลอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีโรคประจำถิ่นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วของไทย มีประสบการณ์ในเรื่องนี้อย่างดี จากเหตุการณ์สึนามิ เหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่น้ำก้อ จ.เพชรบูรณ์ จะได้ร่วมกับหน่วยควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็วของพม่า ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงและวางแผนควบคุมป้องกันโรคตามพื้นที่ต่างๆ ต่อไป
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้มอบเงินจำนวน 1 แสนเหรียญสหรัฐ ผ่านนายเย วิน เอกอัครราชทูตสหภาพพม่าประจำประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในสหภาพพม่า หลังเกิดเหตุพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มจนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก ขณะที่สมาคมไทย-พม่า มอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจำนวน 3 แสนบาท
นายนพดล เปิดเผยถึงการหารือว่าไทยได้ขอให้พม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากทั่วโลก รวมทั้งให้ดูแล ไม่ให้ภัยพิบัติครั้งนี้กระทบต่อการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 10 พ.ค.นี้
นายนพดลกล่าวอีกว่า พม่าต้องการความช่วยเหลือปัจจัย 4 โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ซึ่งไทยจะพิจารณาช่วยเหลือ เรื่องเต็นท์ สังกะสี รวมถึงความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์พร้อมทั้งขอให้พม่าไปสำรวจความเสียหาย และความต้องการที่จะขอรับความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เพื่อไทยจะได้สามารถให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนได้ตรงจุด ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกที่ให้ความช่วยเหลือพม่า
ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นถึงนายกรัฐมนตรีพม่าโดยมีใจความโดยย่อว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนชาวไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกรุงย่างกุ้งที่ถือเป็นศูนย์กลางของพม่า พร้อมขอส่งความห่วงใยผ่านทางนายกรัฐมนตรีพม่า ไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ด้วยความจริงใจ และหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยได้โดยเร็ว ซึ่งในฐานะมิตรประเทศยืนยันที่จะให้ความช่วยเหลือในทุกด้านทุกวิถีทางที่จะสามารถทำได้
วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชสาส์น ถึงประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐแห่งสหภาพพม่า แสดงความเสียพระราชหฤทัย กรณีเกิดพายุไซโคลนนาร์กีส ที่สหภาพพม่า ดังนี้
ฯพณฯ ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ แห่งสภาพพม่า นครย่างกุ้ง
ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินี รู้สึกเศร้าสลดใจยิ่งนัก ที่ได้ทราบข่าวพายุไซโคลน "นาร์กีส" ในประเทศของท่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินี ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านและประชาชนชาวพม่า ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการสูญเสียอันน่าเศร้าและใหญ่หลวงครั้งนี้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนพดล ให้สัมภาษณ์ถึงการให้ความช่วยเหลือพม่าว่านายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังพล.อ.เต็งเส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า และตนในฐานะรมว.ต่างประเทศได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังพล.ต.ญาน วิน รมว.ต่างประเทศพม่า ซึ่งไทยในฐานะที่เป็นมิตรประเทศจะช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องมนุษยธรรม
นายนพดล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายคือบริเวณปากแม่น้ำ ในเมืองย่างกุ้งเป็นหลัก ยังไม่ถึงกรุงเนปิดอว์ ขณะนี้พม่าต้องการสังกะสีมุงหลังคาและเต็นท์ อาหาร ยารักษาโรค ซึ่งประเทศไทยพยายามที่จะช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปก่อน ทั้งนี้รมต.ต่างประเทศพม่ายินดีและชื่นชมไทยที่เป็นประเทศแรกๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ
รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับคนไทยทุกคนที่ทำงานและพำนักอยู่ในพม่าจำนวน 400 คนปลอดภัยทั้งหมด ส่วนนักท่องเที่ยวจำนวน 185 คน ก็เดินทางกลับมาด้วยสายการบินของบริษัทการบินไทยแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลต่อการลงประชามติของพม่าในวันที่ 10 พ.ค.นี้หรือไม่ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า คิดว่าน่าจะไม่ส่งผลกระทบอะไร เพราะเห็นว่าพม่าจะเดินหน้าต่อ เพราะพม่าเตรียมการลงประชามติไว้พร้อมแล้ว ซึ่งการลงประชามติก็ทำทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะบริเวณที่ถูกพายุ
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่บน.6 พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้เอกอัครราชทูตพม่าประจำประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในสหภาพพม่า
พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่าขอแสดงความเสียใจกับประชาชนชาวพม่าที่ประสบชะตากรรมความเดือดร้อนสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน จากภัยพิบัติ ในฐานะที่ไทยกับพม่า เป็นประเทศเพื่อนที่มีความสัมพันธ์มีความเข้าใจ และร่วมมือที่ดีตลอดมา กองทัพไทยจึงพร้อมให้การช่วยเหลือกับประชาชนชาวพม่าอย่างเต็มใจ และเร่งด่วน เบื้องต้นกองทัพไทยได้จัดมอบสิ่งของช่วยเหลือ
อาทิ อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม และยารักษาโรคเวชภัณฑ์ต่างๆ โดยใช้เครื่องบิน ซี-130 ของกองทัพอากาศในการลำเลียง โดยให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร เป็นตัวแทนในการส่งมอบ รายการสิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบด้วย น้ำดื่มแอร์โร่ ขนาด 66 ซีซี จำนวน 160 แพ็ก ปลากระป๋อง 50 ลัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 9,360 ซอง ผ้าใบพลาสติก ขนาด 1.8 คูณ 40 เมตร 12 ม้วน ไก่เซียง 3,000 แพ็ก ไข่สมุนไพร 5,000 แพ็ก ข้าวสาร 600 กิโลกรัม บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม 120 ถุง และคัพนูดเดิลจำนวนหนึ่ง
พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ไทยพร้อมจะช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ และรอให้ทางการพม่าร้องขอ กองทัพพร้อมรับบริจาคการช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งภาคเอกชนได้มอบสิ่งของช่วยเหลือมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท
ด้านนายพันธุ์เลิศ ใบหยก เจ้าของโรงแรมกันดอร์ยี ในกรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า ตัวโรงแรมมีความแข็งแรง จึงไม่ได้รับความเสียหายจากพายุ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า และสื่อสารหยุดให้บริการ จึงกระทบต่อธุรกิจในขณะนี้ ประกอบกับน้ำมันขาดแคลน ทำให้โรงแรมต้องปิดให้บริการชั่วคราว และขณะนี้ได้ส่งผู้บริหารของโรงแรมไปตรวจสอบสภาพโรงแรมแล้ว ส่วนสภาพที่อยู่อาศัยของชาวพม่า ส่วนใหญ่เป็นการสร้างบ้านแบบง่าย บอบบาง เมื่อเกิดพายุจึงได้รับความเสียหาย และเกิดปัญหาตามมา โดยขณะนี้สมาคมมิตรภาพไทย-พม่า ที่มี พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นประธาน กำลังหารือร่วมกันว่า จะเชิญชวนเอกชนและประชาชนทั่วไป บริจาคสิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือชาวพม่า
ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุไซโคลนนาร์กีสซัดกระหน่ำประเทศพม่า เพิ่มขึ้นเป็น 22,000 รายแล้ว มีผู้สูญหายอีกราว 41,000 คน ในจำนวนนี้อยู่ในเขตปากแม่น้อิรวดีถึง 40,695 คน ทางการทหารพม่าได้ประกาศรับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ เนื่องจากความเสียหายมีมากมหาศาลเกินกว่าจะรับมือลำพังได้ และนับว่าเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา รัฐบาลทหารพม่ายังประกาศเลื่อนวันลงประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศออกไปจากวันที่ 10 พ.ค. เป็นวันที่ 24 พ.ค.
ด้านองค์กรยุทธศาสตร์เพื่อลดความเสียหายจากหายนะทางธรรมชาติ สหประชาชาติ ตำหนิว่า รัฐบาลทหารพม่าไม่เตือนภัยชาวบ้านล่วงหน้า ทำให้มีคนตายมากมายและความเสียหายรุนแรงขนาดนี้ เป็นคำตำหนิที่ตรงกับนางลอร่า บุช สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่าไม่มีศักยภาพที่จะเตือนภัยชาวบ้านให้ทันเวลา
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียแจ้งว่า ได้ตรวจพบการก่อตัวของพายุตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. และได้ส่งคำเตือนถึงพม่าแล้วก่อนพายุจะเข้า 48 ชั่วโมง
หม่องหม่อง ชเว รมว.บรรเทาทุกข์และจัดหาที่อยู่ใหม่ของพม่า แถลงว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากคลื่นที่ก่อตัวในทะเลสูงกว่า 3.5 เมตรเข้าซัดบ้านเรือนในหมู่บ้านริมชายฝั่งหายไปกว่าครึ่ง พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบต่ำและชาวบ้านไม่มีที่จะอพยพหนีภัยไปได้ ขณะที่เมืองโบกาเลย์ ติดแม่น้ำอิรวดี ร้อยละ 95 ของบ้านเรือนถูกทำลาย ชาวบ้านตายเพราะคลื่นกวาดมากกว่าตัวพายุ
เอลิซาเบธ ไบรส์ โฆษกของสำนักงานประสานงานมนุษยธรรม สหประชาชาติ ในนครเจนีวา กล่าวว่า ประเมินความเสียหายไว้เท่าๆ กับสมัยที่เกิดเหตุคลื่นยักษ์สึนามิซัดภูมิภาคเอเชียในปี 2547 เป็นสถานการณ์น่าวิตกอย่างยิ่ง โดยขณะนี้สมาชิกองค์กรต่างๆ ของสหประชาชาติ รอใบอนุญาตผ่านเข้าเมืองหรือวีซ่าจากทางการพม่า เพื่อจะส่งทีมงานเข้าไปช่วยกู้ภัย ทั้งในส่วนของยูนิเซฟ กาชาดสากล และสภาเสี้ยววงเดือนแดง เป็นต้น
คริส เคย์ ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติในพม่า กล่าวว่า ตอนนี้ยังประเมินความเสียหายอยู่ ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีมหาศาลเท่าใด แต่ประเมินไว้ที่หลักพันและหมื่น เพราะพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำอิรวดี เสียหายหนักมาก โดยเป็นจุดที่พื้นที่ต่ำ รับลมเข้าไปแรงมาก ทำให้กวาดบ้านเรือนในหลายหมู่บ้านราบเป็นหน้ากลอง
ส่วนเจ้าหน้าที่องค์กรเซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า ได้รับสัญญาณค่อนข้างดีจากรัฐบาลทหารพม่าที่เปิดรับความช่วยเหลือจากต่างชาติมากขึ้น และรวดเร็วขึ้นอย่างไรก็ตาม ทางองค์กรประเมินว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจถึง 50,000 ราย
ส่วนความช่วยเหลือจากนานาชาติล่าสุดนอกเหนือจากไทย ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว สิงคโปร์บริจาค 200,000 ดอลลาร์ ญี่ปุ่นบริจาคความช่วยเหลือฉุกเฉิน 270,000 ดอลลาร์ เกาหลีใต้ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินให้มูลค่า 100,000 ดอลลาร์ ออสเตรีย ประกาศส่งความช่วยเหลือทันที สหรัฐ อเมริกาบริจาคเงิน 250,000 ดอลลาร์ และจีนให้ความช่วยเหลือในรูปแบบปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ 1 ล้านดอลลาร์ เป็นต้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เหยื่อ นาร์กีส พุ่ง 1.5 หมื่นราย แล้ว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

































































สู้ ๆ จะเป็นกำลังใจให้ ขอเพียงนายไม่ท้อ































































































































































































































































































ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะกะเหตุการณ์นี้...ที่เกิดขึ้นขอส่งกำลังใจห้ายทุกๆๆคนนะค่ะ








