









สื่อ 'กัมพูชา' ระบุไทยโยง 'เขาพระวิหาร' กับ 'พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล' เพราะต้องการเพิ่มเงื่อนไข บอกควรเคารพในอธิปไตย 'เขมร' ด้าน 'บัวแก้ว' ยันไม่มีเกี๋ยเซี๊ยะแลกแหล่งน้ำมัน ย้ำเจรจา 2 ฝ่ายขอวิน-วิน
'บัวแก้ว'ยันไม่มียื่นหมูยื่นแมว'เขาพระวิหาร'แลก'น้ำมัน'
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลไทยจะผ่อนปรนกรณีกัมพูชาขอจดทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ตามที่มีข่าวว่าเกี๋ยเซี๊ยะกันนั้น ยืนยันว่า ไทยไม่เคยยตกลงจะยื่นหมูยื่นแมว หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเขมร ตลอดมาท่าทีของไทยก็ชัดเจนว่าต้องเจรจาร่วมกันก่อน อย่างไรก็ตาม มีความยินดีหากจะขึ้นทะเบียน ตัวเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่กรณีพื้นที่ทับซ้อนนั้น ต้องคุยกันก่อน และต้องจบแบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ หรือวินวินทั้งคู่
"สื่อเขมร"ตีข่าวอ้างไทยพยายามโยง เขาพระวิหารกับเขตทับซ้อนในทะเล
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่าหนังสือพิมพ์แคมโบเดีย เดลี่ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษของกัมพูชาฉบับวันที่ 9 พฤษภาคม เสนอข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายจอม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีพาณิชย์กัมพูชาที่ระบุถึงปัญหาเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า ฝ่ายไทยต้องการโยงเรื่องเขาพระวิหารเข้ากับการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งเชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำมันอยู่ "พวกเขาต้องการโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน หากเราแก้ไขกรณีเขาพระวิหารได้ เราก็สามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลได้เช่นกัน แต่สองเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกันเลย" นายจอมกล่าว
นายจอมกล่าวว่า การเจรจาเรื่องแบ่งปันเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างกันเป็นเรื่องที่เจรจากันมานานถึง 9 รัฐบาลแล้ว ในส่วนของไทย เรากำลังทำให้ประเด็นที่มีความเห็นแตกต่างแคบเข้ามาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ฟังเหมือนกับไทยกำลังเพิ่มเงื่อนไขขึ้นอีก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข
แคมโบเดียเดลี่ระบุด้วยว่า นายซก อาน รัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีกำหนดที่จะเยือนประเทศไทยในเร็วๆ นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ซึ่งยังมีปัญหาทั้งสองจุด แต่ยังไม่มีกำหนดวันชัดเจน
ด้านนายไพ สีพาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ย้ำว่า จากมุมมองของฝ่ายกัมพูชาประเด็นเรื่องเขาพระวิหารไม่ใช่ปัญหาเรื่องเขตแดน เพราะมีการปักปันเขตแดนกันไปแล้วตั้งแต่ปี 2447 และภายใต้ความตกลงที่จัดทำขึ้นในปี 2543 คณะทำงานของสองประเทศกำลังทำการพิสูจน์หลักเขตแดนระหว่างกัน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะได้ข้อยุติเมื่อใด ยืนยันว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาและฝ่ายไทยก็เคารพในอธิปไตยของกัมพูชา
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จะไปยังเกาะกงในวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อร่วมเปิดถนนสายที่ 48 กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมย้ำว่า ไทยและกัมพูชามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและพร้อมจะสนับสนุนให้มีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก สำหรับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณเขาพระวิหารนั้น ไทยเห็นว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนจึงอยากให้มีการตกลงและบริหารจัดการร่วมกัน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่ศาลโลกตัดสินแล้วว่าเป็นของกัมพูชา ซึ่งเป็นความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่าง แต่เชื่อมั่นว่าจะตกลงผ่านช่องทางทางการทูตอย่างสันติวิธี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก
และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |




















น่าจะเป็นของคนไทยเพราะทางเข้าอยู่ด้านประเทศไทยส่วนด้านหลังอยู่ทางเขมร 






















|