









นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งข้อหาใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชนเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ว่า เอาเป็นว่าฝ่ายค้านมีหน้าที่ถอดก็ถอด ตนมีหน้าที่ใส่ก็ใส่ ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ตามระบบรัฐสภา ตนเคยเรียนแล้วว่าอะไรที่มาตามระบบรัฐสภา ตามครรลองประชาธิปไตยรับได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะตั้งข้อกล่าวหรือมีความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอย่างไร เมื่อเข้ากระบวนการแล้วตนยินดีไปชี้แจง ส่งข้อมูล หรือหากจะเรียกบุคคลใดๆที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ตนก็มีนโยบายสนับสนุนให้บุคคลทุกฝ่ายไปให้ข้อมูลกับฝ่ายค้าน ไม่ว่าเรื่องบอกหรือลบ ถ้ามาตามครรลองประชาธิปไตยตนสนับสนุนทุกประการ
เมื่อถามว่า ที่เคยระบุว่าจำเป็นต้องออกระเบียบคุมสื่อรัฐไม่ให้เสนอข่าวสนับสนุนการรัฐประหาร แสดงว่ามีสัญญาณปฏิวัติรัฐประหารในขณะนี้ก่อตัวขึ้นแล้วใช่หรือไม่ นายจักรภพกล่าวว่า ไม่ใช่ จริงๆ ตนเพียงอยากรู้ว่าในบ้านเมืองนี้จะมีใครที่ออกมายืนยันว่า สื่อมวลชนสามารถเรียกหาการรัฐประหารได้ อยากจะรู้ว่ายังมีใครในบ้านเมืองนี้คิดว่าการรัฐประหาร หรือการยึดอำนาจโดยใช้อาวุธ ปืน และรถถัง เป็นเรื่องถูกต้องและสามารถแก้ปัญหาได้ เป็นความอยากรู้อยากเห็น แต่สำหรับสื่อภาครัฐ ตนเชื่อว่ามีหน้าที่ในการรักษาระบอบประชาธิปไตย โดยไม่เรียกเอากลุ่มบุคคลมาทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยตรง หลักการมีเพียงเท่านั้น ส่วนสื่อเอกชน สื่อประชาชนไปยุ่งไม่ได้ เป็นจุดยืนโดยอิสรเสรีภาพ เราพูดถึงแต่สื่อภาครัฐ
เมื่อถามว่า แต่นักวิชาการด้านสื่อหลายคนไม่เห็นด้วยกับการออกระเบียบดังกล่าว เพราะแม้เป็นสื่อรัฐแต่ก็ต้องมีอิสระในการนำเสนอข่าวสาร นายจักรภพกล่าวว่า ก็เป็นความเห็นของนักวิชาการ แต่เราคงไม่บอกว่าเสรีภาพนั้นไม่มีขอบเขต เสรีภาพที่ทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับความลำบากเดือดร้อน เสรีภาพที่ทำให้คนส่วนใหญ่ถูกลดค่าในความเป็นมนุษย์ ตรงนี้ต้องถามตัวเองว่า ยังเป็นเสรีภาพที่เอามาเชิดชูกันได้จริงหรือไม่ ขอฝากถามด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |

























|