คณะรัฐมนตรีเพิ่มเงิน ข้าราชการ 3 แสนเฮ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบเพิ่มค่าครองชีพให้ข้าราชการในระดับซี 1-5 หรือข้าราชการชั้นผู้น้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการ โดยปรับเพิ่มเพดานเงินของข้าราชการที่จะได้รับเงินค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากอัตราขั้นต่ำ 7,700 บาท เป็น 8,200 บาท และขั้นสูงจากอัตรา 11,000 บาท เป็น 11,700 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 6% หรือแต่ละคนจะได้เงินเพิ่ม 500-700 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้การเพิ่มค่าครองชีพดังกล่าวจะครอบคลุมข้าราชการพลเรือน ครู ทหาร ตำรวจ ลูกจ้างประจำ รวม 301,305 คน แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือน 84,714 คน บุคลากรทางการศึกษา 707 คน ครู 29,969 คน ทหาร 64,959 คน ตำรวจ 61,096 คน ลูกจ้างประจำ 59,860 คน ใช้งบประมาณ 340 ล้านบาท ระหว่างเดือน พฤษภาคม-กันยายน 2551 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 หรือข้าราชการจะได้รับเงินเดือนบวกกับค่าครองชีพที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ซึ่งจะส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
สำหรับการปรับเพิ่มค่าครองชีพคนละ 500-700 บาทต่อเดือน เฉลี่ย 6% นั้นเชื่อว่าจะเพียงพอกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเป็นอัตราเดียวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเฉลี่ย 5%-5.5% ในขณะนี้ และน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของข้าราชการชั้นผู้น้อยได้ และการปรับเพิ่มค่าครองชีพครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบโครงสร้างฐานเงินเดือนแต่อย่างใด เพราะหากปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อที่กำลังพุ่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่าภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี รวมไปถึงข้าราชการชั้นผู้น้อย กระทรวงการคลังจึงได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) คณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือข้าราชการชั้นผู้น้อย และได้ข้อสรุปและนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในครั้งนี้
โดยกระทรวงการคลังจะกลับไปแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ รวมทั้งให้ปรับเงินช่วยเหลือการครองชีพของเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นที่ได้รับในลักษณะเช่นเดียวกับเงินค่าครองชีพของข้าราชการ ส่วนกรณีของลูกจ้างชั่วคราวนั้นเป็นเงินจ้างนอกงบประมาณ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อข้าราชการระดับล่างและลูกจ้างได้รับการพิจารณาไปแล้ว หน่วยงานต่างๆ คงพิจารณาในรายละเอียดของลูกจ้างชั่วคราวต่อไป เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่ต้องเป็นเรื่องของเอกชนที่ต้องนำกลับไปพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก
emis.fpo.go.th