
วันนี้ (14 พ.ค.) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา พร้อมองค์คณะ รวม 3 คน ออกนั่งบัลลังก์สืบพยาน คดีระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ร้อง และ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน กับ น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เขต 3 จ.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้คัดค้าน ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.
การนัดสืบพยานครั้งที่ 3 วันนี้ นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความนายยงยุทธ นำพยานเข้าไต่สวนรวม 2 ปาก คือ นาย ยงยุทธ ผู้คัดค้านที่ 1 และนายชูชาติ จันทะวาลย์ อดีตที่ปรึกษานายยงยุทธ นายชูชาติ ขึ้นเบิกความเป็นพยานปากแรก ยอมรับว่า เป็นหนี้กำนันใน อ.แม่จัน จำนวน 1,9000,000 บาทจริง โดยเฉพาะในส่วนของนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า จำนวน 250,000 บาท และกลุ่มกำนันพยายามติดต่อนายยงยุทธ เพื่อให้มาทวงหนี้กับตน ยอมรับว่า เคยเดินทางไปพบนายชัยวัฒน์ เพื่อนำเงินไปคืน แต่ไม่พบ ไม่ได้ไปขอพบเพื่อขอให้นายชัยวัฒน์ กลับคำให้การในชั้นศาลแต่อย่างใด
จากนั้น เวลา 10.00 น. นายยงยุทธ ขึ้นเบิกความเป็นพยานปากที่ 2 ระบุว่า กระบวนการสอบสวนของ กกต.เร่งรัด และไม่ให้โอกาสผู้ถูกร้อง เนื่องจาก กกต.ได้แจ้งข้อกล่าวหา ในวันที่ 28 ธ.ค. 2550 และให้มาชี้แจงวันที่ 29 ธ.ค. 2550 ซึ่งเป็นวันหยุด และตนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การที่ กกต.จัดการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. เห็นว่าไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่าย มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อตน และมีความพยายามให้เจ้าหน้าที่ให้ใบแดงกับตน รวมถึงมีคนที่เกี่ยวข้องจัดฉากหวังให้ตนทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และยังมีกระบวนการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) มีทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตน พร้อมนำบันทึกลับของ คมช.มาแสดงต่อศาล ให้เห็นว่ามีกระบวนการดังกล่าวจริง
นอกจากนี้ นายยงยุทธ ยังนำเอกสารแสดงให้เห็นลำดับขั้นในการดำเนินการของทหาร โดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. ตั้งด่านและตรวจค้นบ้านประชาชนที่ จ.เชียงราย และ พล.อ.สมเจตน์ ทำหนังสือกล่าวหาตนว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไปยัง กกต. ซึ่ง กกต.ตรวจสอบและเห็นว่าไม่มีความผิด มาแสดงต่อศาล และว่า ดต.เทพรัตน์ เขื่อนคุนา ไม่ใช่คนสนิท ตามที่นายชัยวัฒน์ กล่าวอ้าง ตนรู้จักนายชัยวัฒน์ ตั้งแต่ปี 2537
เวลา 13.30 น. นายยงยุทธ ขึ้นเบิกความอีกครั้ง หลังพักการพิจารณาช่วงเที่ยง โดยระบุว่า ในวันที่ 28 ต.ค. 2550 วันที่กลุ่มกำนันจาก อ.แม่จัน มาพบช่วงเวลา 14.00-15.00น. ตนประชุมอยู่ที่เซฟเฮาส์ ซอยรามคำแหง 21 เรื่องที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาสังกัดพรรคพลังประชาชน จากนั้นช่วงเย็น เวลา 18.00 น. ได้นัดหารือกับนางพัชรินทร์ สุขสัมฤทธิ์ ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง เรื่องยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ที่ห้องอาหารจีนโรงแรมเอสซี ปาร์ค และมีเจ้าหน้าที่โรงแรมมาแจ้งว่า กลุ่มกำนันดังกล่าวมารอพบบริเวณชั้น 2 ของโรงแรม จึงไปพบเวลาประมาณ 20.00-21.00น. พูดคุยเรื่องทั่วไป โดยเฉพาะช่วงที่ไปพักอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
"นายชัยวัฒน์ถามถึงนายชูชาติ เพราะต้องการสอบถามเรื่องหนี้สินที่ค้างอยู่ แต่ผมได้บอกว่า หลังเลือกตั้งค่อยคุยกัน และไม่ได้รับปากที่จะช่วยเหลือเรื่องทวงหนี้ รวมทั้งไม่ได้มีการหารือเรื่องให้ช่วยสนับสนุนผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนแต่อย่างใด เพราะขณะนั้นยังไม่ได้เบอร์ของผู้สมัคร และพรรคยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะส่งใครลงสมัคร" นายยงยุทธ กล่าว
นายยงยุทธ กล่าวด้วยว่า หลังการหารือประมาณ 20 นาที ก็กลับไปประชุมที่เซฟเฮาส์ต่อ และไม่ได้มอบเงินให้กลุ่มกำนันคนละ 20,000 บาทแต่อย่างใด เชื่อว่าการกระทำของนายชัยวัฒน์ ต้องการที่จะใส่ร้าย อย่างไรก็ตาม ในภายหลังทราบจากกำนันตี๋ว่า มีทหารถ่ายรูปกลุ่มกำนันที่มาพบกับตน รวมถึงวันที่ 29 ต.ค. 2550 พ.อ.ธนัต ปัญญา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดเชียงราย สั่งให้ลูกน้องมารับกำนันทั้ง 10 คน ที่เพิ่งเดินทางกลับไป จ. เชียงราย ไปรับประทานอาหารที่ร้านแจ่วฮ้อนด้วย
ด้าน นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความนายยงยุทธ ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายผู้คัดค้านทำหนังสือยื่นต่อศาลไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค. เพื่อให้ศาลเรียก พ.อ.ธนัต ปัญญา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดเชียงราย เป็นพยานในคดีดังกล่าว เพื่อชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เนื่องจากเป็นพยานปากสำคัญ นอกจากนี้ยังมีพยานอีก 2-3 ปาก ที่ยังปิดเป็นความลับ โดยจะนำมาเป็นพยานเพื่อชี้ให้เห็นว่าประเด็นสอบสวนของ กกต.ในฐานะผู้ร้องไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะขั้นตอนในการสอบสวนนายชัยวัฒน์ ระหว่างวันที่ 26-28 ธ.ค. 2550
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()





