
ทั่วโลกยังเฝ้าจับตาและเอาใจช่วยการค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจีน ซึ่งเกิดในพื้นที่มณฑลเสฉวนตั้งแต่บ่ายวันที่ 12 พ.ค. ของหน่วยกู้ภัยจีน ที่นายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีของจีน สั่งระดมเจ้าหน้าที่นับแสนนายตะลุยปูพรมค้นหาผู้ถูกฝังอยู่ใต้ซากตึก อาคารต่างๆ ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งมีทั้งเด็ก คนแก่ หญิง ชาย ท่ามกลางความเศร้าสลดใจในชะตากรรมของเพื่อนร่วมโลกนั้น
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ค.หลังเหตุแผ่นดินไหวผ่านพ้นมา 3 วันแล้ว แต่ภารกิจการกู้ภัยและค้นหาเหยื่อ ทั้งที่ถูกฝังทั้งเป็นใต้ซากอาคารและผู้สูญหาย ยังเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากหลายพื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศมีหุบเขารายล้อม ถนนหนทางและระบบสื่อสารส่วนใหญ่ยังใช้การไม่ได้ โดยนอกจากส่งทหารและตำรวจเข้าทำหน้าที่ช่วยเหลือเหยื่อและกู้ภัย ร่วม 116,000 นายแล้ว
กระทรวงกลาโหมของจีนได้นำเฮลิคอปเตอร์มากกว่า 101 ลำ ขนสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไปหย่อนให้เหยื่อแผ่นดินไหวตามพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง เนื่องจากยังมีผู้รอคอยความช่วยเหลืออีกมาก ขณะที่ทีมกู้ภัยภาคพื้น ยังขาดอุปกรณ์ช่วยทำงาน ทำได้แค่ใช้มือขุดช่วยเหลือเหยื่อที่ติดอยู่ใต้ซาก กระทรวงอุตสาหกรรมสื่อสาร จึงประกาศในเว็บไซต์ ร้องขอบริจาคอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค้อน พลั่ว อุปกรณ์รื้อถอนต่างๆ ไปจนถึง เครน และเรือยาง เพื่อช่วยทุ่นแรงภารกิจหน่วยกู้ภัย
ขณะที่ "ฉิงปิง" "จินหัว" และ "เทียนฉี" 3 เมืองในแถบหุบเขาทางเหนือของเมืองเฉิงตู ทีมกู้ภัยยังเข้าไม่ถึง ชาวเมือง 20,000 คน ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารต่างๆ ในเมืองเหล่านี้ ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตยังไม่ทราบแน่ชัด โดยทหารกว่า 500 นาย ขนยาและอาหารเดินเท้าเข้าไปยังพื้นที่แทน แต่หน่วยกู้ภัยสามารถเคลียร์สิ่งกีดขวาง เปิดใช้ถนน 2 สายมุ่งสู่เมืองเหวินฉวนได้แล้ว เช่นเดียวกับถนนสายหลักจากเมืองเหมียนหยาง ไปยังเมืองเป่ยฉวน ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เสียหายหนักจากแผ่นดินไหว ทำให้ สามารถนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าช่วยภารกิจกู้ภัยได้
ส่วนในเมืองฮันหวาง แพทย์ต้องตัดขา "หยาง หลิว" นักเรียนหญิงระดับมัธยมเพื่อนำตัวออกมาจากซากอาคารเรียน หลังติดอยู่ในนั้นมากว่า 3 วัน การตัดขาใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที จากนั้นกระบวนการค้นหาเหยื่อ ที่อยู่ใต้ซากโรงเรียนดังกล่าวจึงเริ่มต่อไปได้ นอกจากนี้ทีมกู้ภัยยังสามารถช่วย "เหอ ซิวฉิง" นักเรียนมัธยม ซึ่งติดอยู่ใต้ซากอาคารเรียนในเมืองตูเจียงหยางออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเธอเป็นหนึ่งในนักเรียน 857 คนซึ่งอยู่ในโรงเรียนขณะเกิดแผ่นดินไหว โดย ณ ตอนนี้มีรายงานยืนยันนักเรียนโรงเรียนดังกล่าวเสียชีวิตอย่างน้อย 270 คน อีก 139 คน หนีรอดได้
ด้านญาติและผู้ปกครองนักเรียนต่างมายืนรอลุ้นการช่วยเหลือบุตรหลานของตนที่ยังติดอยู่ใต้ซากอาคารเรียนด้วยอาการโศกเศร้า ขณะที่ครูและนักเรียนอย่างน้อย 1,000 คน เสียชีวิตหรือสูญหายในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองเป่ยฉวน ส่วนนายกฯเหวิน เจียเป่า ของจีน ที่ยังอยู่บัญชาการงานกู้ภัยในพื้นที่ใกล้กัน ได้เน้นไปที่การช่วยเหยื่อที่เป็นเด็กเป็นกรณีพิเศษ เรียกร้องให้หน่วยกู้ภัยเร่งทำงาน ด้วยการกล่าวว่า หนึ่งนาทีอาจหมายถึงชีวิตเด็กหนึ่งคน
ขณะเดียวกัน การที่มีเด็กเสียชีวิตจำนวนมากจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ทำให้หลายคนวิจารณ์นโยบายควบคุมให้คนจีนมีลูกครอบครัวละคนมากขึ้นด้วย แต่ยังถือว่าโชคดีอยู่บ้าง เพราะหลายพื้นที่มณฑลเสฉวน เป็นที่อยู่ของชนเผ่าท้องถิ่นต่างๆ ที่ไม่ต้องถูกบังคับตามนโยบายดังกล่าว
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด สำนักข่าวซินหัวรายงาน อ้างการแถลงของนายหลี เฉินยุน รองผู้ว่าการมณฑลเสฉวนระบุว่ามี 14,866 คน ในเสฉวน และกว่า 27,000 คน ถูกฝังหรือสูญหาย ส่วนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงมีถึง 10 ล้านคน ในพื้นที่ 44 เมืองและเขตของมณฑลเสฉวน ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติที่ระบุว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวพบสถานการณ์อันตรายในจำนวนอ่างเก็บน้ำมากกว่า 400 แห่ง โดยราว 391 อ่างเก็บน้ำ ในจำนวนนี้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง
สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติของจีน แถลงว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเกือบ 900 คน ยังตกค้างในพื้นที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว แต่เชื่อว่าปลอดภัยดีทุกคน ส่วนข้อมูลจากบริษัทรับจัดทัวร์ต่างๆ ระบุว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ 893 คน ชาวจีน 2,601 คนยังติดต่อไม่ได้ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก 33 คน ได้รับการอพยพจากแหล่งสงวนพันธุ์แพนด้า "หวู่หลง" ไปยังเมืองเฉิงตู เมืองเอกมณฑลเสฉวนแล้วและกำลังพยายามอพยพนักท่องเที่ยวอีก 2,517 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ 682 คน
ด้านสื่อของจีนระบุมีนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติ และในประเทศมากกว่า 3,000 คน ได้รับการอพยพช่วยเหลือและแม้ไม่มีชาวต่างชาติเสียชีวิต แต่สำนักข่าวซินหัวรายงาน อ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุมีนักท่องเที่ยวในประเทศเสียชีวิตจากแผ่นดินไหวกว่า 50 คน
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุด ที่เคย เกิดในจีนในรอบ 30 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่จีนกำลังถูกวิจารณ์ อย่างหนักทั้งในอินเตอร์เน็ตและในข่าวทาง นสพ.ไชน่า เดลีของจีนว่า เหตุใดทางการจึงไม่ออกมาทำนายหรือแจ้งข่าวแผ่นดินไหว แม้มีลางบอกเหตุตามธรรมชาติจนก่อให้เกิดการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
ข่าวแจ้งว่าก่อนเกิดแผ่นดินไหว 3 สัปดาห์ ได้เกิดลางบอกเหตุว่า จะเกิดภัยพิบัติ แต่ไม่มีใครเอะใจ โดยน้ำในสระแห่งหนึ่งในเมืองเอนชี ของมณฑลเหอเป่ย ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวไปทางตะวันออกราว 560 กิโลเมตร เหือดแห้งไปอย่างรวดเร็ว และอีก 3 วันก่อนเกิดแผ่นดินไหว ชาวบ้านพบคางคกหลายพันตัว บนถนนในเมืองเมียนจู ซึ่งได้รับความเสียหายหนักจาก เหตุธรณีพิโรธ คร่าชีวิตเหยื่ออย่างน้อย 2,000 คน ซึ่งชาวบ้าน กลัวว่าคางคกเป็นลางบอกเหตุว่า หายนภัยทางธรรมชาติกำลังจะเกิด แต่กรมป่าไม้ท้องถิ่นกลับเมินเฉย บอกเพียงว่าเป็นเรื่องธรรมดา
นอกจากนี้ยังมีลางบอกเหตุอื่นๆ ด้วย เมื่อสัตว์ หลายชนิดในสวนสัตว์เมือง "อู๋ฮั่น" ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 1,000 กิโลเมตร ต่างแสดงอาการ กระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุข โดยม้าลายเอาหัวกระแทกประตูรั้วกรงกั้น โขลงช้างส่ายงวงอย่างบ้าคลั่งเข้าใส่คนดูแล สิงโตและเสือ 20 ตัว ซึ่งปกติจะนอนพักตอนกลางวัน กลับเดินพล่านทั่วกรง ขณะที่เหลืออีก 5 นาทีก่อนเกิดแผ่นดินไหว ฝูงนกยูงเริ่มส่งเสียงกรีดร้อง ด้านเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ เผยว่าพฤติกรรมสัตว์เหล่านี้ น่าจะเป็นสัญญาณบอกว่าจะเกิดแผ่นดินไหว
นายโรเจอร์ มุสสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว ประจำศูนย์สำรวจทางธรณีวิทยาของอังกฤษ เผยว่า มีเหตุผลเป็นไปได้เช่นกันต่อความเชื่อที่ว่า สัตว์มักแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมาก่อนเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว เป็นต้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะการเคลื่อนตัวของหินใต้ดินก่อนเกิดแผ่นดินไหว ก่อให้เกิดสัญญาณไฟฟ้าซึ่งสัตว์บางชนิดรับรู้ได้ อีกทฤษฎีหนึ่ง เชื่อว่าสัตว์บางประเภท สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนอ่อนๆ ก่อนเกิดแผ่นดินไหวซึ่งมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้
ส่วนนายจาง เสี่ยวตง นักวิจัยประจำกรมแผ่นดิน ไหวของจีน เผยว่า หน่วยงานของตนเคยใช้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ทำนายเหตุแผ่นดินไหว 20 ครั้งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา แต่พบว่าไม่ได้ผลดีเท่าไหร่ และเมื่อปี 2518 ทางการจีนสั่งอพยพผู้คนออกจากเมืองไห่เฉิง มณฑลเหลียวหนิง ทางภาคอีสานของจีนได้ 1 วันก่อนเกิดแผ่นดินไหว เพราะพบลางบอกเหตุจากพฤติกรรมแปลกๆของสัตว์ในพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ ตามแหล่งน้ำต่างๆ
แต่กระนั้นยังมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และอีกหนึ่งปีต่อมาเกิดแผ่นดินไหวที่เมืองถังชาน คร่าชีวิตเหยื่อ 240,000 คน มีรายงานเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ทีมงานของจีนที่ถูกส่งไปตรวจสอบไม่พบ ขณะพักค้างคืนในเมืองถังชานเพื่อกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น จึงเสียชีวิตในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนั้นด้วย
ด้านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีน รายงานอ้างการเปิดเผยของคณะรัฐมนตรีของจีน ที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 50,000 คนแล้ว ขณะที่มีการระบุก่อนหน้านี้ ว่าเสียชีวิตถึง 19,500 คน และทีมกู้ภัยสามารถดึงร่างเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ออกจากซากอาคารโรงเรียนในเมืองหยิงซิวได้สำเร็จ หลังได้ยินเสียงร้องของเธอซึ่งติดอยู่ใต้ซากอาคารนานกว่า 68 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ทางการท้องถิ่นของจีนสั่งควบคุมราคาอาหารและค่าการขนส่ง ในพื้นที่ประสบภัยเป็นการชั่วคราว ป้องกันพวกหัวใสอาศัยสถานการณ์แอบขึ้นราคาสินค้า โดยพ่อค้าหลายคนถูกลงโทษปรับ เพราะขายของแพงกว่าเดิมถึงสองเท่า ขณะที่สภาพบ้านเรือนที่พังเสียหายยับเยินจากแผ่นดินไหว ก่อให้เกิดคำถามตามมาเรื่องมาตรฐานการก่อสร้างอาคารในจีน ที่ช่วงหลังพบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน จนมีข่าวสะพานและทางด่วนพังถล่ม เพราะเร่งรีบก่อสร้างในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น
ขณะที่ความช่วยเหลือจากต่างชาติ ทางการอินเดีย เสนอให้เงินช่วยเหยื่อแผ่นดินไหวในจีน 5 ล้านดอลลาร์ บังกลาเทศเสนอจัดส่งทีมแพทย์ทหารเข้าช่วย โดยการเสนอช่วยเหลือดังกล่าว มีขึ้นหลังจีนยอมรับทีมกู้ภัยของ ญี่ปุ่น พร้อมสุนัขดมกลิ่นเข้าช่วยภารกิจกู้ภัยและเป็นชุดที่ 2 ต่อจากทีมดับเพลิง ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านอื่นๆ ของญี่ปุ่น ที่เดินทางไปกรุงปักกิ่งแล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ยังมีชาติอื่นๆเสนอให้ความช่วยเหลือจีนด้วย รวมทั้งกัมพูชาประกาศให้เงินช่วยจีน 100,000 ดอลลาร์
ส่วนการเสนอช่วยเหลือจากเกาหลีใต้และออสเตรเลีย รวมทั้งมูลนิธิกู้ภัยที่ไม่ใช่ของรัฐบาล หรือเอ็นจีโอของอังกฤษแห่งหนึ่ง ยังถูกปฏิเสธ ด้านไต้หวันนอกจากเสนอให้เงินและของบรรเทาทุกข์ช่วยแล้วยังจัดหาภาพถ่ายผ่านดาวเทียม พื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวให้กับจีน เพื่อ ประเมินสถานการณ์และช่วยภารกิจกู้ภัย ซึ่งนายหม่า อิง-จิ่ว ว่าที่ประธานาธิบดีไต้หวัน เผยว่า ในภาวะเลวร้ายเช่นนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองชาติจะลืมความขัดแย้งและหันมาทำงานร่วมกันได้
ในส่วนความช่วยเหลือของไทยต่อจีนนั้น วันเดียวกันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงมี พระราชกระแสรับสั่งให้สภากาชาดไทยนำเงินไปมอบให้สถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อไปช่วยเหลือผู้ ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมืองเฉิงตู เป็นจำนวน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วย
นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบหมายให้นายเซี่ย อี้ รองประธานกรรมการบริษัทเครือเจียไต๋ เป็นตัวแทนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบเงินจำนวน 50 ล้านบาท ให้กับนางหลี ไห่ เฟิง ผู้อำนวยการสำนักงานชาวจีนโพ้นทะเล สำนักนายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว
พร้อมกันนี้ บริษัทเจียงซูเฟิงไห่เภสัช จำกัด ในเครือเจียไต๋ ซึ่งเป็นบริษัทประกอบธุรกิจเวชภัณฑ์ในจีน ได้มอบเวชภัณฑ์มูลค่า 5 ล้านบาท ให้กับผู้ประสบภัยในเขตเหวินชวน มณฑลเสฉวนด้วย
นอกจากนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ในฐานะนายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เสนอให้นำเงินค่าสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 10 ล้านบาท มอบให้ผู้ประสบภัย และสมาคมฯ ยังเป็นแกนกลางในการรับบริจาคเงินและสิ่งของจากนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลและผู้มีจิตศรัทธาช่วยผู้ประสบภัยด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จีนเผย อิงสิ้ว กลายเป็นสุสาน ตายเกือบหมดเมือง 7,700 ศพ
- แผ่นดินไหวในจีน รู้สึกได้ถึงกทม.
- ข้อควรรู้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
- ตะลึง! แผ่นดินไหวจีนตายแล้ว 3,000 - 5,000 ราย
- ยอดตายพุ่งกว่า8,500 ศพ เด็กนักเรียน 50 ชีวิต แผ่นดินไหว
- 4 ทารกแรกเกิดรอดชีวิตแผ่นดินไหว จีนสร้างขวัญหน่วยกู้ชีพ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
![]()





