
เหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กและสตรียังคงมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้ที่ผ่านมา กฎหมายจะเอาผิดกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง และใช้บทลงโทษสูงสุดเพื่อให้รายอื่นๆ หลาบจำ แต่ก็ยังมีคดีข่มขืนเกิดขึ้นให้เห็นอีกจนได้!?!
ไม่นานมานี้เกิดเหตุสลดขึ้นกับด.ญ.วัย 4 ขวบที่ถูกน้าจอมหื่น ลวงไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งศพหมกสวนปาล์มอ.อ่าวลึก จ.กระบี่ อย่างน่าเวทนา ยังดีที่ตำรวจตามจับกุมตัวเอาไว้ได้ทัน ส่วนอีกคดีคนร้ายก็ลงมืออุกอาจไม่แพ้กัน โดยคนร้ายเป็นญาติห่างๆ ของเด็กสาว 4 คน อายุ 6 ขวบ 2 คน และ 7 ขวบ 2 คน ล่อลวงหนูน้อยทั้ง 4 ไปข่มขืนกระทำชำเรามาเป็นเวลานานหลายเดือน กว่าความจะแตกรู้ถึงหูผู้ปกครองพาเหยื่อเข้าแจ้งความ แต่เมื่อถึงเวลานั้นคนร้ายก็หนีไปแล้ว!?!
ย้อนไปดูเหตุร้ายรายแรกเกิดขึ้นตอนตี 2 วันที่ 15 พ.ค. พ.ต.ท.ชัยพจน์ เหล่าประทุมวิโรจน์ สารวัตรเวร สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งจากร.พ.อ่าวลึก ว่า มีเหตุเด็กผู้หญิงถูกข่มขืนและถูกฆ่าเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.วิจิตร ผลส่ง ผกก.สภ.อ่าวลึก พ.ต.ท.อนันต์ หริกจันทร์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.วิชญสันห์ บุญณรงค์ รองผกก.สส. และพ.ต.ต.พงศธร เล็กน้อย สว.สส. รุดไปตรวจสอบพบศพด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 4 ขวบ 5 เดือน บ้านอยู่ในอ.อ่าวลึก มีบาดแผลตามร่างกายถูกหนามปาล์มแทง ลำคอมีร่องรอยถูกบีบจนช้ำ หน้าท้องมีรอยฟกช้ำ ที่แขนขวามีรอยกัด มีบาดแผลที่อวัยวะเพศและร่องรอยการข่มขืน โดยมีพ่อและแม่ของเด็กหญิงร้องไห้อยู่ใกล้ศพเป็นที่น่าเวทนา ใจคอโหดร้ายทำได้กระทั่งเด็ก

ตำรวจสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืน ขณะที่พ่อแม่เหยื่อพาลูกสาวมาที่บ้านญาติคนหนึ่ง เพื่อช่วยจัดขันหมากงานแต่งงานกับญาติๆ พี่น้องโดยที่บ้านงานมีการตั้งวงดื่มสุรากันด้วยซึ่งระหว่างนั้นปรากฏว่าจู่ๆ ด.ญ.เอได้หายตัวไป พ่อแม่เด็กจึงชักชวนญาติๆ ออกตามหา จนกระทั่งไปพบร่างด.ญ.เอ นอนเปลือยกายอยู่ใกล้ต้นปาล์มห่างจากบ้านประมาณ 150 เมตร ในสภาพถูกข่มขืนอย่างทารุณโหดร้ายจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ช่วยไม่ทันเพราะหนูน้อยเสียชีวิตก่อน
งานนี้เจ้าหน้าที่ขีดวงไว้ว่า คนร้ายจะต้องเป็นคนที่อยู่ในบ้านงานแน่ๆ จึงเชิญตัวทุกคนมาสอบสวน แต่ไม่พบพิรุธใคร นอกจากนายสมนึก ทองพัฒน์ อายุ 18 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายของผู้ตาย ที่ตำรวจตามไปพบตัวที่บ้านพักใกล้บ้านงาน เมื่อนำตัวมาสอบสวนพบว่าตามร่างกายของนายสมนึก มีบาดแผลถูกหนามเกี่ยวที่ข้อเท้าและมือ จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำที่สภ.อ่าวลึกนานกว่า 1 ชั่วโมง สุดท้ายนายสมนึกจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนข่มขืนฆ่าด.ญ.เอจริง ทำไปเพราะเมาสุราและเกิดมีอารมณ์ทางเพศจึงมาลงกับหลานสาว
นายสมนึกให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไปช่วยจัดขันหมากที่บ้านงาน ในช่วงดึกนั่งดื่มสุราแล้วเดินออกมาหน้าบ้าน เห็นหลานยังไม่หลับ ขณะนั้นอยู่ในอาการเมา เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงออกอุบายชวนหลานไปในสวนปาล์มข้างบ้านแล้วลงมือข่มขืน แต่เด็กร้องจึงใช้มืออุดปากบีบคอจนสลบไป จากนั้นจึงกลับมานอนที่บ้านจนกระทั่งถูกจับกุม
และเพื่อไม่ให้คนร้ายกลับคำให้การในภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสมนึกไปตรวจร่างกายที่ร.พ.อ่าวลึก เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งให้ผู้ต้องหาขอขมาศพต่อหน้าพ่อแม่ผู้ตาย ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย ก้มหน้ารับกรรมที่ทำไว้
อีกรายเป็นคดีข่มขืนเด็กเช่นกัน แต่เกิดขึ้นในตอนสาย พ.ต.ท.กรกช ชุมศรี สารวัตรเวร สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราชรับแจ้งเหตุจากนายสมพร (นามสมมติ) อายุ 42 ปี และนางสมศรี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สามีภรรยาบ้านอยู่ต.ท้ายสำเภอ ที่พาลูกสาวและหลานสาว 4 คน อายุ 6 ขวบ 2 คน และอายุ 7 ขวบ 2 คน เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเด็กทั้ง 4 ถูกนายแมวไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล อายุ 20 ปี ญาติห่างๆ ลวงไปข่มขืนกระทำชำเราเป็นเวลานานตั้งแต่เดือนมี.ค.จนถึงเดือนพ.ค.
ทั้งคู่ให้การว่า มีอาชีพค้าขายผลไม้ตามตลาดนัดต่างๆ ในจ.นครศรีธรรมราช ทุกวันจะขับรถนำผลไม้ไปขายตามตลาดนัด โดยจะนำลูกสาวและหลานสาวทั้ง 4 คน ไปฝากให้ยายเลี้ยง จะกลับเข้าบ้านก็เกือบค่ำ เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ลูกสาวบ่นเจ็บอวัยวะเพศ จึงดูพบว่ามีอาการอักเสบบวม พาไปให้แพทย์รักษาและตรวจสอบ จึงเค้นถามลูกสาวจนรู้ความจริงว่า ถูกนายแมวข่มขืน เหตุเกิดเมื่อเดือนมี.ค.ขณะที่ลูกสาวและหลานทั้ง 4 วิ่งเล่นอยู่ที่บริเวณบ้านของยาย นายแมวทำทีเข้ามาพูดคุยตีสนิทแล้วลวงลูกสาวเข้าไปในบ้าน แล้วใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นขู่ไม่ให้บอกใคร ไม่เช่นนั้นจะฆ่าให้ตาย
หลังจากนายแมวข่มขืนเด็ก แล้วเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงได้ใจ ผลัดเปลี่ยนลวงลูกสาว และหลานสาวที่เหลือ ไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทุกคน ทำแบบนี้มาตั้งแต่เดือนมี.ค.จนถึงเดือนพ.ค. จนกระทั่งอวัยวะเพศเด็กบวมอักเสบเมื่อเรื่องแดงขึ้นจึงพาลูกสาวและหลานสาวไปให้แพทย์ตรวจก็พบว่ามีร่องรอย ถูกข่มขืนทุกคน เมื่อไปตามหานายแมว ปรากฏว่าไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนแล้วจึงมาแจ้งความตำรวจ
หลังรับแจ้งพ.ต.ท.กรกช จึงติดต่อพนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช นักสังคมสงเคราะห์และทนายความ มาร่วมสอบสวนปากคำผู้ปกครองและเด็กหญิงทั้ง 4 คน ซึ่งต่างก็ให้การตรงกันว่าถูกนายแมวลวงไปข่มขืนจริง ตำรวจจะได้ออกติดตามจับกุมนายแมวมาดำเนินคดีต่อไปสมัยนี้คนเราใจคอช่างโหดร้าย!?!
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
สุทิน มารยา สุเชษฐ์ แรกรุ่น เรื่อง/ภาพ





