


ยาวนานเหลือเกิ๊น......ที่ทีมสโมสรฟุตบอลอังกฤษไม่ได้หยิบแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาเชยชม ปล่อยให้แข้งฟากสเปน อิตาลี สลับกันตัดหน้ามาตั้งแต่ต้นยุค 2000 ทว่าปี 2008 ถึงคราวของเขาแล้ว........."ผู้ดีอังกฤษ" ที่จะมาระเบิดศึกสายเลือด "ออล อิงลิช ไฟนอล" บนแผ่นดินรัสเซีย
สนามลุสนิกิ สเตเดียม กรุงมอสโก จะเป็นสังเวียนฟาดแข้งระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เชลซี สองมหาอำนาจลูกหนังที่เพิ่งขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ชิพ กันอย่าง "หนุกหนาน"
แน่นอนว่าผีแดงคว้าถ้วยลีกในบ้านไปได้ เชลซีมีรึจะยอม "เก็กซิม" รอบสองด้วยการพ่ายนอกบ้าน สิงโตน้ำเงินครามย่อมจ้องฟัด "ผีแดง" เต็มที่ รับรองงานนี้ สิงโตน้ำเงินครามตระเตรียมทุกเวทย์มนต์กระบวนยุทธุ์วิชาอาคมปราบผีเป็นแน่แท้
แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นเข้าชิงเป็นครั้งที่ 3 และเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ส่วนเชลซีหลุดมาได้เป็นครั้งแรก หลังจากร่วงรอบตัดเชือกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ลุสนิกิ สเตเดี้ยง เอ้ย! เดี้ยม มีหวังสะท้านยิ่งกว่าแผ่นดินสะเทือนแน่
เจ๊ดันฯ ขอเจาะหัวหอกของแต่ละทีมแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง เปรียบกันเองว่าหอกของใครยาวกว่ากัน อุ๊บส์!
ขุนพลสิงโตน้ำเงินคราม
ปีเตอร์ เช็ก, มิชาเอล เอสเชียง, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, มิชาเอล บัลลัค, โคล้ด มาเกเลเล่, แฟรงค์ แลมพาร์ด, โจ โคล, ซาโลมง กาลู, อังเดร เซฟเซนโก้, จอห์น โอบี มิเคล, นิโกล่าส์ เนลก้า, ฟลอร็องต์ มาลูด้า และ เปาโล แฟร์เรยร่า
ขุนพลปีศาจแดง
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เวส บราวน์, ริโอ เฟอร์ดินานด์ เนมานย่า วิดิช, ปาทริซ เอวร่า, พาร์ค ชี ซอง, ไมเคิ้ล คาร์ริค, นานี่, พอล สโคลส์, เวย์น รูนี่ย์, คาร์ลอส เตเวซ, ไรอัน กิ๊กส์, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์, อันแดร์สัน และ จอห์น โอเช
คมหอกที่แหลมที่สุดของเชลซีชั่วโมงนี้ไม่พ้น ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่เพื่อนๆ ต่างฝากความหวังใให้เขาเอาเอาหอกทิ่มกำแพงของผีแดงให้ได้ โอ๊ว!
ส่วน พี่โด้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นกำลังสำคัญของฟากผีแดงที่ฟอร์มร้อนสุดๆ เจ๊ดันฯ ถึงกับแทบหา "จุดอ่อน" ของหอกรายนี้ไม่เจอ
ทีนี้ลองมามองเบื้องหลังของหอกแต่ละทีมกันบ้าง "เชลซี" เป็นทีมที่น้ำเลี้ยงดี เพราะเงินอัดฉีดจาก "โรมัน อบราโมวิช" หลังจากเข้ามาเทคโอเวอร์สโมรสรในปี 2003 ทำให้เชลซีก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นทีมมหาอำนาจลูกหนังอังกฤษชนิดแผ่นดินสะเทือน ตลอดเส้นทางสู่มอสโก เชลซีถูกเย้ยหยันว่าโชคดีที่จับติ้วเจอกับทีมรองบ่อน แต่ชัยชนะเหนือหงษ์แดง ลิเวอร์พูล ทำให้บรรดานักวิจารย์หุบปากสนิท วันนี้ เมื่อฟอร์มเชลซีเข้าฝักไม่มีทีมใดหยุดเขาได้ แม้ทีมชิงดำเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด แต่อาจมีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นได้
ด้าน "แมนฯ ยูไนเต็ด" ที่เคยคว้าแชมป์ในในปี 1968 และ 1999 มา ทำให้กระหายต่อการรอคอยแชมป์สมัย 3 อย่างหนัก ฟอร์มของแมนฯ ยูไนเต็ดขณะนี้ ดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้กัน มาดูจิตวิทยาของ "อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" กันในเกมอีกทีว่าจะใส่พลังให้ลูกทีมนำแชมป์กลับรัง "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด" ได้หรือไม่
01.45 น. คืนนี้ ถ่างตาหน้าจอทีวีกันเถอะค่ะพี่น้อง มันส์แน่!
ข้อมูลและภาพประกอบจาก





